แผนการง่ายๆจะทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น
คนที่งานยุ่งตลอดเวลาแต่งานไปไม่ถึงไหนถือเป็นคนผัดวันประกันพรุ่งแบบหนึ่ง เพราะเขาเหล่านั้นจะลุยทำแต่งานยิบย่อยที่ไม่ค่อยสำคัญไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ส่วนงานที่มีความยุ่งยากนั้นพวกเขาจะทิ้งไว้ก่อน

ทางแก้ที่ดีคือ วางแผนจัดลำดับความสำคัญ แผนที่ดีจะช่วยลดความวุ่นวายในชีวิตไปได้เยอะ แต่พอพูดถึงการวางแผนแล้ว มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับบางคนเช่นกันและที่ยากกว่าก็คือการทำตามแผน บางคน(เช่น ผมเอง) วางแผนซะดิบดี แต่ก็ไม่ได้ทำตามแผน และการที่เราไม่ทำตามแผนนั้นจะทำให้การวางแผนเป็นเรื่องน่าเบื่อทันทีเพราะเราจะรู้สึกว่าทำไปก็เท่านั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

การที่เราวางแผนแล้วไม่ทำตามอาจเป็นเพราะแผนที่วางไว้มันไม่ "ติด" อยู่ในหัวเรา กว่าจะนึกแผนได้เราต้องคิดหลายชั้น เราต้องเค้นสมองก่อนถึงจะทำตามแผนได้ 
 
สำหรับคนที่งานยุ่งหรือชีวิตวุ่นวาย การที่ต้องมาเค้นสมองเพื่อนึกแผนการมันเป็นเรื่องยุ่งยากเกินไป ถ้าเราสามารถทำตามแผนได้โดยไม่ต้องใช้หัวคิดมากมายคงจะดีไม่น้อย
Heidi Grant Halvorson นักจิตวิทยาสังคมเสนอวิธีที่คุณสามารถทำตามแผนการได้โดยอัตโนมัติ เมื่อคุณต้องเขียนแผนการ ขอให้คุณเขียนแบบนี้ 
ถ้า......X......แล้ว ฉันจะ.....Y...... เพียงแค่คุณเติมคำในช่องว่าง คุณก็จะได้แผนการที่ทำตามง่ายๆมาแผนหนึ่ง

X คือ สถานที่หรือเวลาที่เจาะจง 
Y คือ สิ่งที่คุณจะทำ  

มาดูตัวอย่างกัน

ถ้า เพื่อนมาชวนคุยขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสือ แล้วล่ะก็ ฉันจะ ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเพื่อพูดคุยเท่านั้นและกลับมาอ่านหนังสือ

ถ้า ฉันจำเป็นต้องเข้าร้านของหวาน แล้วล่ะก็ ฉันจะ สั่งชามิ้นท์

ถ้า วันนี้เป็นวันจันทร์ พุธ หรือศุกร์ แล้วล่ะก็ หลังเลิกงาน ฉันจะ มุ่งหน้าไปที่ยิมเพื่อไปออกกำลังกาย

มีผลวิจัยออกมาว่า 91% ของผู้ที่ใช้การวางแผนแบบ ถ้า.....แล้ว สามารถทำตามแผนได้สำเร็จ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำการวางแผนจะมีอัตราทำตามเป้าหมายสำเร็จเพียง 39% เท่านั้น

โอกาสสำเร็จสูงขนาดนี้ ถือว่าน่าลองอย่างยิ่ง

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ทำให้มันมีประสิทธิภาพก็คือมันถูกเขียนด้วยภาษาเดียวกับสมองของเรา เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณวางแผน ถ้า....แล้ว จิตใต้สำนึกของคุณจะทำการสแกนหาสภาพแวดล้อมและค้นหาสถานการณ์ที่เข้ากับ ถ้า ของคุณ

