โลกของเราและของเขา
โลกของเราและของเขา //ตีสาม
     เทคโนโลยีการสื่อสารสะท้อนสภาพสังคมในไทยได้อย่างดีเยี่ยม เราตระหนักมากถึงความแตกต่างระหว่างสังคม เสมือนหนึ่งโลกของเราและหนึ่งโลกของเขา  เราไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมเฉพาะรอบตัวเราเท่านั้นแล้ว เราเห็นโลกอีกใบ แต่เราเข้าใจโลกนั้นดีหรือไม่ เพราะอะไรจึงเกิดความขัดแย้งและความรังเกียจระหว่างโลกทั้งสอง
    สังคมไทยสังคมที่เหลื่อมล้ำ ภายใต้สภาพที่มีความแตกต่างอย่างกว้างขวางในระหว่างชนชั้น แต่ก่อนหากไม่มีเทคโนโลยีการสื่อสารที่สามารถย่นย่อระยะเวลาและสถานที่ได้เช่นนี้ เราอาจมิได้ตระหนักถึงมันมากมายนัก ชนชั้นหนึ่งมีอำนาจในทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ชนชั้นหนึ่งไร้ซึ่งพลังใดๆ ความแตกต่างของพลังนี้มีผู้ให้ความเห็นไว้ว่า "คนชนบทเป็นผู้ “ตั้ง” รัฐบาล ขณะที่คนชั้นกลางเมืองเป็นผู้ “ล้ม” รัฐบาล" ในหนังสือสองนคราประชาธิปไตย ซึ่งสะท้อนได้อย่างเด่นชัดในแง่ความแตกต่างของพลัง สิ่งเหล่านี้จึงก่อให้เกิดวาทกรรมหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันคือ "ตลาดล่าง" 
    ตลาดล่างเป็นคำศัพท์หนึ่งที่ถูกใช้เพื่อเสียดสี ดูถูกและลดคุณค่าของคนที่มีรสนิยมคือ ชอบขี่หรือซ้อนมอไซต์   แต่งตัวโชว์โป๊เปลื่อยอย่างไม่ทันแฟชั่นเท่าใดนัก พยายามเลียนแบบการแต่งกายที่เป็นกระแสนิยมหากแต่ออกมาแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ความงามของคนชนชั้นกลาง ไม่มีการศึกษา เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมต่างๆ และอื่นๆ ซึ่งไม่สามารถกล่าวได้หมดเนื่องจากเป็นคำศัพท์ที่มีความหมายกว้างขว้างและไม่นิ่ง หรือกล่าวดานหนึ่งคือ เสียดสีรสนิยมของเด็กแว้นและสก๊อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากชนชั้นล่างเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
    Socialization การกล่อมเกลาทางสังคม สิ่งต่างๆ ที่ปรากฎในตัวเราทั้งความคิด ความรู้สึก ค่านิยม กายแต่งกาย การเลือกที่จะกระทำ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากความต้องการของสังคมที่จะให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ตามที่สังคมต้องการ บรรพบุรุษเป็นและส่งทอดต่อมายังรุ่นเรา ทั้งจากครอบครัว ระบบการศึกษา สื่อต่างๆ ที่เราเสพอยู่ทุกวัน หรือแม้แต่กลุ่มเพื่อนที่คบ
     เมื่อสังคมเป็นสังคมที่เหลื่อมล้ำทางพลังอำนาจ และมีการกระจุกตัว โดยเฉพาะในด้านมิติของสถานที่  เมื่อชนชั้นกลางและชนชั้นล่างถูกแบ่งแยกกันในทางสถานที่ เช่น เราไม่เห็นเด็กแว้นขี่มอไซต์ 100cc เข้าสยาม เป็นตั้น อันก่อให้เกิดการกระจุกตัวของอำนาจอยู่ในเมืองใหญ่ รวมทั้งความแตกต่างด้านพลังในการเรียกร้องประโยชน์ของตนเอง เมื่อคนเหล่านั้นตั้งรัฐบาลขึ้นซึ่งมาจากเสียงของเขา แต่กลับถูกล้มตัวแทนเสียงร้องเหล่านั้นบ่อยครั้ง เขาจะมีพลังส่งเสียงให้ดังออกไปได้อย่างไรเล่า เมื่อความเจริญและพลังถูกกระจุกตัวในอยู่ในเมือง ทั้งความเจริญทางเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม มาป็นระยะเวลาอันยามนาน คนรุ่นหนึ่งของชนชั้นล่างถูกกล่อมเกลาบนฐานของทรัพยากรอันมีคุณค่าที่คนเมืองส่งมาให้ได้เพียงเท่านี้ ตามหลักการของการกล่อมเกลาทางสังคม คนเหล่านั้นก็จะส่งต่อไปยังรุ่นต่อๆมา เมื่อนั้นจึงเกิดโลกที่มีความแตกต่างกันทั้งโลกของเราและโลกของเขา คนผู้ขาดแคลนจึงพยายามสร้างเอกลักษณ์และเลียนแบบคนเมือง หากแต่ความแตกต่างในหลายๆด้าน จึงทำให้การเลียนแบบให้หมือนกลับไม่เหมือน 
    โลกทั้งสองที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว เมื่อมาบรรจบกันในเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ความไม่เข้าใจกันจึงปรากฏขึ้น เกิดรอยร้าวระหว่างกันเรื่อยมา มีการปะทะกันทางความคิดบ่อยครั้ง  และเมื่อชนชั้นกลางต้องการโจมตี ทั้งการเสียดสีให้เจ็บปวด ลดคุณค่า ดิสเครดิต เพื่อสร้างชัยชนะ และความชอบธรรมในพลังที่มีอยู่ของชนชั้นกลาง จึงก่อให้เกิดวาทกรรมที่เรียกว่า "ตลาดล่าง"
 
ทั้งนี้ผู้เขียนต้องการให้ตัวเราเข้าใจในความเป็นเขา และเลิกใช้วาทกรรม"ตลาดล่าง" เสีย!!   ไม่ไหวง่วงมาก //ผู้เขียนยังไม่ได้อ่านสิ่งที่เขียนไป นอนก่อนนนนน!!!
SHARE
Writer
BAMELE
unemployed
ตอนเด็กถูกเรียกว่าเอ๋อ เพราะไม่ฉลาด|ว่างงาน|ชอบทำความเข้าใจโลก|ชอบอ่านหนังสือ|เขียนตอนตีสามเท่านั้น

Comments