[Drabble] Yesterday [ SeolA x Bona ]
> play
Taylor Swift - Everything Has Changed ft. Ed Sheeran
https://www.youtube.com/watch?v=w1oM3kQpXRo





        คิม โบนา รู้จักรุ่นพี่คนนั้น

        รู้จัก ในแง่ที่หมายถึง รู้จักเพียงหน้าตา ไม่ได้มากไปกว่านั้น

        โบนาคิดว่าตัวเองกับรุ่นพี่คนนั้นอาจจะเคยเดินสวนกันบ้างในโรงอาหาร ไม่ก็เวลาเดินเปลี่ยนคาบเรียน ไม่แน่อาจจะเดินขนานกันไปตามเส้นทางกลับบ้าน การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหล่อนมันคงไม่มากเกินไปกว่าการเดินเฉียดกัน ความใกล้ที่มากที่สุดระหว่างเราก็อาจจะเป็นการต่อแถวข้าง ๆ กันเพื่อซื้ออาหารกลางวันในโรงอาหาร

        หล่อนเป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรมดนตรี ถ้าเธอจำไม่ผิด 

        หล่อนเคยขึ้นเวทีงานโรงเรียนร้องเพลงคู่กับ ยู ยอนจอง รุ่นน้องเกรดสิบเมื่อเทอมไหนสักเทอมที่ผ่านมา และหล่อนดูจะสนิทกับ ซน อึนซอ รุ่นน้องเกรดสิบตัวสูงอีกคน โบนาเคยเห็นทั้งสองคนเดินกลับบ้านด้วยกันหลายครั้ง

        หล่อนดูเป็นที่รู้จักสำหรับหลาย ๆ คนในโรงเรียน ไม่ว่าจะพวกรุ่นพี่ตั้งแต่เกรดสิบสองไล่ลงมาจนแม้แต่เด็กเกรดเจ็ดก็ดูจะนึกออกถ้าพูดถึงพี่คนนั้น เจ้าของเรือนหน้าสวยและเสียงหวาน ๆ ประจำชมรมดนตรี คนที่ให้ความรู้สึกว่ามีแรงดึงดูดบางอย่างรอบตัวหล่อนอะไรประมาณนั้น

        โบนาไม่ได้รู้จักหล่อนมากไปกว่านึกออกว่าหล่อนเป็นใคร เรียกได้ว่ารู้จักเพียงแค่ผิวเผินเสียด้วยซ้ำ และดูเหมือนเด็กเกรดสิบเอ็ดอย่างเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยากรู้จักรุ่นพี่คนนั้นไปมากกว่าที่รู้อยู่ตอนนี้ทำไม



        “ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ”



        โบนาเงยหน้าจากหนังสือวรรณกรรมอะไรสักอย่างที่หยิบติดมือมาอ่านฆ่าเวลารอเรียนคาบถัดไปหลังจากช่วงเวลาพักกลางวัน สบสายตาเข้ากับแววตานิ่ง ๆ เรือนหน้าสวยล้อมกรอบด้วยผมสีดำสนิทตัดสั้นประบ่า เจ้าของคำถามเลิกคิ้วเล็กน้อยที่ได้รับความเงียบและแววตาสงสัยเป็นคำตอบ หล่อนยกยิ้มบาง ๆ เคาะปลายนิ้วลงบนพนักผิงของเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะถามซ้ำอีกครั้ง


        “ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ”


        คนนั่งอยู่ก่อนสะดุ้งเล็กน้อยราวกับพึ่งได้สติหลังจากเผลอมองคนตรงหน้าเสียนานสองนาน


        “ค่ะ”


        หล่อนยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่ใช่การปฏิเสธ จัดการเลื่อนเก้าอี้และทิ้งตัวลงนั่งก่อนจะเปิดหนังสือภาพศิลปะทางดนตรีอะไรสักอย่างในมือ ดวงตาคู่สวยจับจ้องกับเนื้อหาตรงหน้า มือเรียวข้างหนึ่งถูกยกมาเท้าคางและข้างที่เหลือทำหน้าที่จับมุมหน้าหนังสือเพื่อรอเปิดหน้าถัดไป

