ก้าวสุดท้ายก่อนเจอโลกจริง ฉันเลือกเล่าเรื่องคนพิการ
สหกิจศึกษา 
ด่านสุดท้ายของการเรียน
ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว  

การเล่าเรื่องอะไรบางอย่างเพื่อจบการเรียนครั้งนี้
ฉันเลือกเล่าเรื่องคนพิการ 

ฉันเรียนสื่อสารมวลชน ด้านโฆษณาและประชาสัมพันธ์ 
สิ่งที่ฉันเลือกฝึกงานเพื่อเรียนรู้การทำงานจริง คือ นักข่าวและนักเขียน 

คุณจะเขียนอะไรให้คนอ่านได้ประโยชน์ 
คุณจะเล่าข่าวยังไงให้คนเข้าใจเหตุการณ์ 

มันเป็นคำถามง่ายๆ แต่คำตอบกลับกว้างไปหมด 
มีสายงานมากมายที่สามารถเขียน สามารถบอกเล่าข่าวได้ 
ในจังหวะเดียวกัน ฉันเจอเว็บไซต์คนพิการ 

ฉันเลือกกดเข้าไปในเว็บไซต์นั้น โดยที่ไม่รู้ว่าเข้าไปทำไม 
โลกที่อยู่ไม่ได้มีคนพิการวนเวียนอยู่เลยด้วยซ้ำ มันดูห่างไกลจะตาย 

ในมุมมองของฉันกับคนพิการ 
พวกเขาก็คนปกติคนหนึ่ง ที่ไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตเลย 
เขาเป็นใครสักคนที่เดินผ่านกันไปมา ก็แค่นั้น 
มีหลายคนน่าสงสารจากความพิการของเขา แต่ก็มีอีกหลายคนที่มองแล้วเกิดความชื่นชมแทน

คนพิการ สำหรับสายตาคนอื่น เป็นยังไงกันนะ ? 
สำหรับคนพิการเอง เขามองโลกแบบไหนกัน ? 
คนพิการมีอะไรเหมือน/ต่างเราบ้าง ? 
คำถามพวกนี้เกิดขึ้น และนั่นทำให้ฉันได้คำตอบของคำถามแรกได้ 

: ฉันจะเล่าอะไร ฉันถึงจะรู้สึกว่าได้แชร์ประโยชน์กับคนอื่น
: เรื่องคนพิการไงล่ะ 


ฉันเริ่มฝึกงานในเว็บไซต์นี้ด้วยตำแหน่งนักข่าว แต่งานส่วนใหญ่กลับกลายเป็นนักเขียน 
แต่มันทำให้มีโอกาสได้ออกไปพูดคุย ได้สัมภาษณ์ ได้ฟังเรื่องราวและแง่คิดจากคนพิการเหล่านั้น 

พี่คนหนึ่งเป็นนักวิชาการฟื้นฟูสมรรถภาพบอกฉันว่า 

เราทุกคนมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกัน

ความพิการเองก็เหมือนกัน มันแค่ข้อจำกัดของชีวิต
มันจริงนะ . . บางคนตัวเตี้ย ก็หยิบของจากที่สูงไม่ได้ 
                 บางคนสายตาสั้น ก็มองไม่ชัดในทุกระยะ 
                 บางคนกลัวความสูง ก็ใช้ชีวิตในมุมสูงไม่ได้ 

ทุกอย่างมันเกิดจากข้อจำกัดของตัวเอง ความพิการเองก็เหมือนกัน มันอาจจะทำให้การใช้ชีวิตลำบากไปเสียหน่อย แต่ใช่ว่ามันจะใช้ชีวิตไม่ได้เลย อาจต้องเกิดการพึ่งพาคนอื่น อาจต้องร้องขอความช่วยเหลือจากใคร

แต่ถามว่าแท้จริงแล้วคนพิการ อยากร้องขอความช่วยเหลือใครหรือไม่ 
 . . ไม่ เขาก็ไม่อยากใช้ชีวิตให้ใครมองว่าคือภาระของสังคมหรอก 
แต่สิ่งแวดล้อมต่างๆในสังคมนั่นแหละ ที่ทำให้เขาต้องร้องขอ ทำให้เขาต้องถูกมองว่าเป็นภาระ 

มองจากเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนเองประสบปัญหา 
' ทางเท้าคนเดิน ' 
ขึ้นชื่อว่าทางเท้าคนเดิน แต่มีมอไซค์ขับสวนอยู่ตลอด มีบีบแตรไล่ขอทางบ้างแหละ 
หรือจะหลุมกับดักน้ำ กระเบื้องที่เหยียบลงไปทีมีน้ำกระเด็นออกมาเลอะเทอะ
การจัดวางต้นไม้หรือร้านเข็นขายของที่อยู่ตามทางเท้า การไม่มีทางลาด 
เบรลล์บล็อคของคนตาบอด ที่จริงแล้วกระเบื้องเบรลล์บล็อคมันมีความหมายนะ มันสามารถบอกทางได้ แต่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับการวางเบรลล์บล็อคในสังคม มันถึงกลายเป้นของตกแต่งทางเท้าเพื่อความสวยงาม

เคยเจอคนตาบอดที่เชื่อใจเบรลล์บล็อค เขาเดินตามบล็อคของมัน แต่กลายเป็นว่าเขาเดินเป็นวงกลมรอบต้นไม้อยู่ 2 - 3 รอบจนเราต้องเข้าไปช่วยเหลือ หรือจากข่าวที่อ่านเจออยู่บ่อยว่าคนตาบอดเดินชนเสาหรือมุมสะพานลอยเพราะเบรลล์บล็อคอยู่ก็บ่อย 

ทุกสิ่งที่กล่าวขึ้นมา นั่นกลายเป็นปัญหาที่คนพิการพบเจอ ทั้งคนตาบอดทีี่มองไม่เห็นว่ามันอันตราย วีลแชร์ที่ไม่สามารถเข็นได้เพราะสิ่งกีดขวางเยอะแยะขนาดนั้น 


นอกจากทางเท้า ยังมีทางลาด การใช้ลิฟต์คนพิการตามอาคารสถานที่อีก
ถามว่าทำไมคนพิการต้องร้องขออะไรเยอะแยะ นั่นนี่ 
มองกลับกันว่าเรามีขา มีแขน ครบทุกส่วน เราสามารถเดินขึ้นบันไดได้อย่างปกติ แต่วีลแชร์เองไม่สามารถยกรถเข็นตัวเองขึ้นบันไดได้ หรือเข็นลงบันไดเลื่อยได้ มันก็คงต้องจำเป็นให้เขาแหละ 


ตลอดระยะทางฝึกงาน มีโอกาสได้ทำสัมภาษณ์พี่ๆพิการที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพของตัวเองอยู่ก็หลายคน เรามักจะมีคำถามด้านความหลังของเขา คำถามเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพนั้น และจะจบที่คำถามแนวมุมมองความคิด การใช้ชีวิตของพวกเขา อีกหนึ่งสิ่งที่เราได้รับกลับมาคือพลังบวกและมุมมองดีๆ 

หลายคนมองว่าการพิการ ทำให้การใช้ชีวิตยากขึ้น การริเริ่มฟื้นฟูตัวเองจากการพิการได้แล้วทำอะไรได้ด้วยตัวเอง มันน่าชื่นชม มันเป็นเรื่องที่ดี 

อย่างเช่น การเริ่มออกมาทำมาหากินด้วยตัวเอง ผู้คนจะชื่นชมกันว่า
เก่งนะ พิการแล้วยังสู้ชีวิต พิการแล้วไม่อยู่เฉย พิการแล้วยังทำนั่นทำนี่ได้ด้วย 

พี่พิการคนหนึ่งพูดคุยกับเราและพูดออกมาว่า 

ที่จริงแล้วสิ่งที่คนพิการทำได้ มันคือสิ่งที่ใครก็ทำได้

เพราะฉะนั้น เขาไม่ได้อยากได้คำชื่นชมจากการทำสิ่งเล็กน้อยด้วยตัวเองได้

พวกเขาไม่ได้อยากเป็นคนพิการหัวใจแกร่ง พิการนักสู้

สิ่งที่เขาต้องการ คือการปฏิบัติเหมือนว่าเขาคือบุคคลทั่วไปธรรมดา แค่นั้นพอแล้ว 
ที่จริงแล้วการฝึกงานครั้งนี้บอกเล่าเรื่องราวในโลกคนพิการกับเราไว้มากมาย
มีคำตอบของคำถามที่เกิดจากความสงสัยของเราอยู่หลายข้อ 
แต่ก็ยังคงมีอีกหลายข้อที่เราเองก็ยังหาคำตอบไม่เจอ 

แต่โลกข้างอกที่รออยู่
อย่างน้อยในวันนี้ฉันได้เริ่มเรียนรู้ 
ฉันเปลี่ยนมุมมองกับคนพิการ

ขอบคุณสำหรับการเรียนรู้ 
:  ) 



  
SHARE
Writer
karnnt
Writer
ฉันเป็นคนเวิ่นเว้อ.. แต่ฉันก็เป็นฉัน

Comments