Digital Wars เลือกสื่อไหนใช้อะไรในยุคนี้ EP.3 : Facebook
หลายคนอาจบอกว่าปีนี้ (2018) เป็นปีชงของพี่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แห่งอาณาจักรเฟซบุ๊กเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่ต้นปีก็มีข่าวข้อมูลรั่วไหล ล่าสุดก็มีการพบช่องโหว่ใหญ่จนต้องบังคับทุกคนให้ออกจากระบบกันก่อน จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความปลอดภัย และการนำข้อมูลไปใช้ หรือกระทั่งการได้เข้าไปนั่งอยู่ท่ามกลางคณะลูกขุนในสภาคองเกรส

เรื่องในองค์กรเองก็ดูเหมือนพี่มาร์กจะไปสร้างความไม่พอใจให้หลาย ๆ คน อยู่ไม่น้อยทำเอาผู้ก่อตั้ง What's App, Instagram, Oculus ที่ถูกพี่มาร์กซื้อมามาทั้งบริษัท ต่างก็ทยอยตบเท้าลาออกกันเป็นแถว

นอกจากนี้พี่มาร์กเรายังไปขัดอกขัดใจกับ อีลอน มัสก์ ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น โทนี สตาร์ก ในโลกความจริง จนพี่แกทำการลบเพจ และบัญชีของตัวเองออกจากเฟซบุ๊กแบบไม่แคร์ยอดไลก์หลักล้านที่สร้างมาเลยทีเดียว

ไหน ๆ ก็ประกาศสงครามกับโทนี สตาร์ก แล้ว พี่มาร์กของเราก็เลยสวมบทธานอส ดีดนิ้วลด Reach ไปกว่าครึ่งจักรวาล สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักขึ้นมาอีกครั้ง

ผมได้ทำการสอบถามไปยังซินแสกูเกิล ให้ช่วยตรวจเช็กดวงชะตาของธานอสผูนี้พบว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เกิดเมื่อปี 2527 ตรงกับปีนักษัตร "ชวด" และนักษัตรที่เป็นปีชงกับปี 2561 ได้แก่ มะโรง จอ ฉลู และมะแม อ้าว! ไม่ชงนี่หว่า

สำหรับใครที่ยังคงใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือทำมาหากินอยู่ ก็ลองมาดูกันว่าในสถานการณ์แบบนี้ยังมีอะไรที่เรพอจะทำได้อยู่บ้าง

จากการลด Reach อย่างบ้าระห่ำทำให้คนเข้าถึงคอนเทนต์ของเราได้น้อยลง ในขณะที่หลายแบรนด์ต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อบูสต์โพสต์ หรือซื้อโฆษณา เรียกได้ว่าเฟซบุ๊กกำลังจะกลายเป็น Paid Tools เต็มตัวแล้ว

แต่เฟซบุ๊กก็ไม่ได้เอาเงินเราไปซื้อนาฬิกาให้พี่มาร์กใส่แต่อย่างใด แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือระบบ Targeting ที่เก่งขึ้น และฉลาดมากขึ้น รวมถึงรูปแบบการโฆษณาที่ทำได้หลากหลายมากขึ้นด้วย

เฟซบุ๊กยังเป็นแพลตฟอร์มที่ขยันสร้างลูกเล่นใหม่ ๆ มาให้เราใช้กันอยู่เสมอ จะเห็นว่าช่วงหนึ่งเราจะเห็นคอนเทนต์แบบ GIF อยู่เต็มฟีดเราไปหมด แล้วมันก็ค่อยหายไปกลายเป็นยุคของคอนเทนต์ 360 องศา แล้วก็ตามมาด้วยข้อความแบบมีพื้นหลัง และปัจจุบันการไลฟ์ก็มาแรงสุด ๆ โดยเฉพาะการไลฟ์ขายของ ที่เหมือนการยกทีวีไดเร็กมาไว้บนออนไลน์ยังไงยังงั้น

ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการใช้เฟซบุ๊กคือ "ฟีเจอร์อะไรออกใหม่ให้รีบใช้ เพราะเฟซบุ๊กจะช่วยดันให้คนเห็นเยอะในราคาที่ถูกเสมอ"

