Counter-clockwise เวลาทวนเข็ม
กฎธรรมชาติข้อหนึ่งของโลกใบนี้คือ “สายน้ำและเวลาไม่เคยไหลย้อนกลับ” ต่อให้เข็มทั้งสองเดินทวนเข็มนาฬิกา แต่เวลายังคงเดินไปข้างหน้าเสมอ ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้ เช่นเดียวกับความรู้สึกของฉัน ที่รู้ดีว่า “ไม่มีทางกลับไป ไม่รู้สึกอะไรเธอได้อีก” หากอดีต…สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงได้ ฉันคงเลือกที่จะไม่รู้จักเธอเลย... 



ฉันเคยเชื่อว่า ‘เวลา’ จะสามารถเยียวยารักษาแผลในใจได้ แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่ามันเป็นความคิดที่ผิดถนัด ถึงแม้เวลาอาจทำให้บางความรู้สึกจางลงไป แต่หากได้พบเจอสิ่งรบกวนใจอีกครั้ง ความรู้สึกที่ดูเหมือนจะหายไปแล้วนั้นก็จะกลับมาทำร้ายจิตใจอีกครั้งเช่นกัน เหมือนเช่นครั้งนี้…



ฉันกำลังนั่งใช้มือค้ำโต๊ะอาหารสำหรับผู้ป่วย เอนศีรษะลงซบแขน พลางมองจอคอมพิวเตอร์ของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างกันอย่างเงียบ ๆ ในห้องสีขาวของโรงพยาบาล ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ติดกันหลายครั้งจนเพื่อนผู้กำลังนั่งเล่นเกมกับคอมพิวเตอร์หันมามองอีกครั้ง บรรยากาศครึกครื้นในห้องพักผู้ป่วยที่ดูเหมือนงานปาร์ตี้ขนาดย่อม ๆ ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกคึกคักตามเสียเท่าไร เสียงหัวเราะของบุคคลมากมายรอบตัวระคนกับเสียงหัวเราะของ ‘เธอ’ คนนั้น ทำให้ฉันเผลอถอนหายใจอีกครั้งพร้อมหลับตาลงอย่างอ่อนล้า



“คนป่วยยังไม่เห็นเป็นไรเลย แล้วฉันจะมาเยี่ยมมันทำไมวะเนี่ย” 



ฉันตัดพ้อกับตัวเองในใจ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าที่ลงทุนเดินทางมาโรงพยาบาลในวันนี้เพราะเป็นห่วงใครบางคนจนทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ แต่เมื่อมาถึงแล้วดันต้องมาเห็นภาพ ‘เธอ’ กำลังมีความสุขกับเขา ฉันก็อดรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวเกะกะไม่ได้ แต่กระนั้นก็ยังยิ้ม ยังหัวเราะตามแม้ในใจจะเจ็บปวดร้าวเกินทน



ตรึ๊ง!! เสียงแจ้งเตือนจากข้อความในเฟซบุ๊คที่ดังขึ้นในตอนบ่ายวันหนึ่งทำให้ฉันผละจากงานที่กำลังทำเพื่อเปิดเข้าไปดูด้วยความสงสัย

“มันเข้าโรงบาล โดนรถชน” หัวใจฉันร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้อ่านข้อความจากเพื่อนสนิท

“เป็นไรเปล่าวะ” ฉันรีบส่งข้อความกลับไป

“เห็นว่าแผลเยอะ” ข้อความตอบกลับจากเพื่อนสนิททำให้ฉันรู้สึกร้อนรนอย่างบอกไม่ถูก พลางนึกถึงสภาพของคนที่น่าจะพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลในขณะนี้ เพื่อนสมัยเด็กของฉัน…และเป็นรักแรกของฉันด้วย รักแรกที่ดำเนินมาถึง 10 ปี



ความรู้สึกอึดอัดบวกกับเสียงฝนตกนอกหน้าต่างทำให้บรรยากาศรอบตัวฉันดูอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครทันสังเกตเห็นโดยเฉพาะ ตัว ‘คนป่วย’ ที่ฉันตั้งใจมาเยี่ยม ทั้งที่บาดแผลจากอุบัติเหตุนั้นทำให้เจ้าตัวเคลื่อนไหวไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก แต่ก็ยังฝืนลุกขึ้นเดินไปมาก่อนทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ แฟนสาวของตน ศีรษะที่เอนลงซบหมอนบนตักของอีกฝ่ายและมือที่เลื่อนไปจับปลายนิ้วของอีกฝ่ายเล่นทำให้ฉันต้องหันหน้าหนีไปมองจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าแทน


…เจ็บ…

 
ความรู้สึกที่แล่นวาบขึ้นมาตรงอกข้างซ้าย จนถึงกับทำให้น้ำตารื้น ตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ในอดีตยังมีผลกับฉันขนาดไหน



“ถ้าคนที่เธอเลือกเป็นฉันก็คงจะดี” 


คนมันอยู่ด้วยกันมานาน ก็ย่อมต้องมีความหลังร่วมกันเป็นธรรมดา ภาพของคนสองคนตรงหน้ายังบาดตาไม่เท่าบาดใจ เมื่อในสมองของฉันรื้อฟื้นภาพในอดีตซ้อนทับกับภาพความเป็นจริงตรงหน้า ที่ของเขาตรงนั้นในวันนี้เคยเป็นที่ของเพื่อนอย่างฉัน ในอดีตตอนที่เธอยังไม่เป็นของใคร

.

.

.

