ฝ่ายซ้ายคืออะไรกันแน่!! บทสัมพลาดจาก "ฝ่ายซ้ายท่านหนึ่ง"

A : สวัสดีครับคุณ B
B : สวัสดีครับ
A : จะได้ไม่เสียเวลาเรามาเริ่มคำถามแรกเลยดีกว่าครับ
B : มาเลย!!
A : "ฝ่ายซ้าย" คืออะไรอ่ะครับ
B : มันคือการแบ่งเฉดทางการเมืองของกลุ่มความคิดทางการเมืองของมนุษย์ครับ
A : มันมีที่มาที่ไปยังไงอ่ะครับ
B : อืม.. มันเริ่มมาจากการแบ่งที่นั่งในการประชุมสภาฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 17-18 นี่แหละ โดยที่นั่งทางปีกขวาของสภานั้นคือที่นั่งของ "สภาฐานันดร" อันประกอบไปด้วยกลั่มอภิสิทธิ์ชนในยุคนั้น จำพวก บาทหลวง ขุนนาง เจ้าที่ดิน

A : คือเป็นคนส่วนน้อย ที่มีอำนาจมากในตอนนั้น ?

B : ใช่แล้วครับ ส่วนที่นั่งในปีกซ้ายของสภาเป็นที่นั่งของสภาทั่วไป ประกอบด้วยคนธรรมดา กรรมกร ชาวนา กระทั่งพวกกระฎุมพี ที่ไม่ได้มีอำนาจในการปกครอง (ยุคนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุคพาณิชย์นิยม กับ การสถาปนาระบบทุนนิยม)

A : อ๋อ

B : ทีนี้พอมาถึงปัจจุบันเนี่ย ภาคหลังการเข้าสู่ระบบทุนนิยมในระดับโลก ฝ่ายซ้ายกลายเป็นคำที่ใช้เรียกขานกลุ่มคนที่มีความคิดทางการเมืองแบบ Socialist(สังคมนิยม)-Marxist(มาร์กซิสต์)-Anachist(อนาธิปไตย)-Communist(คอมมิวนิสต์) อะไรพวกนี้ ในขณะที่ฝ่ายขวาก็จะกลายไปเป็นกลุ่ม Liberal(เสรีนิยม) -Conservative(อนุรักษ์นิยม) มากกว่า

A : อ้าวหรอครับ ตอนแรกผมเข้าใจว่า ฝ่ายขวา=อนุรักษ์นิยม ส่วนฝ่ายซ้าย=เสรีนิยม

B : จริงๆความเข้าใจแบบนี้ถือว่า "เข้าใจถูก" ในยุคสมัยนึงนะ
ในยุคหนึ่ง กลุ่มกระฎุมพี หรือนายทุนเนี่ย กระทั่งตัวระบบทุนนิยมเอง คือสิ่งที่เรียกว่าเป็น progressive force of history เลย คือ
ในยุคนั้นเราเรียกได้ว่าพวกนายทุนเนี่ยคือหัวหอกฝ่ายซ้ายในการต่อสู้กับระบบศักดินา (feudal regime)


A : เคยก้าวหน้า ในยุคสมัยนึง

B : ใช่แล้ว และทีนี้ เมื่อชนชั้นนายทุนสามารถยึดกุมอำนาจรัฐ โค่นล้มระบบศักดินาไปได้ ผ่านการปฏิวัติกระฎุมพี สถาปนาระบบทุนนิยมขึ้นมา จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงปัจจุบัน เราก็จะเห็นว่าระบบทุนนิยมและชนชั้นนายทุนนั้นไม่ใช่ progressive force อีกต่อไปแล้ว เพราะมันไม่สามารถจะพัฒนา productive force ได้อีกต่อไป คือตัวระบบมันเองได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดของตัวมันแล้ว ชนชั้นนายทุนที่เคยเป็นฝ่ายซ้ายในอดีต มาวันนี้ก็กลายเป็นฝ่ายขวาที่พยายามปกป้องระบบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นตนเอง