เนื่องจากคุณได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าสิ่งไหนที่คุณจำเป็นต้องทำ คุณจึงสามารถลงมือได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดให้เสียเวลา เหมือนกับว่าตัวคุณถูกเซ็ตโปรแกรมไว้เรียบร้อย รอแค่กดปุ่มสั่งการเท่านั้น (จะบอกว่าไม่ต้องใช้หัวคิดก็ยังไงอยู่ แต่มันช่วยให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้นเยอะเมื่อเจอสถานการณ์นั้นๆ)
สมองของเราทำงานได้น่าทึ่งแต่มันก็เป็นตัวขี้เกียจ มันทำงานหนักๆเป็นเวลานานๆไม่ได้ ฉะนั้นคุณต้องลดภาระให้สมองของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องไปพึ่งเทคโนโลยีมากมายเพื่อทำให้เป้าหมายของคุณสำเร็จ เพียงแค่หยิบกระดาษ ปากกา มาเขียน เท่านี้คุณก็มีโอกาสเข้าใกล้เป้าหมายมากกว่าเดิมแล้ว

แต่ แต่

แค่นี้ยังถือว่าไม่สมบูรณ์ คุณอาจจะวางแผนเรียบร้อยแล้วก็จริง แต่คุณต้องไม่ลืมด้วยว่า ถ้าผิดแผนแล้วจะทำยังไง
 
ปกติเรามักจะวางแผนโดยที่ไม่นึกถึงอุปสรรคระหว่างทาง ดังนั้นเมื่อผิดแผนขึ้นมา เราจึงไม่รู้จะทำยังไงต่อดี เรามัวแต่ยึดติดกับแผนจนไม่รู้จะพลิกแพลงยังไง

แต่ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อคุณเพิ่ม ถ้า.....แล้ว เข้าไปอีก 1 บรรทัด 

ตัวอย่างเช่น

ถ้า วันนี้เป็นวันจันทร์ พุธ หรือ ศุกร์ แล้วล่ะก็ หลังเลิกงาน ฉันจะ มุ่งหน้าไปที่ยิมเพื่อออกกำลังกาย
ถ้า วันไหนฉันเหนื่อยเกินไป แล้วล่ะก็ ฉันจะ พกเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายติดตัวไปทุกที่ แล้วลองออกกำลังกายซักท่า สองท่า และดูว่ารู้สึกยังไงบ้าง

ถ้าวางแผนแบบนี้แล้วล่ะก็ ยังไงก็ลดความอ้วนได้แน่ๆ 
การใช้แผน ถ้า......แล้ว เป็นวิธีที่ง่ายและใช้ได้จริง คุณอาจจะบอกว่าถ้ามีหลายเป้าหมาย ก็ต้องวางแผนไว้หลายๆแผนเลยน่ะสิ นั่นก็ใช่เลย

แต่ก่อนที่จะหยิบเป้าหมายที่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆขึ้นมา คุณควรเลือกแต่เป้าหมายที่สำคัญจริงๆซะก่อน มันอาจจะมีแค่ 2-3 อย่างเท่านั้นที่สำคัญจริงๆ จากนั้นคุณก็วางแผน ถ้า......แล้ว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและอย่าลืมซ้อนแผนเข้าไปอีกชั้นเมื่อเริ่มผิดแผน 

สำหรับคนที่งานยุ่งตลอดเวลา วิธีนี้ถือว่าประหยัดแรงที่สุดแล้ว ถ้าคุณอยากหลุดพ้นจากวงจรงานยุ่ง ก่อนนอนขอให้คุณเขียนแผนการลงไปก่อน

ถ้าถึงเวลาเริ่มงาน ฉันจะ............เป็นอันดับแรก

สำหรับคนที่ชีวิตวุ่นวาย คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งการทำนายเพื่อหาคำตอบว่าอนาคตของคุณจะราบรื่นหรือไม่ 

แค่คุณวางแผนดีๆแล้วทำตามแผน ชีวิตของคุณก็ราบรื่นขึ้นแล้ว



ข้อมูลอ้างอิง : https://99u.adobe.com/articles/7248/how-to-use-if-then-planning-to-achieve-any-goal
https://www.thewholehealthlife.com/blogs/resources/if-then-planning-template
SHARE

Comments