ฉันกลับบ้านมาทั้งที่ยังไม่บอกลาเธอ เหลือบมองเสี้ยวหน้าคมที่กำลังหลับไหลครู่หนึ่งก่อนก้าวเดินออกจากห้องไปด้วยหัวใจชา ๆ ร่างกายเสียศูนย์จนต้องพิงผนังลิฟท์ไว้ขณะลิฟท์กำลังเคลื่อนลง ซ้ำเมื่อออกมานอกอาคารโรงพยาบาล ฝนเจ้ากรรมก็ดันตกลงมาอีกครั้ง ช่างทำให้ใจหดหู่เสียจริง ๆ



ฝนยังคงกระหน่ำตกตลอดทั้งวันพาให้อารมณ์ที่อ่อนไหวยิ่งหม่นหมอง การอ่านหนังสือและทำงานอย่างบ้าคลั่งจึงเป็นทางเลือกเดียวที่ฉันเลือกทำเพื่อให้ตัวเองไม่คิดฟุ้งซ่านถึงภาพที่ได้เห็นในห้องพักผู้ป่วยแห่งนั้น แต่ถึงกระนั้นหน้าไทม์ไลน์เฟซบุ๊คของฉันก็ยังเต็มไปด้วยข้อความตัดพ้อมากมายที่ไม่ระบุผู้รับ ฉันคงต้องการระบายในเมื่อพูดกับใครไม่ได้ก็คงต้องทำแบบนี้ ดีกว่าให้มันอัดอั้นอยู่ในใจ



ฉันตระหนักถึงอาการ ‘นอนไม่หลับ’ อีกครั้งเมื่อตัวเองยังคงตื่นเต็มตาอยู่ใต้ผ้าห่มบนฟูกนอนติดผนัง ทั้งที่เวลานั้นล่วงเลยจนเกือบเป็นเช้าวันใหม่แล้ว ฉันควรจะหลับไปนานแล้วหากในใจไม่ได้กำลังกังวลกับความรู้สึกที่เพิ่งถูกรื้อฟื้นของตัวเอง ฉันรู้ตัวว่ามันไม่เป็นผลดีเลยที่ตัวเองแสดงความไม่พอใจออกไปแบบนั้น หน้าที่ดูแลเธอมันไม่ใช่หน้าที่ของฉันมาตั้งแต่ต้น แล้วฉันจะมาเจ็บปวด มาเรียกร้องอะไร แม้จะเป็นแค่การคิดในใจ…ยังผิดเลย ฉันหวนนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองเมื่อหลายปีที่แล้ว



ฉันจะรักเธออย่างเพื่อนที่ดีต่อไป แม้ไม่ได้อะไรกลับมา แค่ได้เห็นเธอมีความสุข ฉันก็สุขใจ
 


ต่อให้เวลาสามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ ฉันก็คงไม่ถอนคำสัญญานี้ คำสัญญาที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันจะไม่มีทางผิดจากคำพูดจากมันเลย



หลังจากสังคายนาความคิดเอาแต่ใจของตนจนเกือบเช้า ฉันจึงค่อย ๆ หลับลงไปได้เสียที ความรู้สึกเห็นแก่ตัวของฉันก็ลดลงไปบ้าง แม้อย่างไรก็ดีความเจ็บปวดอาจไม่จางหาย แต่ฉันก็สัญญากับตัวเองอีกครั้ง ว่าเพื่อความสุขของเธอ ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรต่อไป ฉันจะรักเธออย่างเพื่อนที่ดี และความหลังอดีตของเราในความทรงจำ ให้ฉันเจ็บปวดกับมันคนเดียวก็พอ



ภาพความทรงจำในอดีตของฉันและเธอยังคงสวยงามเสมอยามนึกถึง แม้ความจริงปัจจุบันอาจทำร้ายใจ ฉันเข้าใกล้เธอไม่ได้มากกว่าการเป็นเพื่อนกัน และมันจะไม่เจ็บปวดอะไรหากฉันไม่ได้รักเธอ หากย้อนเวลากลับไปได้ฉันคงเลือกจะไม่เจอเธอเลย หรือเลือกที่จะไม่รู้สึกอะไรกับเธอ จะได้ไม่ต้องฝืนยิ้มทั้งที่ในใจปวดร้าวดังเช่นวันนี้ แต่ในเมื่อลองพยายามหมุนเข็มย้อนกลับไปเท่าไรก็ไม่มีทางจะย้อนเอาวันเวลาเหล่านั้นคืนมา ฉันก็ทำได้เพียงปล่อยให้มัน ‘เคย’ เป็นวันเวลาที่สวยงาม เป็นความทรงจำคิดถึงทีไรก็ยังยิ้มทั้งน้ำตา



ในเมื่อเข็มนาฬิกาแห่งความรู้สึกของฉันยังคงเดินถอยหลัง ในขณะที่ของเธอเดินไปข้างหน้า คงไม่มีทางใดที่มันจะเวียนมาบรรจบกัน ก็ได้แค่หวังให้เธอรู้ว่าในวันเวลาที่กำลังเดินหน้าของเธอนั้น ยังมีฉันอยู่ข้าง ๆ เสมอ


- ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ -

I AM PIMMIE►






ป.ล.เป็นเรื่องสั้นที่ดู Loser ที่สุดที่เคยแต่งแล้วมั้ง ;D
SHARE
Writer
i_am_pimmie
ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ
หัวร้อน นอนน้อย เกรี้ยวกราด I AM PIMMIE▶

Comments