เรามันก็แค่พวกทิ้งเพื่อน

"ฮัลโหลเกี๊ยก" ปาล์มเริ่มพูดหลังจากที่เกี๊ยกรับสาย

เกี๊ยกกับปาล์มเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมอปลาย ตอนนี้ทั้งคู่เรียนอยู่คณะวิศวะเหมือนกัน มหาลัยเดียวกัน ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว
เกี๊ยกเป็นคนที่คุยเก่ง อัธยาศัยดี สามารถเข้าได้ดีกับทุกคน มันเป็นคนที่พูดโน้มน้าวเก่ง เกี๊ยกพูดอะไรทุกคนก็เห็นด้วยกับมันไปหมด ทำให้มันเป็นคนที่ค่อนข้าง Popular พอสมควรในมหาลัย

ส่วนปาล์มเป็นคนที่ตรงข้ามกับเกี๊ยกพอสมควร มันเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ และก็มีเพื่อนไม่มากเท่ากับเกี๊ยก ซึ่งตอนนี้เพื่อนที่สนิทที่สุดของปาล์มก็น่าจะเป็นเกี๊ยกนี่แหละ

และตอนนี้ทั้งคู่กำลังคุยโทรศัพท์กันอยู่

"มีไรวะปาล์ม?" เกี๊ยกเริ่มพูดจากมือถือ

"คืองี้เว้ยมึง! พอดีกูเห็นว่ามีร้านชาบูเปิดใหม่แถวๆมอเรานี่แหละ กำลังมีโปรลดราคาเหลือหัวละ 299 เลย" ปาล์มเริ่มพูดชวนเกี๊ยกไปกินชาบู

"ก็น่าสนใจดีว่ะ" เกี๊ยกพูดด้วยท่าทีเหมือนจะสนใจ

"กูเลยว่าจะชวนมึงไปกินพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนซักหน่อย ไปกินกันป่าว?" พอได้ยินแบบนี้ปาล์มจึงพูดชวนเกี๊ยกทันที

"งั้นเดี๋ยวกูถามเพื่อนๆในกลุ่มกันดูก่อน ว่ามันสนใจมั้ย" เกี๊ยกตอบปาล์มโดยที่ยังไม่ได้ตกลงอะไร

สีหน้าของปาล์มเริ่มเปลี่ยนไป จากที่ตื่นเต้นอยู่ดีๆก็เปลี่ยนเป็นทำหน้าเซ็งในทันใด

"งั้นก็ลองถามๆมันดูละกัน เผื่อพวกมันจะสนใจ งั้นพรุ่งนี้เจอกันคาบบ่ายนะ" ปาล์มพูดจบแล้วก็วางสายเกี๊ยกไป

"คงจะเป็นเหมือนเดิมซินะ" ปาล์มคิดในใจ 




"หวัดดีเกี๊ยก!" ปาล์มทักทายเกี๊ยกทันทีหลังจากที่มันเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วเจอเกี๊ยกกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆกันอยู่

"สรุปไปกินชาบูเปิดใหม่ป่าว?" ปาล์มเริ่มพูดถึงเรื่องที่คุยกันกับเกี๊ยกทางโทรศัพท์เมื่อวาน

เกี๊ยกทำท่าเหมือนกับคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนที่เกี๊ยกจะตอบออกไป

"เอาจริงๆนะมึง!" เกี๊ยกเริ่มพูด "เหมือนคนอื่นเค้ายังไม่อยากกินชาบูอ่ะช่วงนี้" เกี๊ยกตอบปฏิเสธปาล์มไป

สีหน้าปาล์มเริ่มเปลี่ยนไปทันที

"งั้นหรอ? ไม่เป็นไรเว้ยกูเข้าใจ" ปาล์มตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าเล็กน้อย

"กูขอโทษว่ะ! แต่พวกมึงรู้มั้ย? เมื่อกี้กูเพิ่งเปิด Facebook ดู เห็นมันมีร้านซูชิเปิดใหม่อยู่ซอย 6 นี่เอง เห็นว่ามันน่าสนใจมากเลย กูว่าหลังเลิกเรียนจะไปกินอยู่พอดีเลย พวกมึงจะไปด้วยกันมั้ย?" เกี๊ยกเริ่มพูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ที่มันเห็นจาก Facebook

