Shattered Glass : “การหลอกลวง...นำมาซึ่งจุดจบบนเส้นทางสายอาชีพของคนรุ่นใหม่”
“ความสำเร็จในหน้าที่การงานรวมทั้งอนาคตที่ดีและมั่นคง คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากปรารถนา แต่บนเส้นทางของความใฝ่ฝัน อุปสรรค์มากมายล้วนรออยู่รายทาง...หากหยัดยืนจนสามารถเข้าสู่เส้นชัยของความสำเร็จ หนุ่มสาวเหล่านั้นจึงจะถูกยกย่องว่าคือ “ตัวจริง”...”

แต่หากมองให้ลึก ลงไปใน “รายละเอียดแห่งความสำเร็จ” ของหนุ่มสาวที่ได้รับการยกย่องนั้น...ความจริงแล้วเบื้องหลังอาจเต็มไปด้วย

“ความล้มเหลวทางศีลธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ”

หลายคน “เหยียบข้ามหัวคนอื่น”...เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จโดยไม่สนใจว่าสร้างความเจ็บปวดให้กับใครหรือไม่ ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง “หลอกลวง”เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์เข้าสู่ตัวเอง

...คล้ายๆ กับอุทาหารณ์ของหนุ่มไฟแรง “สตีเฟ่น กลาส” แห่ง “The New Republic” นิตยสารธุรกิจและการเงินชื่อดังของอเมริกา ซึ่ง กลาส นำเสนอข่าวดีๆ น่าสนใจจนเป็นกระแสสังคมใหม่ๆ อยู่เสมอ จนทำให้เขากลายเป็น “Golden Boy” สุดหวงแหนขององค์กร

...แต่ความลับไม่มีในโลก และคนหลอกลวงไม่มีทางได้ดี...

...ในวันที่ความจริงเปิดเผย สังคมก็ได้รับรู้ว่าข่าวกว่า 27 งานเขียน จาก 41 ชิ้น กลายเป็นเรื่องเท็จ จากการที่เขานั่งเทียนเขียนข่าวขึ้นเองทั้งสิ้น!


................................

# The Fake of Golden Boy : “ตัวจริงจอมปลอม” #

“จะทำอย่างไร หากคุณจนมุม ด้วยการกระทำของตนเอง ที่ไร้จรรยาบรรณในอาชีพ?”

...สำหรับ กลาส...

“ความทะเยอทะยานสร้างข่าวเท็จ ซึ่งสังคมไม่รู้ และองค์กรชื่นชม นั่นคือชื่อเสียง คือความสามารถ แสดงถึง “ความเป็นตัวจริง” กลายเป็นหยิ่งผยอง นำไปสู่การสู่ลืมตัวกับเกียรติยศจอมปลอม”

แต่แล้วมันกลับถูกทำลายลงไป จากการ “ล้วงลูก” และ “ตรวจสอบสื่อด้วยกันเอง” โดย “อาดัม เพเนนเบิร์ก” นักข่าวนิตยสาร ฟอร์บส์ ออนไลน์

เพเนนเบิร์ก ระแคะระคายการในเนื้อข่าว “สวรรค์นักแฮค์ (Hack Heaven)” ผ่าน The New Republic ราวเดือนมิถุนายน 1998

โดยกลาสนำเสนอเรื่องราวอันเหลือเชื่อของ หนุ่มวัยรุ่นที่ชื่อว่า “เอียน เรสติน” อัฉริยะวัย 15 ปี ซึ่งเจาะฐานข้อมูลของ “จูคท์ ไมโครนิคส์” บริษัทซอฟต์แวร์ชั้นแนวหน้าของอเมริกา แต่ผลของการ “ลองของ”

กลับทำให้ จูคท์ ไมโครนิคส์ ชื่นชมในความสามารถของ เรสติน! จึงว่าจ้างให้เป็นที่ปรึกษา พร้อมทำตามข้อเสนอแสนพิลึกพิลั่น เช่น รถสปอร์ตคันหรู หนังสือการ์ตูนเอ็กซ์เมนฉบับพิมพ์ครั้งแรก เป็นต้น จนส่งผลให้ กว่า 21รัฐในอเมริกา ออกบัญญัติความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์ เพื่อเอาผิดบริษัทและนักแฮค์ ที่สมยอมกัน!

...เพเนนเบิร์ก ทำการตรวจสอบ-ค้นหาแหล่งข่าว-ค้นหาที่มาของบุคคลในข่าว และพบว่า “กลาสกำลังแหกตาคนทั้งอเมริกา!” จึงต่อสายถึง “ชัค เลน” บรรณาธิการคนใหม่ของ The New Repulic ผู้เข้ารับตำแหน่งแทน “ไมเคิล เคลลี” บรรณาธิการคนเก่าซึ่งต้องลาออก เพราะงัดข้อกับฝ่ายบริหารเมื่อก่อนหน้าไม่นาน

...เป็นเวลาชั่วโมงกว่าๆ ที่กลาส ถูก เพเนนเบิร์ก ไล่ต้อนผ่านทางโทรศัพท์ จนทำให้เขาจำนนเพราะ...

“หลักฐานที่ไม่มี!”

...ไม่มีทั้ง เอียน เรสติล! ไม่มีแหล่งข่าวที่ถูกกล่าวอ้าง ไม่มี จูคท์ ไมโครนิคส์ และไม่มีแม้แต่ บัญญัติความปลอดภัยด้านคอมพิวเตอร์ที่ออกการควบคุมจาก 21รัฐ!...

