โรคซึมเศร้า ความเหว้าแหว่ง จากนิยายของ ฮารูกิ มูราคามิ
"ตอนที่แกฆ่าตัวตาย
แกลากชีวิตฉันลงไปในโลกมืด
ตอนนี้ เธอลากอีกชิ้นส่วนของฉันลงไปในโลกใบนั้นด้วย

ในบางคราว ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นยามเฝ้าพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์​กว้างใหญ่ว่างเปล่าที่ไม่มีคนมาเยี่ยมชมอีกแล้ว
ฉันเฝ้าดูและรักษาพิพิธภัณฑ์​นั้นไว้
มิได้ทำเพื่อผู้ใด นอกจากตัวเองเพียงคนเดียว"

(ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย -​ ฮารูกิ มูราคามิ)


**ต​่อไปเป็นความรู้สึกหลังการอ่าน ไม่คล้ายรีวิวนัก**
แต่คิดว่าข้อเขียนด้านล่างเปิดเผยเนื้อหาในหนังสือ
หากยังไม่อ่านหรืออยากอ่านก็ไม่ควรอ่านด้านล่าง😅

ผมใช้เวลาห้าวันเต็มในการอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ
อ่านจบแล้วหลากเรื่องราวตกตะกอนทิ้งค้างในใจ
การฆ่าตัวตายไม่ได้ทำลายแค่ตัวเอง แต่ส่งผลต่อคนรอบข้างอย่างเงียบเชียบ

เล่มนี้เป็นเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนรักสามคน
วาตานาเบะ, คิซึกิ, นาโอโกะ
คิซึกิและนาโอโกะรู้จักกันมาแต่เด็ก และเป็นคนรักกัน
ส่วนวาตานาเบะก็เป็นเพื่อนรักกับทั้งสองคน
เรื่องดำเนินไปถึงตอนคิซึกิฆ่าตัวตายในวัย 17
ก่อนตายไม่มีท่าทีว่าจะฆ่าตัวตาย
การตายครั้งนี้ส่งผลต่อเอริโกะอย่างมาก
รวมถึงวาตานาเบะที่คอยดูแลเธอจากนั้นด้วย

วาตานาเบะเข้าเรียนมหา'ลัย พักหอใน
ฉากหลังเป็นช่วงที่นักศึกษาญี่ปุ่นประท้วง
บรรยากาศภายในเลยคุกรุ่นไปด้วยการเมือง
ผมชอบเรื่องราวส่วนนี้มาก ทั้งเรื่องรูมเมทและพฤติกรรม​นักศึกษาชายในหอพัก
ส่วนนาโอโกะเรียนอีกแห่ง แต่ก็ยังไปมาหาสู่กันเสมอ

เหตุการณ์​ซ้ำร้ายเกิดขึ้นในวันเกิดนาโอโกะ
วาตานาเบะนอนกับเธอ และเธอก็หายไปช่วงหนึ่ง
ก่อนจะรู้ว่าเธอออกจากมหา'ลัย
และไปรักษาอาการซึมเศร้าที่คลินิก​ในหุบเขาแห่งหนึ่งที่เกียวโต
วาตานาเบะกับนาโอโกะติดต่อกันผ่านจดหมาย
เช่นประโยคหนึ่งในจดหมายที่นาโอโกะเขียนมา
สื่อความในสิ่งที่เธอกำลังเป็นได้อย่างดี

"ฉันเล่าให้คุณฟังในจดหมายแล้วไม่ใช่หรือ
ว่าฉันบกพร่องเว้าแหว่งมากกว่าที่คุณจะทราบได้
ความป่วยไข้ของฉันหยั่งรากลึกเกินกว่าที่คุณคาดเดาได้
เพราะเหตุนี้ฉันจึงอยากให้คุณก้าวรุดหน้าต่อไปโดยไม่มีฉัน ไม่ต้องรอฉัน
อยากไปนอนกับผู้หญิงก็ทำได้ถ้าต้องการเช่นนั้น
อย่าได้ปล่อยให้ความคิดถึงฉันสะกดห้ามไว้
ขอให้ทำทุกอย่างที่อยากทำ
ไม่เช่นนั้น ฉันก็คงลากคุณให้จมลงด้วยกัน"

วาตานาเบะได้เจอกับเพื่อนในหอพักที่อ่่านหนังสือแนวเดียวกัน
นางาซาวะ เป็นเพื่อนเพลย์บอยที่คุยกันได้ทุกเรื่อง
เป็นคนที่ชวนวาตานาเบะไปกินเหล้าและนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า
เปิดโลกอีกใบให้เด็กหนุ่มบ้านนอกจากโกเบ

นางาซาวะนอนกับผู้หญิงเกือบร้อยคน
ทั้งๆที่มีแฟนอยู่แล้ว ชื่อฮาซึมิ
ซึ่งเธอก็รู้เรื่องราวเหล่านี้ แต่เพราะรักเลยมองข้ามไป
ส่วนนางาซาวะก็ไม่คิดจริงจังถึงขั้นแต่งงานกันเธอ

วาตานาเบะได้เจอกับเพื่อนหญิงอีกคน
ชื่อ มิโดริ ซึ่งเรียนคลาสเดียวกัน
หากนาโอโกะเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้ง
มิโดริคงเป็นมหาสมุทร​ที่กว้างใหญ่และเย็นฉ่ำ
เธอเป็นคนเติมสิ่งที่ขาดหายให้กับวาตานาเบะ
ซึ่งในขณะเดียวกันเธอก็คบใครอีกคนอยู่
พ่อมิโดริป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล โรคเดียวกับแม่เธอที่ตายไป
ทิ้งให้เธอกับพี่สาววุ่นวายกับกิจการร้านขายหนังสือที่บ้าน
ผมชอบที่ฉากหนึ่งมิโดริพูดกับวาตานาเบะถึงเรื่องอุดมการณ์​ทางการเมืองในมหา'ลัย ใจความว่่า

"ก็จริงที่ฉันไม่ฉลาดนัก แต่ฉันเป็นคนทำงาน
เป็นชนชั้นแรงงาน ก็ชนชั้นแรงงานไม่ใช่หรือที่ขับเคลื่อนให้โลกหมุนต่อไปได้
ชนชั้นแรงงานนี่ไม่ใช่เหรอที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
แล้วจะยกเรื่องการปฏิวัติ​กับถ้อยคำหรูๆมาพูดทำไม
หากไม่อาจทำให้ผู้ใช้แรงงานเข้าใจได้?"

ในชีวิตมหา'ลัยของผม ผมเจอใครหลายคนคล้ายมิโดริ
เพียงแต่เธอเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพื่อนกับผม
ผมชอบตัวละครมิโดริ ชอบฉากที่นั่งเล่นกีตาร์​กับวาตานาเบะบนดาดฟ้าร้านหนังสือที่บ้านเธอ
ในขณะที่บ้านข้าง ๆ เกิดไฟใหม้
แต่มิโดริก็มองสิ่งเห็นว่าเป็นความงามในยามบ่าย

เมื่อนาโอโกะดีขึ้น วาตานาเบะไปเยี่ยมเธอที่เกียวโต
ได้เจอกับรูมเมทเธอชื่อว่า เรโกะ
หญิงสาววัยกลางคนที่อยู่ที่นั่นมาเกือบแปดปี
เรโกะก็มีชิวิตที่เว้าแหว่งไม่ต่างกัน
ในวัยเด็กเธอเป็นนักเปียโนพรสวรรค์​
แต่วันหนึ่งมีปัญหา​ที่นิ้วก้อย ทำให้พรากชีวิตเธอไป
เรโกะเป็นคนที่คอยดูแลนาโอโกะอยู่เสมอ
ทั้งสามคนจึงสนิทกันเร็ว เหมือนกับที่วาตานาเบะสนิทกับนางาซาวะ และฮาซึมิ แฟนสาวของเขา

วาตานาเบะเริ่มรู้ตัวโดยตลอดว่านาโอโกะไม่เคยรักเขา
นาโอโกะมีแต่คิสิกิตลอดเวลา
แต่วาตานาเบะก็เลือกจะวางหัวใจไว้รอเธอ
ถึงแม้จะออกไปท่องราตรีกับนางาซาวะ
แต่วาตานาเบะก็ให้ใจกับนาโอโกะแค่คนเดียว

มิโดริเลิกกับแฟนที่คบกันหลังจากพ่อตาย
เธอรู้ตัวว่ารักวาตานาเบะ แต่ก็รู้ว่าเขามีใครในใจ
ความรู้สึกรักนาโอโกะเริ่มจางลง
วาตานาเบะมีความสุขเสมอที่อยู่กับมิโดริ

นางาซาวะสอบทำงานได้ในกระทรวงต่างประเทศ
หลังจากเลิกกับฮาซึมิ เธอก็แต่งงานใหม่
และฆ่าตัวตายด้วยมีดโกนหลังจากนั้นสองปี
นางาซาวะเขียนจดหมายจากเยอรมัน​มาบอกว่ารู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่เธอตาย
หลังจดหมายฉบับนั้นวาตานาเบะเลิกติดต่อและพูดคุยกับนางาซาวะไปตลอดกาล

