Ferris wheel { Yaebin :: Minkyeong } SHOT - 01



In every crowed,

I see you. 

แม้ยามที่ปนเปในกลุ่มคนร้อยพัน

สุดท้ายแล้วก็เห็นคุณอยู่ดี



< Music theme : [Piano Ver.] Gloomy Star (with Chan) - Airman >




ในทุกวันเสาร์ เยบินชอบมาเดินเตร็ดเตร่ที่สวนสนุกใกล้บ้าน สถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสันหลากหลาย บางสีก็แสบตา บางสีก็อบอุ่นดี แต่พออยู่ท่ามกลางความเงียบที่ไร้ผู้คนแบบนี้ ก็ให้ความรู้สึกเหงาจับใจเหมือนกัน



เป็นธรรมดาที่ในช่วงเช้าเครื่องเล่นพวกนี้จะถูกทอดทิ้งให้ว่างเปล่า รวมทั้งแสงไฟพวกนั้นก็ไม่มีความหมายอะไรที่จะต้องเปิดมาแข่งสู้กับความเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ แม้กระทั่งสนามทรายกลางแจ้งที่เยบินก้าวเดินเข้ามา ก็ยังเงียบเชียบราวกับทะเลทราย ร่องรอยที่หลงเหลือ มีเพียงรูปพื้นรองเท้าที่ดูไม่สมบูรณ์ที่เยบินเพิ่งสร้างมันขึ้นอย่างเรื่อยเปื่อย ความเนิบนาบที่เยบินคุ้นชิน อะไรๆก็ยังคงไม่ต่างจากอดีต



แต่เหมือนว่า.. วันนี้จะมีสิ่งสะดุดตา ที่ดูแปลกใหม่ไปจากเดิมสักหน่อยนะ 


ตรงหน้าที่ไม่ไกลสักเท่าไหร่จากเยบินเหมือนจะมี โอเอซิส ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนท่ามกลางพื้นทะเลทรายจำลองแห่งนี้




คุณ.. กำลังยืนมองอะไรกันนะ




คุณโอเอซิสที่ว่า คือความสูงที่มากกว่าร้อยเจ็ดสิบ ผมสีน้ำตาลเข้มยาวตรงที่พอสะท้อนกับแสงก็เหลือบสีน้ำตาลอ่อน เสื้อยืดสีขาวที่คลุมทับด้วยเชิ้ทตัวโคร่งที่ดูบาง มันดูไม่ค่อยกันลมกันแดดได้สักเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะยังพออบอุ่นจากยีนส์เข้ารูปขายาวกับสนีกเกอร์ขาวดำได้บ้าง




มันเป็นเรื่องดี ที่เช้าวันนี้คุณดูมีความสุขดี



ถ้าไม่นับแววตาพวกนั้น..
  
แววตา ที่เอาแต่มอบความร้าวรานให้แก่ความสดใสของท้องฟ้า




แม้ว่าทุกคืนวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกจะไม่เคยซ้ำรอยเดิม แต่แสงแดดยามเช้าของวันนี้ ก็กำลังอยู่ในทิศที่กำเนิดเงาของเยบินไปพาดทับคนตรงหน้าพอดี



คุณคงรู้สึกถึงร่มเงาที่แปลกไป ถึงหันมองมาหาวัตถุที่เคลื่อนมาขัดขวางทางเดินแสงอย่างเยบิน 


แล้วก็.. คุณยิ้มทักทายเพื่อนมนุษย์คนนี้ที่ไม่รู้จักกัน




เยบินไม่ชอบ.. แต่ก็ได้รับอีกแล้ว

รอยยิ้ม ที่มาพร้อมความ แตกสลาย น่ะ




เยบินยิ้มยกตอบคนตรงหน้าไปอย่างงั้น แล้วก็เลือกที่จะหันตัวกลับเพื่อเดินหนีออกจากสนามทรายที่แห้งแล้งตรงนี้เสียที 


แม้ว่าจะมีเสียงที่อ่อนโยนมาขัดขวางจังหวะก้าวเดินบ้าง..
 