"กูอยากกินอาหารญี่ปุ่นอยู่พอดีเลย ไป!" เสียงเพื่อนในกลุ่มดังขึ้น

"กูเอาด้วย!" เพื่อนในกลุ่มอีกคนนึงตอบ

"ไปดิ!" เพื่อนในกลุ่มตอบรับในทางเดียวกัน

ตอนนี้เพื่อนในกลุ่มเกือบทั้งหมดตอบตกลงแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ปาล์มคนเดียว เกี๊ยกจึงหันมาถามปาล์ม

"แล้วมึงล่ะไอ้ปาล์ม?" เกี๊ยกถามปาล์มถึงร้านซูชิของมัน

"ถ้าพวกมึงอยากกินกูก็กินได้" ปาล์มตอบเกี๊ยกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ต้องอย่างนี้ซิเพื่อนยาก" เกี๊ยกพูดพร้อมกับตบไหล่ปาล์ม "งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เรียนเสร็จรีบขับรถออกไปกันเลยนะ" เกี๊ยกพูดเสร็จแล้วก็ชวนเพื่อนๆไปนั่งที่โต๊ะเรียนเพื่อเตรียมตัวเรียนคาบบ่าย


 
ขณะที่ปาล์มกำลังนั่งดูซีรีส์ผ่าน Netflix อยู่นั้น เสียงมือถือของปาล์มก็ดังขึ้น ปาล์มเห็นว่าเกี๊ยกโทรมาจึงหยุดวีดิโอแล้วกดรับสายทันที

"มีไรวะไอ้เกี๊ยก?" ปาล์มเริ่มพูด

"คืองี้! กูมีอะไรสนุกๆมาเสนอมึงด้วยแหละ" เกี๊ยกเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"อะไรวะ?" ปาล์มถามด้วยสีหน้าสงสัยเล็กน้อย

"คือปลายเดือนหน้าจะมีงานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียนเว้ย! ตอนนี้มีเพื่อนๆจะไปงานเลี้ยงรุ่นเกือบ 100 คนแล้ว ก็เลยจะมาชวนมึงในฐานะคนต่างจังหวัด เป็นคนที่ 101 ฮ่าๆ" เกี๊ยกพูดติดตลกกับปาล์ม

"มึงก็รู้หนิว่ากูไม่ค่อยสนิทกับเพื่อนสมัยมอปลาย กูไปก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับมัน กูอยากอยู่บ้านดูซีรีส์เฉยๆมากกว่า" ปาล์มเริ่มพยายามหาข้ออ้างที่จะไม่ไปงานเลี้ยงรุ่น

"เออน่า! ทุกคนเค้าบอกว่าอยากเจอมึงจะตายห่า ตั้งแต่เรียนมหาลัยเนี่ยมึงก็หายหัวไปเลยไม่กลับไปเยี่ยมพวกมัน เนี่ยกูซื้อบัตรเข้างานเผื่อมึงให้แล้วเนี่ย อยากให้มึงไปด้วย นี่กูซื้อให้มึงเป็นพิเศษเลยนะ" เกี๊ยกพยายามโน้มน้าวปาล์มต่อ

"มึงไม่ถามกูก่อนหรอว่ากูจะไปมั้ย?" ปาล์มเริ่มไม่พอใจเล็กน้อย

"มาเถอะมึง ถ้ามึงเป็นเพื่อนกูจริงมึงต้องไปเว้ย!" เกี๊ยกยังคงพยายามชวนปาล์มไปให้ได้

"เออๆ ถือว่ากลับไปเจอเพื่อนก็ได้" ปาล์มตอบรับเกี๊ยกอย่างเสียไม่ได้

"ต้องอย่างนี้ซิ! มึงเตรียมแต่งตัวหล่อๆไว้เลย คนอื่นกำลังรอเจอมึงอยู่ งั้นเดี๋ยวกูขอตัวก่อนนะ กูจะโทรไปชวนไอ้ไปร์ทห้อง 3 ต่อ" หลังจากเกี๊ยกยัดเยียดการชวนกับปาล์มเสร็จก็วางสายทันที

"หวังว่ามันคงอยากเจอกูจริงๆนะ" ปาล์มคิดในใจ 



หลังจากผ่านไปเดือนนึง วันนี้เป็นวันเลี้ยงรุ่นของโรงเรียน มีศิษย์เก่าไปร่วมงานรวมกันกว่า 300 คน ส่วนใหญ่จะเป็นศิษย์เก่าที่เรียนอยู่ในช่วงมหาลัยนี่แหละ ส่วนวัยทำงานแทบจะไม่เห็นใครกลับมากันแล้ว

ปาล์มเดินเข้างานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียนในชุดนักศึกษา เพราะว่าปาล์มเพิ่งเรียนเสร็จจากมหาลัยตอน 4 โมงเย็น เลยไม่มีเวลากลับบ้านไปเปลี่่ยนชุดก่อนเข้างานเลี้ยงรุ่นที่เริ่มตอน 6 โมงเย็น ปาล์มสังเกตว่าแต่ละคนแต่งสวยหล่อๆสวยๆกันทั้งนั้นเลย เทียบกับปาล์มที่แต่งชุดนักศึกษาทั่วๆไปแล้วดูธรรมดาไปเลย

ในงานเลี้ยงรุ่นนั้น เกี๊ยกกำลังคุยกับเพื่อนๆในรุ่นเดียวกันอยู่ พอเกี๊ยกเห็นปาล์มเดินเข้ามา ก็ตะโกนเรียกปาล์มทันที

"เฮ่ๆ! ไอ้ปาล์ม มาทางนี้ๆ มาให้เพื่อนๆเจอหน้าหน่อย" เกี๊ยกเรียกปาล์มให้เข้ามาหามัน ซึ่งปาล์มก็เดินเข้ามาหาเกี๊ยกแต่โดยดี

"เห้ยปาล์ม! หล่อขึ้นนี่หว่า" เพื่อนร่วมรุ่นคนนึงเริ่มทักปาล์ม

"แต่งชุดนักศึกษามาด้วย" เพื่อนร่วมรุ่นอีกคนเริ่มพูดบ้าง "มึงเรียนไรอยู่อ่ะตอนนี้?" เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้นถามต่อ

"ก็เรียนวิศวะมอแถวๆในเมืองเหมือนไอ้เกี๊ยกนี่แหละ" ปาล์มตอบเพื่อนคนนั้นไป

"เท่จังวะ" เพื่อนร่วมรุ่นคนนั้นตอบ "ตอนนี้กูเรียนคณะนิติอยู่นอกเมืองว่ะ แม่งอ่านหนังสือโคตรเยอะเลย จำมาตราจำฎีกงฎีกาอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด" เพื่อนเริ่มเล่าเรื่องของมันบ้าง

"โห! แล้วสอบแต่ละครั้งมึงไม่อ่านหนังสือกันตาเหลือกเลยหรอ?" เกี๊ยกถามเพื่อนคนนั้นต่อ

"ก็อ่านมันข้ามคืนนี่แหละ" เพื่อนเริ่มตอบเกี๊ยก "ตอนสอบก็เขียนมั่วๆไม่ได้ด้วย ต้องเขียนให้ถูกธงคำตอบอีก รู้งี้เรียนวิศวะดีกว่า ไม่เห็นมีไรต้องจำอะไรให้ปวดหัวเลย เรียนก็สบายกว่าเยอะ" เพื่อนพูดบ่นเรื่องตัวเองให้คนอื่นฟังจนจบ

"แต่วิศวะมันก็ไม่ได้เรียนสบา..." ปาล์มเริ่มพูดเรื่องของตัวเอง
 
"ของกูนี่ยิ่งกว่าอีก" เพื่อนร่วมรุ่นอีกคนเริ่มพูดบ้าง "กูเรียนสถาปัตย์ใช่มั้ย แล้วอาจารย์ชอบให้วาดแบบแปลนอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด แถมแม่งเรื่องมากอีก วาดผิดนิดผิดหน่อยก็ให้ลบทำใหม่หมดเลย กว่าจะวาดให้ถูกใจแกได้ก็ปาไปถึงเช้า" เพื่อนเริ่มบ่นถึงความโหดร้ายของการเรียนบ้าง

"ยังไงก็สู้คณะวิทยาไม่ได้หรอก" เสียงเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนนึงเริ่มพูดแทรกขึ้น "เข้า Lab เป็นว่าเล่น Lab ก็ยากอยู่ละ ถ้าเบลอๆผสมสารเคมีสัดส่วนผิดนี่เผลอๆมีระเบิดอีก ฮ่าๆ" จากนั้นเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมรุ่นก็ดังออกมา

เหมือนตอนนี้ปาล์มกำลังถูกทิ้งให้อยู่ท่ามกลางเสียงเพื่อนคนอื่นๆที่กำลังแย่งกันโอ้อวดเรื่องของตัวเองอย่างเมามัน

"เดี๋ยวกูไปตักอาหารก่อนนะ" ปาล์มพูดเสร็จก็เดินออกไปทันที โดยที่มันก็คงรู้ว่าพูดไปตอนนี้คงจะไม่มีใครได้ยินมันหรอก

ปาล์มเดินไปหยิบจานที่วางอยู่บนโต๊ะเพื่อจะนำอาหารไปตักใส่ ปาล์มกำลังจะยื่นมือไปหยิบที่ตัก แต่ว่าปาล์มเห็นผู้หญิงคนนึงกำลังจะยื่นมือมาหยิบที่ตักเหมือนกัน

"ขอโทษครับ" ปาล์มพูดขอโทษทันที "เชิญเธอก่อนเลย" ปาล์มบอกให้ผู้หญิงคนนั้นตักอาหารก่อนปาล์ม

"ไม่เป็นไรๆ" ผู้หญิงคนนั้นเริ่มพูด "นี่ปาล์มใช่มั้ยเอ่ย?" ผู้หญิงคนนั้นเริ่มถามชื่อปาล์ม

"ใช่ๆ" ปาล์มตอบผู้หญิงคนนั้นไป "ว่าแต่เธอชื่อไรนะ? เราคุ้นๆหน้าเธอมากเลย" ปาล์มทำสีหน้าสงสัยเพราะว่าปาล์มเห็นหน้าตาของเธอดูคุ้นเคยกับคนที่ปาล์มเคยเจอในสมัยเรียน

"เราน้ำตาลไง!" ผู้หญิงคนนั้นตอบ "จำเราไม่ได้หรอ เราเปลี่ยนไปเยอะสินะ" เธอพูดต่อ

"จริงด้วย" ปาล์มทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย "เธอเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันหนิ" ปาล์มเริ่มชวนคุย "แล้วไหงถึงมางานเลี้ยงรุ่นได้ล่ะ? ปกติตอนเรียนเห็นเธอเรียนเสร็จก็กลับบ้านเลย ไม่ค่อยเห็นจะไปเที่ยวไหนกับใคร ไม่คิดว่าจะมางานเลี้ยงรุ่นด้วย" ปาล์มเริ่มถามเรื่องราวของน้ำตาล

"ก็ไม่มีไรหรอก" น้ำตาลเริ่มพูด "ก็เพื่อนๆในกลุ่มชวนน้ำตาลแหละ เห็นบอกอยากจะเจอน้ำตาลก็เลยมาอ่ะ" น้ำตาลพอพูดเสร็จก็ทำหน้าสีหน้าเศร้าเล็กน้อย

"ก็ดีแล้วหนิ มาเจอเพื่อนๆร่วมรุ่น" ปาล์มหาเรื่องคุยกับน้ำตาลต่อ

"ไม่เห็นดีตรงไหนเลย" น้ำตาลปฎิเสธ "พอเพื่อนๆเห็นน้ำตาลก็คุยกับน้ำตาลไม่กี่คำ ที่เหลือก็หันไปคุยกันเองกับคนอื่น" น้ำตาลเริ่มพูดถึงความคิดเกี่ยวกับงานเลี้ยงรุ่น

บางทีเราก็สงสัยเหมือนกันว่าเพื่อนอยากจะเจอเราจริงๆ หรือแค่อยากจะเจอคนเยอะๆเท่านั้น?

พอปาล์มได้ยินน้ำตาลพูดเช่นนี้ก็อึ้งไปเล็กน้อย และก็นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

"เราเข้าใจน้ำตาลนะ" ปาล์มพูดให้กำลังใจน้ำตาล

"ขอบคุณมากนะ" น้ำตาลพูดขอบคุณปาล์ม

"ว่าแต่เธอมี Facebook มั้ยอ่ะ? เดี๋ยวเราขอแอดเธอหน่อย เผื่อมีอะไรจะได้คุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน" ปาล์มเริ่มขอ Facebook ของน้ำตาล

"เอามือถือมาดิๆ เดี๋ยวเราพิมพ์ให้" น้ำตาลขอมือถือจากปาล์ม ปาล์มจึงหยิบมือถือจากกระเป๋ากางเกงยื่นออกมาให้น้ำตาล น้ำตาลพิมพ์ชื่อ Facebook ของตัวเองลงไปพร้อมกับกดแอดทันที แล้วจึงยื่นมือถือคืนให้ปาล์ม

"เดี๋ยวนี้ภาพ Profile สวยขึ้นเยอะเลยนะ ตอนเรียนไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย" ปาล์มพูดหลังจากที่เห็นภาพ Profile ใน Facebook ของน้ำตาล

"จะบอกว่าตอนเรียนน้ำตาลขี้เหร่หรอ!?" น้ำตาลพูดพร้อมกับตีแขนปาล์มเบาๆ

"ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย!" ปาล์มตอบน้ำตาล "งั้นเดี๋ยวเรากลับไปหาเพื่อนเราก่อนนะ ป่านนี้ไม่รู้มันจะหาเราอยู่รึป่าว" ปาล์มพูดลาน้ำตาลเพื่อขอตัวกลับไปหาเกี๊ยก

"ได้ๆ" น้ำตาลตอบ "ไว้ว่างๆค่อยคุยกันนะ" จากนั้นน้ำตาลก็โบกมือลาปาล์มไป




"ถึงบ้านยัง?" ปาล์มพิมพ์หาน้ำตาลผ่าน Facebook Messenger หลังกลับมาจากงานเลี้ยงรุ่น

จากนั้นประมาณ 1 นาที ปาล์มก็เห็นน้ำตาลเริ่มพิมพ์กลับมา

"ถึงแล้วๆ" น้ำตาลพิมพ์ตอบกลับมา "งานเลี้ยงรุ่นไม่เห็นสนุกเลย เพื่อนๆก็เอาแต่คุยโม้เรื่องตัวเองอย่างเดียว" น้ำตาลพิมพ์ต่อ

"เราเข้าใจๆ" ปาล์มเริ่มพิมพ์ตอบ "เราเพิ่งเห็นภาพ Profile เธอเรียนอยู่มอเดียวกับเรานี่ เธอเรียนคณะอะไรอยู่อ่ะตอนนี้?" ปาล์มเริ่มถามเรื่องราวของน้ำตาล

"เราเรียนบัญชีอยู่อ่ะ" น้ำตาลตอบปาล์ม "มีแต่ผู้หญิงเรียนกัน ผู้ชายไม่ค่อยเรียนหรอกคณะนี้ แถมไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายจริงรึป่าว 555" น้ำตาลพิมพ์ตอบปาล์มแบบติดตลกกลับไป

"ก็จริงนะ" ปาล์มพิมพ์ตอบน้ำตาลไป "มีแต่ผู้หญิงก็คงน่าเบื่อแย่เลยเนอะ" ปาล์มพิมพ์ต่อ

"ใช่ๆ" น้ำตาลพิมพ์ตอบ "เอางี้ ไว้ว่างๆเรานัดเจอกันมั้ย? ไหนๆเราก็เรียนที่เดียวกันอยู่แล้ว" น้ำตาลเริ่มนัดเจอปาล์ม

"ก็ได้นะ" ปาล์มพิมพ์ตอบตกลง "จะว่าไปหลังมอมันมีร้านชาบูเปิดใหม่อยู่อ่ะ ว่าจะไปกินกับเพื่อนหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปสักที ไปกินด้วยกันมั้ย?" ปาล์มชวนน้ำตาลไปที่ร้านชาบู

"ไปดิๆ" น้ำตาลพิมพ์ตอบ "จริงๆเราก็อยากกินร้านนี้เหมือนกัน แต่เพื่อนน้ำตาลเค้าไม่อยากกินกัน อะไรก็ไม่รู้" น้ำตาลพิมพ์ต่อจนจบ

"งั้นเดี๋ยววันศุกร์เย็นไปกัน" ปาล์มพิมพ์ชวนน้ำตาล

"ได้ๆ ไว้เจอกันนะ" น้ำตาลพิมพ์ตกลงรับนัด

"งั้นเราขอตัวไปนอนก่อนนะ ดึกมากแล้ว" ปาล์มเตรียมลาน้ำตาลไปนอน

"อื้ม! ฝันดีนะ" น้ำตาลพิมพ์ต่อ แล้วจากนั้นก็ไม่มีการพิมพ์อะไรอีก

"ในที่สุดก็จะได้กินชาบูแล้ว" ปาล์มคิดในใจ




เวลาผ่านมาประมาณ 3 เดือนแล้วนับตั้งแต่งานเลี้ยงรุ่น ปาล์มกับน้ำตาลนัดเจอกันบ่อยขึ้น จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ปาล์มได้ขอน้ำตาลเป็นแฟน และน้ำตาลก็ตอบตกลงโดยไม่ปฎิเสธอะไร
วันนี้ปาล์มกับน้ำตาลมาทานข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งนึงในย่านทองหล่อ 

"เป็นไงร้านนี้อร่อยมั้ย?" ปาล์มถามน้ำตาลขณะที่ปาล์มกำลังหั่นเนื้อ Steak อยู่

"อร่่อยจริงด้วย สมกับที่ปาล์มแนะนำเลย" น้ำตาลพูดชม "เคยมากินด้วยกันกับเกี๊ยกบ้างมั้ยอ่ะ?" น้ำตาลถามปาล์มต่อ

"จริงๆก็เคยมากินครั้งเดียวกับมันตอนมอปลายอ่ะ" ปาล์มเริ่มพูด "แต่ก็แค่ครั้งเดียวแหละ เพราะไอ้เกี๊ยกมันบ่นว่ามันไม่อยากมากินกับเราแค่คนเดียว มันอยากพาเพื่อนๆมันมาด้วยหลายคน แต่ว่าเพื่อนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อยู่แถวนี้กัน ก็เลยไม่ได้ชวนกันมากินสักที หลังๆเราก็เลยมากินเองคนเดียวหลายรอบซะส่วนใหญ่ ก็มีรอบนี้แหละที่เราพาน้ำตาลมาด้วย" ปาล์มพูดกับน้ำตาลจนจบพร้อมกับยิ้มมุมปากเบาๆ

หลังจากนั้นไม่นานเสียงรอสายก็ดังขึ้น ปาล์มหยิบมือถือขึ้นมาดูจึงเห็นว่าเกี๊ยกโทรมาก็เลยกดรับสายมัน

"ฮัลโหล" ปาล์มเริ่มพูด

"เออมึง" เสียงเกี๊ยกเริ่มพูด "ปลายเดือนกูว่าจะชวนมึงไปเล่นปีนผาจำลองหน่อย เดี๋ยวมีเพื่อนไปกันอีก 9 คนเลย" เกี๊ยกชวนปาล์มไปเที่ยว

"พอดีกูคงไม่สะดวกว่ะ เพิ่งนัดน้ำตาลว่าจะไปดูช่วง Concert ที่ต่างจังหวัดพอดีเลย โทษทีๆ" ปาล์มตอบปฎิเสธเกี๊ยกในทันที

"แหม! เดี๋ยวนี้พอมีแฟนนี่ไม่มาเจอพวกกูเลยนะ" เสียงเกี๊ยกพูดด้วยความงอนแฝงอยู่

"ไม่เจอบ้าอะไร?" ปาล์มเริ่มพูด "กูก็ยังเจอมึงที่ห้องเรียนทุกวัน" ปาล์มพูดกับเกี๊ยกต่อ

"มึงมาหาพวกกูบ้างดิวะ" เกี๊ยกพยายามชวนปาล์ม "คนอื่นเค้าอยากเจอมึงกัน" เกี๊ยกพูดกับปาล์มเผื่อว่ามันจะชวนปาล์มสำเร็จ

"เดี๋ยวตอนไหนว่างๆกูบอกมึงละกัน" ปาล์มพูดเสร็จแล้วก็วางสายเกี๊ยก

"ใครหรอปาล์ม?" น้ำตาลถามปาล์มทันทีหลังจากปาล์มวางสาย

"ไม่มีอะไรหรอกน้ำตาล ไอ้เกี๊ยกมันโทรมาชวนไปเที่ยวเฉยๆ แต่มันติด Concert ของเราพอดีก็เลยปัดมันไป" ปาล์มตอบคำถามน้ำตาล

"แล้วเกี๊ยกเพื่อนเธอไม่น้อยใจแย่หรอ ฮ่าๆ" น้ำตาลพูดติดตลก

ปาล์มนั่งนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่จะตอบน้ำตาลอย่างช้าๆ

"มีเราหรือไม่มีเราอยู่ก็คงไม่ต่างหรอกมั้ง"



วันนี้เป็นวันสอบปลายภาคของมหาลัย ปาล์มทำข้อสอบเสร็จเป็นคนท้ายๆของห้อง พอปาล์มส่งข้อสอบเสร็จปาล์มก็เดินออกมาจากห้องสอบ ปาล์มเห็นเกี๊ยกกับเพื่อนๆของเกี๊ยกอีก 3 คนยืนรออยู่ด้านหน้าห้องสอบ

"ทำข้อสอบได้มั้ยวะ?" เกี๊ยกถามปาล์มทันทีหลังจากเจอมัน

"ก็ไม่ค่อยได้เท่าไหร่" ปาล์มตอบด้วยสีหน้าตึงๆเล็กน้อย

"เดี๋ยวสัปดาห์หน้าพวกกูกะว่าจะไปทะเลกัน ก็เลยว่าจะพามึงไปด้วย" เกี๊ยกเริ่มชวนปาล์ม

"แต่ว่ากูมีนัดไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะกับน้ำตาลแล้วอ่ะ" ปาล์มปฏิเสธทันทีหลังจากที่เกี๊ยกชวนไปเที่ยว

"เอาอีกละ!" เกี๊ยกเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง "เดี๋ยวนี้ไม่อยากไปไหนกับพวกกูแล้วสินะ" เกี๊ยกเริ่มพูดกดดัน

"ใช่!" เพื่อนในกลุ่มพูดเสริม "เดี๋ยวนี้อยู่แต่กับน้ำตาล พวกกูมันไม่สวยไม่น่ารักหนิ" เพื่อนพูดกับปาล์มต่อจนจบ

"ก็กูนัดกับน้ำตาลไปก่อนแล้วอ่ะ" ปาล์มพยายามพูดปกป้องตัวเอง "มึงนัดทีหลังกูแบบนี้กูก็ไปไม่ได้สิวะ" ปาล์มยังคงพูดต่อ

"ทีกับแฟนมีเวลาให้หมด ส่วนกับเพื่อนขอเวลานิดหน่อยให้ไม่ได้" เพื่อนอีกคนเริ่มพูดกดดันบ้าง

"มีเมียแล้วทิ้งเพื่อนหรอวะ?" เกี๊ยกพูดต่อจากเพื่อนในกลุ่มทันที

"ไอ้พวกทิ้งเพื่อน!"

หลังจากได้ยินประโยคนี้ ปาล์มก็เริ่มยืนนิ่ง จากสีหน้าที่ดูวิตกกังวลตอนแรกๆก็เปลี่ยนไปเป็นบึ้งตึงในทันที และจากนั้นปาล์มก็เริ่มพูดด้วยเสียงแข็งๆออกมา

"พวกมึงบอกว่ากูทิ้งเพื่อนใช่มั้ย" ปาล์มเริ่มพูดด้วยเสียงดุๆ

ตอนนี้สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น

"เห้ยใจเย็นเพื่อน" เกี๊ยกเห็นท่าทางไม่ดีจึงพยายามพูดให้สถานการณ์ผ่อนคลาย "กูพูดเล่นเฉยๆ ไม่มีไรหรอกๆอย่าคิดมาก" เกี๊ยกพูดเผื่อจะลดความตึงเครียดลง

"จำได้มั้ยว่ากูเคยชวนพวกมึงไปเกาะหลีเป๊ะเมื่อต้นปีที่แล้ว" ปาล์มเริ่มพูดต่อ

คราวนี้ไม่มีเสียงตอบทั้งจากเกี๊ยกและเพื่อนคนอื่น ปาล์มเห็นว่าไม่มีใครตอบอะไรเลยพูดต่อ

"แล้วตอนนั้นพวกมึงบอกว่าจะไปเที่ยวด้วยกันกับกู แล้วหลังจากนั้นยังไงล่ะ! พวกมึงก็ลืมที่กูชวนไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ แล้วก็เบี้ยวทริปพวกกู ทั้งๆที่นัดกันมาซะดิบดี สรุปกูเป็นไง! กูก็ไม่ได้ไปไหนเลยตอนปิดเทอม แล้ววันนั้นพวกมึงก็หนีไปเที่ยวเขาใหญ่กับกลุ่มอื่นแทน"

"ก็คนอ่ืนเค้าไม่อยากไปเกาะหลีเป๊ะกันนี่หว่า ไกลก็ไกล แพงก็แพง แถมยั..." เกี๊ยกเริ่มพูดบ้าง

"แต่มึงก็น่าจะบอกกูก่อน ไม่ใช่มาให้กูรู้ทีหลังแบบนี้!" ปาล์มเริ่มพูดเสียงดังขึ้น "และสิ่งที่มึงทำเนี่ยไม่ได้เรียกว่าทิ้งเพื่อนหรอ?!" ปาล์มพูดด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ

"กูจะบอกอะไรให้นะ" ปาล์มเริ่มพูดเสียงสั่น "น้ำตาลเค้าต่างจากพวกมึงตรงไหนรู้มั้ย? ก็ตรงที่เค้าใส่ใจความรู้สึกกูจริงๆไง! เค้าเห็นกูเป็นตัวจริง ไม่ใช่เห็นกูเป็นตัวประกอบแบบที่พวกมึงทำเนี่ย!" ปาล์มระบายความในใจของมันออกมา

และมึงจะให้กูเลือกอีกหรอระหว่างเพื่อนกับแฟน? ทั้งๆที่เห็นอยู่แล้วว่าความใส่ใจมันต่างกันขนาดไหน?

"กูบอกพวกมึงเลย!" ปาล์มเริ่มด่าเกี๊ยก "กูก็ไม่รู้ว่ามึงเห็นกูเป็นเพื่อนอยู่รึป่าว ถ้ามึงเห็นกูเป็นเพื่อนจริงๆมึงก็คงจะใส่ใจความรู้สึกกูมากกว่านี้ อย่างน้อยก็ใส่ใจพอๆกับที่น้ำตาลใส่ใจกู มึงถามตัวเองดูละกัน! ว่ากูทิ้งเพื่อนหรือมึงทิ้งเพื่อนกันแน่!" พอด่าเสร็จปาล์มก็เดินกระแทกเท้าหนีเกี๊ยกและคนในกลุ่มออกไป ทิ้งให้เกี๊ยกกับเพื่อนๆยืนอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ตอนนี้สถานการณ์เต็มไปด้วยความเงียบและความกดดัน

"มึงโอเคมั้ยวะเกี๊ยก?" เพื่อนในกลุ่มถามเกี๊ยก

เกี๊ยกยืนนิ่งไปสักครู่ ก่อนที่จะได้สติและเริ่มพูดขึ้นมา

"ช่างมันเถอะ!" เกี๊ยกเริ่มพูด "มันเลือกของมันแล้ว กูก็คงทำอะไรไม่ได้ งั้นพวกเราไปเที่ยวทะเลกัน 4 คนก็ได้ พวกเราเพื่อนกันไม่ทิ้งกันอยู่แล้วเนอะ" เกี๊ยกพูดอย่างใจเย็น

"จริงเนอะ!" เพื่อนอีกคนพูดเห็นด้วย "งั้นเราไป 4 คนเพื่อนตายนี่แหละ" หลังจากพูดเสร็จทั้ง 4 คนรวมถึงเกี๊ยกก็เดินออกจากห้องสอบไปคนละทางกับที่ปาล์มเดินออกไป

เกี๊ยกดูเหมือนว่าจะไม่ได้สนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับปาล์มเท่าไหร่ ยังไงเกี๊ยกมันก็มีเพื่อนเยอะอยู่แล้ว ถ้าเกี๊ยกจะเสียเพื่อนอย่างปาล์มไปสักคนก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอกเนอะ
SHARE
Writer
vjibr
Assummer
To describe uncertainty of the world, We need to choose the best assumption.

Comments

SUPANNEEGA
2 months ago
เนอะ
Reply
Domon
2 months ago
นั่นสินะ
Reply
PNACNMG
1 month ago
มันหน่วงๆเนอะความรู้สึกแบบนี้
Reply