A : กลับกลายเป็น "คน(รวย)ส่วนน้อยที่มีอำนาจ" ไม่ต่างจากขุนนางยุคฟิวดัลนี่เอง

B : ใช่ .. ประเด็นคือถ้าเรายึดมุมมองแบบ dialectic ที่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมีพลวัตรภายในตัวเอง เรื่องนี้จะไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่เลย ในทางกลับกันนั้นสมมติว่าพวก marxist ปฏิวัติโลกทั้งใบสำเร็จ ทำให้โลกเข้าสู่สังคม communism เต็มรูปแบบ ในอนาคตเมื่อมีความคิดใหม่ที่เป็น progressive force เข้ามา แนวคิดแบบ marxism-communism ก็อาจจะกลายไปเป็นฝ่ายขวาก็ได้ ถ้ามันไม่ยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง

A : อืม..

B : ในแง่นี้ lenin เลยกล่าวเอาไว้ว่า การปฏิวัตินั้นจะต้องเป็น Endless process คือ เป็นกระบวนการที่ต้องปฏิวัติตัวเองอยู่ตลอดเวลา

A : โอเคครับ อันนี้เป็นส่วนของการนิยาม "ฝ่ายซ้่าย" ตามแบบยุโรปนะครับ แล้วถ้าในไทยล่ะครับจะมีความแตกต่างมากน้อยขนาดไหน

B : อันนี้บอกตรงๆเลยว่า ยากกว่าการนิยาม"ยาก"กว่าแบบยุโรปเยอะมากครับ

A : ทำไมรึครับ

B : อย่างในยุโรปเนี่ยพัฒนาการของสังคมมันมาจากสังคมทาสใช่ไหม ที่ทาสเป็นคนทำการผลิต แล้วพัฒนามาเป็นสังคมศักดินาที่ไม่มีทาส มีแต่ไพร่ติดที่ดินที่ทำการผลิต
แต่วิถีการผลิตแบบเอเชีย (Asiatic mode of production) มันงง และซับซ้อนตรงที่ว่า
มันมีทาสอยู่ในสังคมนะ แต่ก็มีไพร่ด้วย แล้วคนที่ทำการผลิตเป็นหลักจริงๆคือไพร่ ไม่ใช่ทาส ความสัมพันธ์ทางการผลิตมันเลยงงมากว่าใครมันขูดรีดใคร

แล้วมันหาไม่ได้ว่าใครเป็นขั้วตรงข้ามกับใคร ที่เรียกว่าศัตรูทางชนชั้นน่ะ

A : อืม.. ทำให้ผมนึกถึงคำที่ อ.เกษียร เตชะพีระ บอกไว้เลยว่า คนเดือนตุลาที่เข้าป่ากันไป ด้วยแนวคิดแบบ "โค่นทุนนิยม และ ศักดินา" พอออกมาเหมือน
"ตาบอดคนละข้าง แล้วแยกกันเดิน"
ฝ่ายเสื้อแดงก็ชูธงโค่นศักดินา ฝ่ายเสื้อเหลืองก็ชูธงโค่นทุนนิยม
มาลองสังเกตดูดีๆ ข้อเสนอของทั้ง 2 สีเสื้อก็มีเค้าลางของ "สังคมนิยม" แต่เหมือนเข้าใจปัญหากันคนละจุด

B : ใช่แล้ว

A : การอ่านหนังสือ,พูดคุยวิพากษ์วิจารณ์,ศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเลยเป็นสิ่งโคตรสำคัญ เพราะการทำความเข้าใจปัญหาไม่ตรงกัน ย่อมนำไปสู่ภาคปฏิบัติที่ต่างคนต่างเดินและอาจถึงขั้นเป็นศัตรูกันได้เลย ทั้งๆที่จุดประสงค์ คือ การทำเพื่อ "คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีอำนาจ" เหมือนกัน

B : ซึ่งมันต่างกันนะ ระหว่างการ "เข้าใจตรงกัน" แล้วเลือกเดินคนละทาง กับการเข้าใจคนละอย่าง แล้วแยกกันเดินไปเลย

A : ใช่ครับ
ว่าแต่ผมขอถามนอกเรื่องได้ไหม อันนี้ผมสงสัยมานานแล้ว

B : ได้สิ

A : คุณคิดว่าอย่างไรกับคำว่า อนุรักษ์นิยมใหม่ (neo-conservative) ?

B : คำว่า อนุรักษ์นิยมใหม่ หรือ neo-conservative นี่มันมีความตลกในตัวเองอยู่นะ คือคุณลองคิดดู อนุรักษ์นิยม เนี่ยมันหมายถึงการรักษาสิ่งเก่าเอาไว้ รักษาโครงสร้างแบบเก่าเอาไว้ตามเดิม ทีนี้พอมันบอกว่า เห้ย กูเป็นอนุรักษ์นิยมใหม่ มันเลยตลกว่ามึงจะเอาอะไรมาใหม่ (วะ)

A : 55555555 แบบ ญี่ปุ่นเขาก้ใส่ชุดซามูไรเตะบอลไรงี้ไงคุณ เอาของเก่ามาทำให้ใหม่

B : อันนั้นมันไม่ใช่อนุรักษ์นิยมแล้ว
มันคือการปรับตัว
 พอคุณปรับตัวมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งเก่าแล้วไง นึกออกไหม
มันมีการเปลี่ยนคุณค่าและความหมายของสิ่งที่ดำรงอยู่

A : อืม..ก็จริงครับ

B : อย่างชุดซามูไรเนี่ย แต่เดิมมันคือสิ่งสูงส่งมีคุณค่าในตัวเอง แล้วพอเอามาใส่เตะบอลเนี่ยมันคือการสลายคุณค่าแบบเก่าแล้วปรับเปลี่ยนไปรับคุณค่าแบบใหม่
ในทางหนึ่งมันอาจจะรักษาอนุรักษ์ชุดซามูไรไว้ได้ แต่ในอีกทางมันคือการ
สลายคุณค่าความสูงส่งแบบเดิมที่อยู่ในชุดซามูไรไปไง

A : โอเคครับ.. ในตอนนี้ก็หมดเวลาสำหรับรายการเราแล้ว  ยังไงก็ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะครับ เดี๋ยวผมจะขอเซนเซอร์ชื่อคุณนะครับ

B :  ดีเลยครับ ผมยังไม่มีปัญญาลี้ภัยตอนนี้ 55555+


--------------------------------------------------------------------------------------------


บทสัมภาษณ์นี้ได้ถูกดัดแปลงจากบทสัมภาษณ์จริง เนื่องด้วยเงื่อนไขทางกฏหมายบางอย่าง  ดังนั้นในบทความนี้ผู้อ่านอาจไม่ได้คำตอบสำเร็จรูปว่า อะไรคือ "ซ้ายไทย" แต่อย่างน้อยผู้เขียนก็ได้ ปูเส้นทางความคิดเอาไว้ในบทความนี้ ผู้เขียนเลยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า "บทความกึ่งสำเร็จรูป"นี้จะถูกผู้อ่านนำไปเติมน้ำร้อนและรับประทานด้วยตัวเอง  ขอบคุณที่เสียเวลาอ่านนะครับ (ติชมได้ในคอมเม้นหรือ inbox ได้เลยครับ)



SHARE
Writer
PSYLENT
Rapper
อดีตนักเขียน Music Column @JOOX ,บรรณาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทรุ่น 1-4 ปัจจุบันเป็น Rapper ปากหมาจากวงซ้ายจัดชื่อ Kalibut ใน A.K.A PSYLENT และเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) สนใจในประเด็น ปรัชญาการเมือง,ดนตรี,เพศ มีทั้งความสาระดีและสารเลว ปะปนกันไป สำหรับการจ้างงานเขียน หรือ อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องตั่งต่าง ติดต่อได้ผ่าน FB: มือกลอง กบฏ เด้อครับเด้อ

Comments