วีดีโอบนเฟสบุ๊ก ได้รับความนิยมมาพักนึงแล้ว แต่อีกเทรนด์ที่กำลังมาคือ 'วีดีโอแนวตั้ง' ในยุคนึงเราเคยว่าคนที่ถ่ายวีดีโอแนวตั้งว่าเป็นพวกถ่ายรูปไม่เป็น แต่ตอนนี้วีดีโอแนวตั้งเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ดีเลยทีเดียว เพราะทุกคนเล่นเฟสบุ๊กในแนวตั้ง วีดีโอแนวตั้งก็จะแสดงผลได้ใหญ่เต็มจอ ไม่มีพื้นที่ให้คอนเทนต์อื่นๆในฟีดมาดึงความสนใจ และอีกเหตุผลคือความใหญ่ทำให้ไถผ่านไปได้ช้า คนก็จะเห็นคอนเทนต์ของเราได้นานกว่า และมีโอกาสได้ยอดวิวจากการเล่นอัตโนมัติอีกด้วย

ข้อมูลจากการสำรวจพบว่าคนไทยส่วนใหญ่เล่นเฟสบุ๊กในเวลาทำงาน หรือระหว่างเดินทาง การทำข้อความซับไว้ในวีดีโอจะช่วยเพิ่มยอดวิวได้อีกทางหนึ่ง เพราะสามารถแอบดูได้โดยไม่ต้องเปิดเสียง และวีดีโอไม่ควรยาวนักเพราะคนต้องใช้เวลาในการไถอ่านอีกหลายคอนเทนต์ ไม่เหมือน Youtube ที่คนตั้งใจเพื่อเข้าไปดูวีดีโอโดยเฉพาะ

อีกเรื่องหนึ่งที่เฟสบุ๊กเริ่มหันมาให้ความสำสัญมากขึ้นคือ 'กลุ่ม' ที่ตอนนี้เราสามารถลิงก์เพจกับกลุ่มไว้ด้วยกันได้แล้ว วิธีใช้ก็คือใช้เพจไว้ขายของ และใช้กลุ่มไว้สร้างคอมมูนิตีของลูกค้า

เพจเองก็มีการเพิ่มระบบ Top Fan ขึ้นมา เพื่อให้รู้ว่าลูกเพจคนไหนเป็นแฟนตัวยงของเพจที่เข้ามาดู มาคอมเมนต์ หรือกดไลก์กดแชร์มากที่สุด ก็จะมีเครื่องหมาย Top Fan แสดงอยู่หลังชื่อเพื่อประกาศให้โลกรู้

เพจที่ให้ความสำคัญกับ Top Fan ทำให้เกิดการแข่งขันกันเองของลูกเพจเพื่อแย่งตำแหน่งกัน (Top Fan เลือกโดยระบบ แอดมินไม่สามารถเลือกได้ แต่สามารถดูได้ว่ามีใครบ้าง) ทำให้เพจมี Engagement มากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเพจของน้อง ๆ BNK48 ที่ถ้าใครได้ขึ้นเป็น Top Fan ก็จะดูโดดเด่น และน่าอิจฉาขึ้นมาทันที

แม้ว่า Reach จะหายไปมากขนาดไหน ยังไงเฟซบุ๊กก็ยังเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของคนไทยที่มีผู้ใช้มากที่สุดอยู่ การตามหากลุ่มลูกค้าที่ตรง Target ของแต่ละคอนเทนต์ หรือแบรนด์ยังคงทำได้ง่ายกว่า (แต่อาจเสียเงินมากกว่า) ในแพลตฟอร์มอื่น ๆ โดยมีข้อแนะนำว่าให้เลือก Target คนจาก Behavior มากกว่า Interested เพราะทุกวันนี้การกดไลก์มีหลายความหมาย กดไลก์อาจไม่ได้หมายความว่าถูกใจเสมอไป อาจกดให้เพื่อนตามมารยาท หรือชอบนางแบบนายแบบในภาพ แต่ไม่ได้ชอบในแบรนด์ หรือไม่ได้ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ก็มี

เฟซบุ๊กยังคงเป็นเครื่องมือที่ดีในการทำการตลาด แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่คอนข้างบ่อยในช่วงนี้ ประกอบกับความสามารถที่หลากหลาย ผู้ใช้อย่างเราก็คงต้องปรับตัว และให้เวลาในการศึกษา และลองผิดลองถูกกันซักหน่อยเพื่อหาส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับแบรนด์ และกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม

Event : งานจิบกาแฟ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (29 ก.ย.61)


วิทยากร
1. ชนะชัย ไชยปัญญา (Twitter Representative of Thailand)
2. ขจร เจียรนัยพาณิชย์ (Founder at Mango Zero)
3. ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต (CEO at Uppercuz Creative)

SHARE

Comments