        นี่อาจจะเป็นปฏิสัมพันธ์แรกที่โบนามีร่วมกับพี่คนนั้น คนที่ไม่รู้แม้แต่กระทั้งชื่อของหล่อนเสียด้วยซ้ำ







 
        คิม ซอลอา คิดว่าตัวเองรู้จักน้องคนนั้น

        รู้จัก ในแง่ที่หมายถึง รู้จักเพียงหน้าตา ไม่ได้มากไปกว่านั้น

        หล่อนดูสวยจนสะดุดตาเมื่ออยู่ท่ามกลางคนอื่น ๆ เราเคยเดินสวนกันในโรงอาหาร เหมือนจะเคยเดินสวนกันอีกหลายครั้งตอนเปลี่ยนคาบเรียน และเหมือนว่าเราจะเดินกลับบ้านทางเดียวกัน ซอลอาจำได้ว่าเคยยืนข้างหล่อนตอนต่อแถวซื้ออาหารกลางวันที่โรงอาหาร

        น้องคนนั้นน่าจะชอบอ่านหนังสือ ถ้าซอลอาเดาไม่ผิด 

        ซอลอาจำได้ว่าหล่อนมักมีหนังสือสักเล่มติดตัวอยู่เสมอ ดูไม่ค่อยสนใจหรือสุงสิงกับใครเป็นพิเศษนอกจากหนังสือที่มักจะอ่านอยู่แทบตลอดเวลา อึนซอรุ่นน้องคนสนิทเคยเล่าให้ฟังว่าน้องคนนั้นสนิทกับ ชู โซจอง เกรดสิบเอ็ดห้องซีเพราะทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนและนั่งข้างกันเสมอ
 
        หล่อนดูยิ้มแย้มเก่งในเวลาปกติ ตัวเล็ก ดูน่ารักเหมือนลูกแมว แต่กลับไม่รู้สึกถึงความเป็นมิตร ผิดกับความสวยที่ไม่ว่าจะรุ่นน้องตั้งแต่เกรดเจ็ดไล่มาจนถึงรุ่นเดียวกันในเกรดสิบสอง ทุกคนก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความสวยของหล่อนไม่เป็นสองรองใคร และอาจจะเพราะความเงียบหรือความไม่ค่อยสุงสิงกับใครของหล่อนทำให้รอบ ๆ ตัวดูเหมือนจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อย่างที่ควรจะเป็น

        ซอลอาไม่ได้รู้จักหล่อนมากไปกว่านี้ จริง ๆ อาจจะเรียกไม่ได้ว่ารู้จักกันเสียด้วยซ้ำ เพราะเราเคยคุยกันเพียงแค่สองประโยค นั่นอาจจะสักเมื่อสักสิบแปดชั่วโมงก่อนหน้านี้ ในห้องสมุดแสนเงียบเชียบที่แทบไม่มีคน

        ซอลอาไม่ได้รักการเข้าห้องสมุด เพียงแค่อยากหนีจากความวุ่นวายของรุ่นน้องจอมป่วนอย่างอึนซอ เจ้าตัวแสบเอาแต่รบเร้าให้เธอไปเดินเที่ยวเล่นในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เป็นเพื่อนกันตลอดพักกลางวัน ห้องสมุดจึงเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะเจ้าเด็กจอมวุ่นวายไม่เคยคิดจะเดินเฉียดเข้าใกล้ห้องสมุดเลยสักครั้งถ้าไม่จำเป็น สุดท้ายซอลอาก็เลือกหยิบหนังสือภาพเกี่ยวกับศิลปะทางดนตรีมาหนึ่งเล่ม และหันไปเจอเข้ากับน้องคนนั้นที่กำลังอ่านหนังสืออะไรสักอย่างอยู่พอดี