อรุณสวัสดิ์ 


แต่เยบินก็ไม่มีทางที่จะละทิ้งความตั้งใจหรอกนะ



" อรุณสวัสดิ์ "



เยบินแค่หันไปตอบตามมารยาทก็เท่านั้น






ตอนเกือบเที่ยงผู้คนเริ่มทยอยมาหาความสุขจากเจ้าเครื่องเล่นนานาชนิด และพอเข้าตอนบ่ายก็กลายเป็นว่าอัดแน่นไปด้วยผู้คน



รอยยิ้ม ของเด็กหญิงในชุดกระโปรงกับลูกโป่งลายการ์ตูนลูกใหญ่

รอยยิ้ม ของเด็กชายที่เอาแต่วิ่งซนไปมาจนแทบหกล้ม



รอยยิ้มที่สดใสพวกนั้นช่วงสวยงาม

แต่บางครั้ง.. ก็น่าอิจฉาเกินกว่าที่เยบินจะทนมองไหว




" เยบิน ซื้อโค้กมาฝากลุงหรือไง "


ลุงพัคในตู้ขายตั๋วโผล่หน้าจากช่องหน้าต่างมาทักเยบินเหมือนทุกที เขาคือคุณลุงใจดีร่างท้วมที่เยบินเห็นมาตั้งแต่เด็ก 


เยบินมองแก้วโค้กในมือที่ซื้อมาด้วยความอยากกิน แต่สุดท้ายก็กล้าจะชิมมันแค่อึกเดียวเพราะประสบการณ์ความเจ็บแสบในท้องจากแก๊สกรดที่ให้ความรู้สึกดีแค่ตอนกินเพียงเท่านั้น



" ใช่ค่ะ หนูน่ารักใช่มั้ยล่ะ "


ตอบคุณลุงคนสนิทไป แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้กวนอารมณ์ลุงเขาหน่อยตามสไตล์เยบิน ลุงพัคถึงกับหัวเราะเลยล่ะ แต่ก็คงไม่ปฏิเสธหรอกนะ เพราะลุงพัคเองก็ยังชอบมาชมเยบินอยู่บ่อยๆเลยว่า เยบินน่ะ นิสัยน่ารักจริงๆแหละ



เยบินยื่นเครื่องดื่มที่ตัวเองไม่คิดจะกินอีกให้ลุงพัคที่ทำงานหนัก แล้วก็เดินอย่างไร้จุดหมายไปเรื่อยๆในสวนสนุกที่ตัวเองคุ้นเคยแต่เด็ก 



สวนสนุกแถบชานเมืองที่เมื่อก่อนยังเล็กเหมือนสนามเด็กเล่น แต่กาลเวลาก็พามันให้เติบโต สวยงาม จนเป็นที่รู้จักมากขึ้น


อืม.. เป็นสิ่งที่เจ้าเด็กน้อยเยบินในตอนนั้น ไม่คาดคิดมาก่อนเลยแฮะ




ด้วยความชำนาญสถานที่ ก็ไม่วายที่จะรู้จักคนนู้นคนนี้ไปทั่ว ทั้งคุณซงร้านป๊อปคอร์น คุณฌอนร้านขนมหวาน คุณนัมขายเครป หรือจะเป็นพี่ชายอารมณ์ดีอย่างพี่ซองมินที่แต่งมาสคอตตัวตลกผมฟูมายืนบิดลูกโป่งแจกเด็กๆเป็นประจำ



การดำเนินของเยบินและเข็มนาฬิกาก็ต่างเดินหน้าไปเรื่อยๆจนถึงช่วงใกล้ค่ำ มันเป็นเวลาที่หมดหน้าที่ของดวงดาวฤกษ์ และเข้าสู่ความเจิดจรัสของแสงไฟต่างสีต่างโทน 