ผมสงสารฮาซึมิที่รักผู้ชายแบบนี้
วาตานาเบะก็บอกว่าให้เลิกคบนางาซาวะ
หาคนที่ดีกว่า แต่เธอยืนยันว่าจะรอ
แต่บทสนทนาบนโต๊ะอาหารวันเลี้ยงฉลองสอบได้ของนางาซาวะที่ภัตตาคาร​ ตอกย้ำความเศร้าของเธออย่างจัง
นางาซาวะบอกกับเธอว่า
"ไม่ใช่เรื่องที่ว่าเธอคนเดียวพอสำหรับฉัน
เป็นอีกระยะหนึ่งของชีวิต
อีกคำถาม เป็นแต่ความหิวโหยในตัวของฉันเอง
หากทำให้เธอเจ็บปวด ฉันก็เสียใจ
ฉันดำเนินชีวิตด้วยแรงขับกระหายอยากนั้น
นั่นล่ะ, ผู้ชายประเภทฉัน นั่นทำให้ฉันเป็นฉัน
ไม่มีหนทางที่ฉันจะทำเป็นอื่นได้"

ข่าวการตายของนาโอโกะกัดกินหัวใจวาตานาเบะอย่างหนัก
เรโกะเป็นคนแจ้งข่าวว่าเธอผูกคอตายจบชีวิต
ก่อนตายเธอมีความสุขกว่าที่เคยเป็นมา
เธอเผาจดหมายที่วาตานาเบะเขียนถึงทุกฉบับ
บอกเพียงแค่ว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กัน

หลังการตายของนาโอโกะ วาตานาเบะออกเดินทาง
เร่ร่อนไปทั่วญี่ปุ่น ค่ำไหนนอนนั่น
ไม่ติดต่อพูดคุยกับมิโดริและคนรอบข้าง
ไม่ได้เล่าเรื่องราวที่กัดกินหัวใจเขาอยู่
เขารู้ว่าวันที่นาโอโกะตาย เธอก็ยังไม่รักเขา
เธอรักคิซึกิหมดหัวใจ เธอสู้จนยอมแพ้
ครอบครัวนาโอโกะมีเชื้อกรรมพันธุ์​ฆ่าตัวตาย​
อาของเธอฆ่าตัวตาย, พี่สาวเธอผูกคอตายในห้องนอน
และนาโอโกะก็ติดเชื้อโรคร้ายนี้ไปอีกคน

หนึ่งเดือนให้หลังวาตานาเบะกลับโตเกียว
เผชิญหน้า​กับมิโดริและความเป็นจริง
เรโกะตัดสินใจออกจากคลินิก​ที่อยู่มาแปดปี
มาหาวาตานาเบะที่โตเกียว และบอกกับเขาว่าอย่าจทอยู่กับอดีต
เรโกะไปสอนดนตรีกับเพื่อนที่ฮอกไกโด

ฉากสุดท้ายเป็นเรื่องราวที่เผยความรักแก่กัน
ทั้งมิโดริ และ วาตานาเบะ
เรื่องร้ายๆผ่านไปและถึงเวลาเริ่มต้นใหม่
ผมไม่รู้เลยว่าจะมีใครฆ่าตัวตายอีก.

เมื่ออ่านจบ ผมหันกลับมาถามตัวเอง
ว่าอะไรคือสิ่งที่กัดกินใจและทำให้เราเว้าแหว่ง
หรือเราจะรับมืออย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับเราและคนรอบข้าง
นิยายเล่มนี้เขียนถึงการฆ่าตัวตายและโรคซึมเศร้า​ในสังคมญี่ปุ่นได้ดีมากๆ
ความเศร้าเสียใจไม่มีสัญชาติ เชื้อชาติ​ ใคร ๆ ก็เป็นกันได้ทั้งนั้น

เป็นงานเขียนของมูราคามิที่ผมประทับใจมาก
เป็นนิยายในรอบปีที่อ่านแล้วอยากซึบซับเวลาเหล่านี้นานๆ
ผมเปิดเพลง Norwegian​ wood​ -​ The Beatles​
ฟังระหว่างอ่านเป็นร้อยรอบ ทำนองและเนื้อร้องสอดคล้องกับนิยายเล่มนี้จริง ๆ

หากผมเป็นวาตานาเบะ
ผมไม่แน่ใจเลยว่าจะเลือกรักใคร
รักคนที่อยู่ หรือ รักแรกที่ตายจากใจไปแล้ว
คงต้องรอให้เรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นกับผม
แต่ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่มีเชื้อฆ่าตัวตายอยู่ในตัว
ชีวิตผมเกียจคร้านจนเกินกว่าจะทำร้ายตัวเอง

#​Norwegian​Wood​

#​HarukiMurakami

จากหนังสือ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย
ฮารูกิ มูราคามิ



SHARE
Writer
Pratchawitdax
Reader&Writer
Writing Express

Comments