        ซอลอาไม่ได้คิดว่าตัวเองอยากจะรู้จักหล่อนไปมากกว่าที่เคยรู้จัก แต่รู้ตัวอีกทีเราก็นั่งตรงข้ามกัน ตรงหน้ามีหนังสือคนละเล่ม รอบตัวเงียบเชียบเสียจนเหมือนจะได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ 

        และเมื่อซอลอาเงยหน้าขึ้นมาจากภาพศิลปะในหนังสือ ก็เจอเข้ากับเรือนหน้าสวย แพขนตางอน คิ้วได้รูป สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากบาง ดวงตาหวานใส และสายตาที่กำลังทอดมองกันอยู่ ก่อนหล่อนจะหลบตาและหันไปสนใจหนังสือตรงหน้าอีกครั้ง

        จากวินาทีนั้นถึงตอนนี้ก็นับเป็นเวลาสิบแปดชั่วโมงได้แล้ว เป็นสิบแปดชั่วโมง ที่ซอลอาไม่สามารถลบภาพแววตาของหล่อนที่มองกันออกจากความคิดได้เสียที







        “โซจอง รู้จักพี่คนนั้นมั้ย” 

        โบนาถามเพื่อนสนิทในคาบเรียนของวิชาคณิตศาสตร์ สายตามองที่กระดานไวท์บอร์ดแต่สมาธิกลับไม่อยู่ตรงนั้นอย่างที่เคยเป็น มันจดจ่ออยู่กับความทรงจำที่ไม่แน่ใจว่าเกิดเมื่อวานหรือว่าตอนไหน ทั้งน้ำเสียงทุ้มติดหวาน เรียวนิ้วที่จับมุมของหน้าหนังสือ รวมไปถึงสายตาที่สบกันในตอนนั้น

        “พี่คนไหน” 

        เพื่อนสนิทที่กำลังลอกเนื้อหาบนกระดานหันมาถามด้วยความสนใจ เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกที่โบนาถามถึงคนอื่นที่ไม่ใช่คนใกล้ตัว

        “คนที่สนิทกับอึนซอเกรดสิบ”

        “อึนซอก็สนิทไปทั่ว”

        “ที่อยู่ชมรมดนตรี”

        “อ้อ พี่ซอลอา”

        “พี่เขาชื่อซอลอา?”

        “อาฮะ พี่ซอลอาเกรดสิบสอง ห้องบี”

        โบนาตอบกลับเพื่อนสนิทด้วยความเงียบ ไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไปมากกว่าพยักหน้ารับรู้ ปล่อยให้โซจองจ้อเรื่องพี่เขาผ่านหู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พี่เขาเป็นใคร มีความน่าสนใจอย่างไร โบนาปล่อยให้มันผ่านหูไปทั้งหมด ไม่ได้สนใจจะฟังจากปากเพื่อนสนิทเลยสักนิด

        ถ้าจะได้รู้จักพี่คนนั้นมากกว่านี้ มากกว่าแววตานิ่ง ๆ รอยยิ้มบาง ๆ และสายตาที่สบกันครั้งนั้น 

        โบนาอยากจะรู้จักพี่เขาด้วยตัวเอง มากกว่าฟังเรื่องพี่เขาจากเพื่อนก็เท่านั้นเอง
 

 

 

        “อึนซอรู้จักคนนั้นมั้ย”

        ซอลอาถามรุ่นน้องคนสนิท หลังจากเจ้ารุ่นน้องตัวสูงดีดโน้ตตัวสุดท้ายของเพลงลงบนสายกีตาร์ เพลงที่เล่นประจำยังคงเพราะเหมือนเคย แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้ใจนิ่งขึ้นเลยสักนิด

        “คนไหน” 

        อึนซอถามด้วยแววตาสงสัยทันที เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกที่ซอลอาถามหาใครสักคนโดยที่คนเด็กกว่าไม่ใช่ฝ่ายจ้อให้ฟัง

        “ที่สวย ๆ เกรดสิบเอ็ด”

        “พี่ เกรดสิบเอ็ดที่สวย ๆ ก็มีไปแล้วครึ่งชั้นปี”

        “ที่ชอบทำหน้านิ่งแล้วดุ ๆ หน่อย”

        “พี่โบนาหรอ?”

        “เขาชื่อโบนา?”

        “ก็ถ้าพูดถึงคนหน้าดุ ๆ แต่สวยก็มีพี่โบนาคนเดียวนั่นแหละ”

        “มันหาง่ายขนาดนั้นเลยรึไง”

        “โลกนี้ก็มีแค่พี่นั่นแหละที่ทำทุกอย่างให้ยาก” 

        อึนซอทำสีหน้าเหม็นเบื่อใส่รุ่นพี่ที่นั่งข้าง ๆ กัน มือเรียวเอื้อมไปพลิกหน้าสมุดจดโน้ตเพลงไปยังหน้าถัดไป เรียกให้ซอลอายิ้มบาง ๆ กับท่าทีกวนประสาทเหล่านั้น คนโตกว่ารีบสั่งให้เจ้ารุ่นน้องตัวยุ่งจับคอร์ดกีตาร์และเริ่มเล่นเพลงต่อไปก่อนที่เจ้าตัวจะอ้าปากจ้อเรื่องน้องคนนั้นมากกว่านี้
 
        ถ้าจะได้รู้จักน้องคนนั้นมากกว่านี้ มากกว่าความสวย มากกว่าหนังสือที่หล่อนอ่าน มากกว่าแววตาที่สบกัน หรือแม้แต่กระทั้งความเงียบในช่วงเวลานั้น 

        ซอลอาก็แค่อยากรู้จักน้องคนนั้นมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้สักนิดด้วยตัวเองแค่นั้นเอง






        “เอ่อ...”

        โบนาเงยหน้าจากหนังสือปรัชญาอะไรสักอย่างตรงหน้า สบสายตาเข้ากับแววตานิ่ง ๆ คู่เดิม เรือนหน้าสวยยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เหมือนครั้งก่อน ในมือของคนตรงหน้ายังมีหนังสือเกี่ยวกับศิลปะเหมือนเดิมราวกับหล่อนจงใจกดปุ่มเล่นซ้ำบนเครื่องเล่นเพลงลงบนสถาณการณ์ระหว่างเรา

        “นั่งด้วยได้มั้ยคะ”

        “ค่ะ”

        ซอลอาทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกับโบนาอีกครั้ง ปล่อยให้เราสบตากันในความเงียบและรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ประดับบนริมฝีปากของคนเด็กกว่า

        “ชอบอ่านหนังสือหรอ”

        “ก็ชอบ”

        “แนะนำหนังสือศิลปะหรือดนตรีให้หน่อยได้มั้ยคะ” 

        โบนาขมวดคิ้วเล็ก ๆ สายตาที่มองกันทำเอาซอลอาอยากตีปากตัวเองทันทีเพราะรู้สึกว่ากำลังล้ำเส้นไปกวนพื้นที่ส่วนตัวของคนตรงหน้า แต่แล้วทุกอย่างก็แทบหยุดนิ่งเพราะหล่อนยิ้มและหัวเราะน้อย ๆ คืนกลับมาให้กัน

        “ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่เก่งเรื่องศิลปะหรือดนตรีเลย พี่น่าจะถามผิดคนแล้ว”

        “อ่า ขอโทษนะ แค่เห็นอ่านหนังสือบ่อย ๆ เลยนึกว่าน่าจะพอรู้”

        “ฉันห่วยเรื่องดนตรีค่ะ”

        “ไม่ชอบดนตรีหรอคะ”

        “ไม่หรอก แค่ไม่เก่งด้านนี้เลย แต่ชอบฟังเพลงนะคะ”

        “งั้นคราวหน้า ร้องให้ฟังมั้ยคะ”

        “พี่ว่าไงนะคะ”

        “แค่อยากให้ชอบมันขึ้นมาบ้าง สักนิดก็ยังดี”

        และเป็นอีกครั้งที่ซอลอาอยากจะตีปากตัวเองเป็นรอบที่สอง รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรแปลก ๆ ที่คนทั่วไปเขาไม่ทำกันอีกแล้ว ก่นด่าตัวเองในใจว่ามีใครที่ไหนอาสาจะร้องเพลงให้คนอื่นฟังเพียงเพราะอยากให้เขารู้สึกชอบมันขึ้นมาบ้างแบบนี้กัน

        “พี่เล่นดนตรีอะไรได้บ้างคะ” 

        โบนาเกี่ยวปลายผมทัดใบหู เด็กตรงหน้าสบตากลับมาเหมือนพึ่งค้นพบอะไรบางอย่าง

        “ก็เล่นกีตาร์พอได้ คีย์บอร์ดก็พอได้ ร้องเพลงก็พอได้”

        “ก็ดูจะเก่งออก” 

        โบนายิ้ม และนั่นก็ทำให้ซอลอายิ้มตามอย่างง่ายดาย มันเป็นสถาณการณ์ชวนเคอะเขินจนรู้สึกว่าทำตัวไม่ถูก และภายใต้รอยยิ้มนั่น สายตาของเราที่สบเข้าด้วยกันก็ทำให้ความเงียบในนาทีต่อมาทำงานได้ดีเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองสะท้อนในอกด้วยความเร็วมากกว่าปกติอย่างชัดเจน

        แววตาของพี่ซอลอาคนนั้นอบอุ่น เป็นความอบอุ่นแบบที่โบนาไม่คิดว่าจะได้เห็น และเป็นตัวตนของเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้

        และแววตาของน้องโบนาคนนั้นก็ให้ความรู้สึกสดใสและเป็นมิตรแบบที่ซอลอาไม่คิดว่าจะได้รับ 

        “พี่ชื่อซอลอานะคะ คิม ซอลอา”

        “คิม โบนาค่ะ”

        คิม ซอลอา รู้ได้ทันทีตั้งแต่วินาทีที่เรารู้จักกันอย่างเป็นทางการ ว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนไป

        และ คิม โบนา ก็รู้ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เราจะไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่รู้จักกันเพียงผิวเผินอีกแล้ว



        มันก็คงจะตั้งแต่เมื่อวาน



        ทุกความรู้สึกและทุกสิ่งระหว่างเรา มันคงจะเปลี่ยนจากการเป็นแค่ใครสักคนที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกัน เปลี่ยนไปทั้งหมด 



        ตั้งแต่ที่เราได้พบกันเมื่อวาน




'Cause all I know is we said hello
And your eyes look like coming home
All I know is a simple name, everything has changed
All I know is you held the door
You'll be mine and I'll be yours
All I know since yesterday is everything has changed

 



คิดถึงซอลโบค่ะ
ในที่สุดเขาก็มีวีไลฟ์คู่กันแล้วนะคะ //วิ่งไปกรี๊ดหน้าซอย

ไม่ได้เขียนนาน ถ้าทำให้รู้สึกขัด ๆ หรือฝืด ๆ ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ <3
Number7
SHARE

Comments

8864
5 months ago
น่ารักมากๆเลยค่ะ
Reply
Ssnowflake
5 months ago
อบอุ่นหัวใจมากๆเลยค่ะ สไตล์การเล่าเรื่องน่ารักมากๆ ชอบมากๆเลยค่ะ;-;
Reply
309TIME
5 months ago
ชอบการเล่าแบบตัดสลับมุมมองในสถานการณ์เดียวกันมากๆค่ะ แง ซอลโบที่ดือๆๆๆ
Reply
Aromkits
5 months ago
เนื้อเรื่องน่ารักมากเลยค่ะ ;-; เขินพิซอล เเอบมองกันนานเเล้วสินะคะ ได้ตังหวะทำความรู้จักกันสักที คิดถึงซอลโบเหมือนกันเลยค่ะ ;-;
Reply
pallilon9736
5 months ago
คิดถึงเช่นกันค่ะ
น่ารักมากๆเลยคุณความอบอุ่นกันคุณความสดใสรู้จักกันแล้วนะ^^
Reply