แม้ว่าระหว่างการเดินไปเดินมาจะมีแต่คนที่เยบินรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตา แต่เหมือนว่า... คนตรงหน้าเยบินตอนนี้จะกลับกันหน่อยนะ




คนตัวสูงที่ (เพิ่ง) คุ้นหน้าคุ้นตา

เยบิน ไม่รู้จัก เขาสักนิด




จากสนามทรายและแสงแดดในตอนเช้า เดินทางเข้าสู่ลานซื้อตั๋วหน้าชิงช้าสวรรค์และความมืดมิดที่ต้องอาศัยแสงไฟนีออน




คุณคนนั้น.. ก็กำลังปรากฏในสายตาเยบินอีกครั้ง




นาทีนี้เยบินลืมคิดไปว่า.. เวลาคนเราถูกมอง คนเรามักจะรู้ตัว 
 
เพราะงั้นคุณจึงรู้ตัว แล้วก็หันมาทักเยบินเป็นครั้งที่สองของวัน




" ว่างไหม? "


คุณทักแบบคำถาม เหมือนว่าจะชวนเยบินไปไหนงั้นแหละ ซึ่งก็ยอมรับว่าเยบินเองก็ใคร่รู่ถึงเหตุผลของมัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เลือกที่จะเงียบเป็นคำตอบให้ไป



" ถ้าพอจะว่าง ช่วยขึ้นมันด้วยกันหน่อยไหมคะ? "


คุณพูดต่อ แล้วหันไปทางเครื่องเล่นกระเช้าติดวงล้อที่เคลื่อนเชื่องช้าตรงหน้า



เยบินแปลกใจกับคำขอร้องที่ได้รับ ก็นะ พวกเรา.. ยังไม่รู้จักกันสักหน่อย เยบินจึงเงียบไปนานซะจนคนตรงหน้าอาจจะเข้าใจว่าคำตอบที่ได้คือการปฏิเสธ
 


" ถ้าได้ขึ้นด้วยกัน.. ก็คงไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ "


คุณพูดมันพร้อมยิ้มบางๆ สายตาที่มองมันเหมือนคุณกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง




สายตาแบบนั้นอีกแล้ว..
  
สิ่งคุณคิดถึงอยู่ มันทั้งมีความสุข.. และเศร้าไปพร้อมกันเลยหรอ ?




" ได้สิ "


และนี่.. คือคำตอบสุดท้ายของคัง เยบิน






เยบินกำลังนั่งอยู่บนเครื่องเล่นที่เยบินคิดเสมอว่าน่าเบื่อ อาจเป็นเพราะความเชื่องช้าของมัน หรือไม่ก็มีแต่ทัศนียภาพคุ้นตาที่เคยเห็นมาแต่ไหนแต่ไร




แต่ครั้งนี้เยบินไม่รู้สึกแบบนั้นสักนิด 




เยบินไม่รู้สึกว่ามันเชื่องช้าสักเท่าไหร่ 

และในสายตาเยบินตอนนี้ก็มีเพียงคุณที่กำลังอยู่ท่ามกลางแสงระเรื่อจากภายนอก เกิดเป็นภาพน่ามองที่แปลกตาออกไป



" คุณกลัวความสูงหรอ "


หลังจากนั่งมาสักพัก เยบินเอ่ยถาม ทำเอาคนตรงข้ามที่เอาแต่มองภาพภายนอก หันมาสนใจต้นเสียงที่ว่า



" อืม.. ไม่ได้กลัวหรอกนะ ความสูงน่ะ แต่.. การอยู่คนเดียวในที่สูงๆ มัน.. น่ากลัวนิดหน่อย "


เยบินคิดว่ามันฟังดูงงแปลกๆ แต่ยังไงนั่นก็เป็นเหตุผลที่คุณเขากลัวอยู่ดี ซึ่งสุดท้ายแล้วบทสนทนาก็จบลงเพียงแค่นั้น พร้อมๆกับรอบการหมุนที่กลับมาจบลงที่จุดเริ่มต้น