แต่จากการถูกไล่บี้ กลับกลายเป็นว่าผู้ร่วมงานในองค์กร ต่างเห็นใจ กลาส ไปแทน นั่นก็เพราะบุคลิกที่ผ่าน “การสร้างภาพ” ของคนหนุ่มจอมประจบประแจง ซึ่งพยายามเสแสร้างใส่ใจในรายละเอียดของผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้ก้าวเข้ามาทำงานในองค์กรแห่งนี้

ขณะเดียวกันพวกเขากลับไม่พอใจ เลน! ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไร กลาส แม้แต่น้อย นอกจากปล่อยให้ Golden Boy ถูกถลุง ผ่านทางโทรศัพท์

“...สิ่งที่เกิดขึ้นกับ เลน คือความเป็นจริงที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในองค์กรส่วนใหญ่ ซึ่งคนดี คนตั้งใจทำงาน คนที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณ มักจะถูกมองว่า แข็งเกินไป ไม่มีการโอนอ่อน ไม่เข้าพวก ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ จึง “ด้อยค่า” กว่าคนที่หน้าไหว้หลังหลอก สร้างภาพ หรือชอบประจบประแจง !”

...10 พฤษภาคม 1998....

จุดจบของความหลอกลวงก็มาถึง เมื่อ เพเนนเบิร์ก ลงบทความการตรวจสอบ หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงจอมลวงโลกลงใน ฟอร์บส์ ออนไลน์

“น้ำตา” และ “การตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ” ของ กลาส เพื่อขอให้ผู้ร่วมงานในองค์กรเห็นใจ ด้วยการ “แสร้งสำนึกผิด” กลาย เป็นสิ่งที่เลวร้าย เพราะนั้นไม่ใช่ การสำนึกจากใจจริงของชายหนุ่ม

สุดท้าย แม้คนหนุ่มไฟแรงวัย 24 ปี เช่นกลาส อาจจะเป็นเสมือน “ตัวจริง” รุ่นใหม่ไฟแรง ในวงการอาชีพในช่วงที่ความจริงยังไม่เปิดเผย...แต่หลังจาก “ความจริงอันเที่ยงแท้” ปรากฏ เขาจึงเป็นได้เพียง “สวะ” ไร้ค่าซึ่งองค์กรต้อง “ปัด” ให้พ้น


...เพราะ The New Republic องค์กรที่ก่อตั้งมายาวนานเกือบ 60 ปี มียอดพิมพ์สัปดาห์ละ 81,500 ฉบับ ต้องเสียหน้าครั้งใหญ่! จนต้องกล่าวขออภัยแก่ผู้อ่าน ในเดือน มิถุนายน ปีเดียวกัน และออกแถลงถึง “ข่าวเท็จ” กว่า 27 ชิ้น จาก 41 งานเขียนของไอ้หนุ่ม Golden Boy

....................................

# บทเรียนชีวิต จากแก้วที่แตกละเอียด#

ในโลกของภาพยนตร์นั้น “Shattered Glass” คือผลงานการกำกับของ “บิลลี เลย์” ซึ่ง “เฮย์เดน คริสเตนเซ่น” รับบท “สตีเฟ่น กลาส” ส่วน “ชัค เลน” รับบทโดย “ปีเตอร์ ซาร์สกาด”
...เลย์ นั้นได้แรงบันดาลใจจากบทความ “Shattered Glass” ของ “เฮชจี บัซ บิสซิง” ที่ตีพิมพ์ ในนิตยสาร วานิตี้ แฟร์ ฉบับเดือน กันยายน 1998 จึงนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์

และหลังจากเผชิญกับมรสุม จนทำให้ชีวิตซวนเซไปพักใหญ่ กลาส ได้เปลี่ยนอาชีพมาเป็นทนายความตามที่เขามุ่งหวัง แม้อาชีพนี้อาจจะไม่ทำให้เขาได้กลายเป็น Golden Boy เหมือนในอดีต แต่บทเรียนครั้งนั้น ก็ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึง

“ศีลธรรม และจรรยาบรรณ ในวิชาชีพ”

จึงเป็นการการเย้ยหยาม ชีวิตของตนเองอย่างเจ็บแสบ เพราะอดีตจอมลวงโลก กลายมาเป็น ผู้ตัดสินความถูกต้องด้วยความจริงที่ว่าตามหลักกฎหมาย!

แต่อย่างน้อย นวนิยาย เรื่อง The Fabulist ที่กลาสเป็นผู้แต่ง และวางจำหน่ายในปี 2003 โดยเนื้อหานำเสนอชีวิตของนักข่าวที่นั่งเทียนเขียนข่าว

“อาจจะเป็นการไถ่บาป หรือแจ้งเจตจำนงสำนึกผิดต่อสังคมได้อีกทางหนึ่ง”

อุทาหรณ์ที่เกิดขึ้นกับ กลาส จึงเป็นสิ่งเตือนใจคนรุ่นใหม่ ที่กำลัง “คิดจะทำ” หรือ “หา” วิธีลัดสู่ความสำเร็จ อันนำไปสู่ความหลอกลวงทั้งตนเอง และผู้อื่น ให้หันกลับมาพิจารณา “เส้นทางมุ่งสู่ความสำเร็จของตนเองเสียใหม่” เหมือนการเล่นคำของภาพยนตร์เรื่องนี้ อันได้แก่

“Shattered Glass”

โดยมีนัยยะถึง ชื่อเสียง เกียรติยศ ที่กลาสใช้ความหลอกลวงสร้างมันขึ้นมา สุดท้ายก็ต้องแตกสลายไม่ต่างจากแก้วที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย...โดยไม่มีทางกลับมาเป็นดังเดิม


.........................................
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments