รีวิว หนังสือ The Entrepreneur กฎของผู้บุกเบิก
ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่สาบานเลยว่าไม่ได้ชอบตั้งแต่เด็กแน่ๆ

รู้แค่ว่าเล่มแรกๆ เราก็อ่านน้านนาน ไม่ต่างจากคนอื่น พอไปเรื่อยๆ มันก็เริ่มชินไปซะงั้น และมันก็ช่วยปรับการมองโลกในหลายเรื่อง

เราว่าแนวคิดที่ได้จากหนังสือแต่ละเล่ม ช่วยทัศนคติหลายๆอย่างได้ดีมาก ดึงสติเวลาใกล้บ้า เตือนใจ และก็ ดึงความคิดเราในหลายๆครั้ง

หนังสือทุกๆเล่มให้ข้อคิดเราเสมอ

เรามักจะได้ยินคนบอกว่า Mentor ดีสำคัญ แต่หลายๆครั้ง เราจะไปหา Mentor ดีๆ สำหรับ ชีวิต การทำงาน ความรักมาจากไหน ? การมีคนดีคนเก่งมาให้คำแนะนำก็ดี แต่คนเหล่านั้นเจอง่ายซะที่ไหน เพราะอย่างนั้น นอกจากจะรอให้คนเดินมา เราก็หาความรู้เอาจากหนังสือ ที่ไม่ต่างจากการได้คำแนะนำจาก Expert ในสายนั้นๆ แล้วเอามาปรับใช้กับตัวเองก็เป็นอีกเวย์หนึ่งที่ นักพัฒนาตนอย่างเราน่าทำ

การอ่านหนังสือคือการเชื่อมต่อโลกแบบ borderless สำหรับเราจริงๆ เพราะ จะเรื่องไหน ประสบการณ์ไหน จะจิตใจ ชีวิต การทำงาน มันก็มีคนผ่านมาแล้วทั้งนั้น

และสำหรับเดือนนี้
The Entrepreneur: 25 Golden Rules for the Global Business Manager
————————————————

หนังสือเรื่องนี้คือเรื่องราวและคำสอนของคุณ William Heinecke ผู้ชายที่บุกเบิกธุรกิจจาก 0 -> 1 ในประเทศไทยจ้า เป็นเจ้าของ ร้านอาหาร The Pizza Company, Swensen, โรงแรม Four Seasons, Anatara, และต่างๆ มากมายในเครือ Minor ก็สร้างมาจากมือคุณลุงคนนี้นี้เอง เป็นคนเริ่มจาก 0 และฝ่าฝั่นวิกฤติ เศรษฐกิจล้านแปด ที่ถ้าไม่แกร่งพอก็ น่าจะเจ๊ง ล้มเลิกไปแล้ว แต่ลุงไม่ใช่แค่อยู่ แต่ยังเติบโต จนเป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของไทย

บอกเลยว่า
ไม่คิดว่าหนังสือเล่มนี้จะมันส์ขนาดนี้ เพราะตอนหน้าปกดูธรรมดามาก และหนังสือไม่ได้ติด Best Seller หรือใดๆเลย ไม่ได้วางเด่นที่ใดในร้าน

แต่เป็นเล่มที่อ่านติดมือชิวๆจบในสามสี่วัน เพราะมันอ่านง่ายมั่กมาก เหมือนนั่งฟังคุณลุงเล่าเรื่องบทเรียนการทำธุรกิจ การตัดสินใจ ความเครียด ร้องไห้โฮ่ น้ำหนักลด นอนไม่หลับ ท่ามกลางวิกฤติมากมายล้านแปดในประเทศไทย มันเป็น 50 ปี ที่ ’ใช้ได้’ เลย จะต้มยำกุ้ง สึนามิ ก่อการร้าย 9/11 รัฐประหาร แย่งดีลบริษัทยักษ์ทางการเงินอย่าง Goldman Sachs โดนคู่พันธมิตรทางธุรกิจหักหลัง


เชื่อเถอะว่าลุงเป็นหนึ่ง บุคคลที่ผ่านเรื่องเครียดมาเยอะจริงๆ ยอมใจ

“นึกภาพ ซื้อธุรกิจเฟรนไชน์จากต่างประเทศแล้วมาสร้างแบรนด์ในไทยเองกว่า 25 ปี
แล้วอยู่ๆวันหนึ่งเจ้าของเฟรนไชน์จะมาทำต่อเองพร้อมกับเตะเราออกจากธุรกิจ เราจะทำยังไง ?
ถ้าสมมติว่า เพิ่งลงทุนทำธุรกิจโรงแรม บังเอิญ ช่วงนั้นมันเดือนพฤษภา 2535 ‘พฤษภาทมิฬ’ เจอรัฐประหารที่ร้ายแรงที่สุดที่เคยมีมา นักท่องเที่ยวหายกริบ รายได้หาย ค่าใช้จ่ายคงที่
ยังๆ ไม่พอ ถ้าสมมติว่า ถัดมาอีก 9 ปี บังเอิญอี้ก วันที่ 1 เดือนกันยา 2544 ‘เหตุการณ์ 9/11’ กลายเป็นยุคผู้ก่อการร้าย ผู้คนกลัวการท่องเที่ยว ถ้าตอนนั้นเราเป็นเจ้าของโรงแรม จะทำยังไง ?”

นั้นแหละชีวิตของคุณ William Heinecke

#สรุปสิ่งที่ได้จากหนังสือ
1.) สนุกกับสิ่งที่ทำตรงหน้า
"The secret of happiness is not in doing what one likes, but in liking what one does."

หาความสนุกกับสิ่งที่ทำ อันนี้ เอาไว้เตือนตัวเองเหมือนกัน
จริงที่ว่า เราอาจจะไม่ได้ทำทุกอย่างที่เราชอบ แต่เราหาความสนุกในแต่ละงานให้ตัวเองได้ เพราะความสนุกจะทำให้เราทำจนลืมเวลาตรงหน้าและ Commit กับสิ่งที่ทำ (นึกภาพตัวเองตอนติดเกม เวลามันไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ)

คำว่า Commitment มันแค่ไหนน่ะหรอ จากมีเงินร้อยล้าน กลายเป็นติดหนี้ร้อยล้าน ก็ยังทำอยู่ ขนาดนั้นแหละ เหตุการณ์หลายๆอย่างที่ลุงผ่านมา เรียกได้ว่า ท้อปของความเครียด ใครที่คิดว่าเศรษฐกิจปัจจุบันแย่แล้ว ให้นึกถึงลุงได้เลยจ้า แต่ละวิกฤติที่ลุงผ่านไม่ง่ายเลย แต่สุดท้ายสิ้นวัน จากความกดดันและความเครียดทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดมันก็สนุกที่ได้ทำ


2.) การตั้งเป้า
ทำเรื่องที่เล็กที่สุดที่ทำได้ ระวังกับภาพฝัน Vision ที่ไกลจนทำให้เราได้แต่นั่งคิด เป้าหมาย Day 1 ของคุณ William ไม่ใช่การเป็นเจ้าของโรงแรมทั่วโลก แต่ คือทำธุรกิจให้มีเงินพอเลี้ยงตัวเองได้ตอนอายุ 20 พอสิ่งนั้นบรรลุ ก็ตั้งก้าวถัดไปที่บรรลุได้ หาโอกาสลงทุน ทำธุรกิจต่อ ซื้อบังกาโลเล็กๆในพัทยา บริหารให้มันกำไร และก็หาก้าวถัดไป ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่ทำได้ให้ดี แล้วก็ขยับขยาย คอนเซ็ปก็คือ การสร้างกำแพงโดย ต่ออิฐทีละก้อน

อันนี้ปัญหาเกิดขึ้นกับเราจะบ่อย เราชอบอยากทำหลายอย่าง อยากประสบความสำเร็จเร็วๆ วิชั่นไกล แต่มองข้ามเรื่องเล็กๆที่ทำได้เรื่องตรงหน้า ตอนนี้ วันนี้ สุดท้ายวิชั่นเรามันก็หด เพราะฉะนั้น ข้อนี้ของลุงเตือนใจได้มากจริง


3.) ล้ม ลุก move on
ถึงแม้ว่า คุณ William จะมีความสำเร็จระดับนี้ ผ่านวิกฤติ และประสบความสำเร็จมาหลายครั้ง เขาก็ล้มไม่ต่างกัน เจ๊งไปหลายธุรกิจ และแม้จะหาเหตุผลให้กับความล้มเหลวนั้นมากแค่ไหน บางอย่างมันก็แค่ไม่เวิก คุณ William เคยเอาร้าน Dunkin Donut ไปเปิดที่ ประเทศ Malaysia แต่จะทำยังไงมันก็ไม่เวิก คนไม่กินโดนัท ไม่ว่าจะใส่งบการตลาดไปมากแค่ไหน ย้ายที่ตั้ง สุดท้ายก็คือ ยอมรับและก็จบ

สิ่งสำคัญก็คือ เจ๊ง ยอมรับ เรียนรู้ พับหมอนเสื่อ กลับบ้าน หาโอกาสลุยใหม่ ไม่ยึดติดกับความล้มเหลว ไม่ดันทุรัง

————————————————
เรามักจะได้ยินคำว่า
'เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส'
'มองโลกในแง่บวก'
คุณลุง William เนี้ยแหละ living proof ของความเชื่อสองอย่างนั้นเลย ลุงทำมันจริงๆ ทำทุกวิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยความบวก

และถึงมันจะฟังดูง่าย แต่ข้างหลัง ลุงก็เต็มไปด้วยความเครียด น้ำตา ความกดดัน เช่นกัน เพราะฉะนั้นใครที่กำลังทำอะไรและท้อ ลองหยิบหนังสือเล่มนี้และร้องไห้ไปกับลุง 555

"The man who believes he can do something is probably right, and so is the man who believe he can't " - Anon

เล่มที่ 8/∞ ของการรีวิวแล้วค่า 

ปล. มีสรุปไว้ในไอจีและเฟ๊ส 
IG : bellesmissiontothemoon 
FB Page : เบลจะไปดวงจันทน์ 

SHARE
Writer
Striver
Roamer of the realm
แว่นใหม่ ในโลกใบเดิม

Comments

Papilion
5 months ago
...ฟังดูน่าอ่านนะครับ มีแปลไหมครับ ผมอยากอ่าน ;-(
Reply
Papilion
5 months ago
อ๋อครับ ถ้าเป็นภาษาไทย อาจจะติดอันดับก็ได้นาาาา ;-D 
แปลขายเลยครับ ผมจอง 1เล่ม ;-P
Striver
5 months ago
เดียวขอสะสมฝีมือการอ่านก่อนน้า :)
Papilion
5 months ago
👍