" ขอบคุณนะ "


คุณมอบประโยคนี้ให้กับเยบินหลังจากลงจากเครื่องเล่น รวมทั้งท่าทีเคอะเขินนิดๆ รอยยิ้มบางเบา แววตาที่อบอุ่นในบางครั้ง หรือกระทั่งความแตกร้าวในบางช่วง เยบินเห็นและได้รับมันทั้งหมด




พอถึงตอนนี้ มันก็เป็นเวลาที่ควรค่าแก่การจากลา 

เราถึงต่างหันไปตามทางที่ตัวเองควรจะไป




“ คุณ.. มีชื่อมั้ย ? ”


เยบินคิดอะไรอยู่นะ. ถึงหันกลับมารั้งด้วยคำถามนั่น และอาจเป็นเพราะเยบินลนลานไปหน่อย ประโยคถามชื่อเลยเรียบเรียงออกมาซะแปลกเชียว




" อืม.. มีสิ เอาชื่ออะไรดีล่ะ "


คุณไม่หันมา แต่หยุดก้าวเดิน แล้วก็พูดซะเหมือนว่ามีหลายชื่ออย่างงั้นแหละ




" พูดเล่นน่ะ "


อ่า.. คุณหันกลับมาหาเยบินแล้ว




คิม มินกยอง แล้วเธอล่ะ.. คุณเด็กน้อยใจดี "


ถึงตามกฎหมายแล้วอายุสิบห้าจะยังถือว่าเด็กก็เถอะ แต่การถูกเรียกตรงๆแบบนี้ทำเอารู้สึกขัดใจหน่อยๆเลยแฮะ



" คัง เยบิน "



" อืม.. งั้น.. วันนี้ขอบคุณมากนะ.. เยบิน "




คิมมินกยองคนนั้นยิ้มให้เยบินอีกแล้ว 


แล้วก็เดินจากเยบินไปอีกแล้วเช่นกัน





ไม่ว่าจะครั้งแรกที่เจอกันเพียงชั่ววูบ

หรือครั้งที่สองที่ยาวนานกว่าเดิม


เยบินเอาแต่สงสัยว่า... 



มันจะสวยงามขนาดไหนกัน 

ถ้าปราศจากความแตกร้าวในรอยยิ้มนั่น 
 


เยบินที่อายุสิบห้า

จะช่วยอะไรได้บ้างมั้ยนะ...

 




#ฟิคferriswheel



มันเหมือนจะคล้ายเรื่อง skatepark แต่ก็จะมีมุมที่ต่างออกไปนะคะ

ส่วนเรื่องเก่าที่แต่งไม่จบสักเรื่อง TT เราขอโทษนะคะ
 

ขอลงสักตอนไว้ก่อนนะคะ ไม่มั่นใจว่าจะมาเขียนต่อได้มากน้อยแค่ไหน

ขอบคุณที่ยังติดตามเสมอนะคะ #รัก ♡ 



☆ recommended: 
[Piano Ver.] Gloomy Star (with Chan) - Airman 
https://www.youtube.com/watch?v=u351Ht7HNZk 


SHARE
Written in this book
Ferris wheel { Yaebin :: Minkyeong } ? SHOT
ความเจ็บปวด มันไม่ตลอดไปหรอกนะ
Writer
pink_petals
beginner
common simple beautiful way

Comments

My_world_
8 months ago
อ้ากกกยังเขียนดีเหมือนเดิมเลยค่ะ
เข้าใจถึงอารมณ์ของตัวละครมากกก
แล้วก็ดีใจที่กลับมาเขียนนะคะ มาช้าดีกว่าไม่มาใช่ไหมล่ะ^^
เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ//สู้ๆนะไรท์✌
Reply
pink_petals
8 months ago
ดีใจที่ยังชอบนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ><