02 เรื่องเล่าตามรายทาง | เจอกันในความรู้สึก (ส่วนท้าย)

การเดินทางให้หลังจวบขวบปี กว่าเขาจะได้พบกับความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมธรรมชาติซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นจากการยกตัวและการแปรสัณฐานของเปลือกโลก ผ่านกาลและเวลาล่วงเลยจนกลายเป็นธรณีสัณฐาน กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นธรรมชาติ กลายเป็นทรัพย์กร และกลายเป็นสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นเครื่องประดับบารมีของมนุษยชาติ ตัวเอกที่แท้จริงของเรื่องนี้

แต่เพียงชั่วขณะที่รถบัสบริการนำเที่ยวพาเขาไปตามแหล่งต่าง ๆ ทั่วทะเลสาบ ความประทับใจที่เกิดขึ้นพลันหายไปกลายเป็นความเบื่อหน่าย เป็นความรู้สึกที่ไม่สมกับการรอบคอยมาแรมปี

เป็นที่ที่คงไม่หวนกลับมาหาอีก ต่างจากหลายมุมในญี่ปุ่นที่ยังคงคิดถึงและเฝ้าคอยการกลับไปเสมอความผิดหวังในครั้งนั้นทำให้เขาเลือกทะเลสาบแห่งนี้ แทนสถานที่ซึ่งให้เพียงความว่างเปล่า ทว่า ขณะจ้องมองฟูจิ เขาดันอยากกลับไปในความว่างเปล่าที่ถูกเดิมเต็มนั้นอีกสักครั้ง

‘คิดผิดที่มาดูฟูจิที่นี่’ ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คน ร้านรวงมากมาย ป้ายบอกทางอยู่ทุกมุมถนน แผ่นที่นำเที่ยวบอกแหล่งดูฟูจิตามบรรยากาศต่าง ๆ แต่เพราะเหตุใดกัน ทำให้เขาคิดว่าที่แห่งนี้ยังขาดสิ่งที่ไม่อาจเติมเต็มแวดล้อมเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งฟูจิเองก็ยังไม่สามารถมอบสิ่งที่เขาออกตามหาและเคยได้รับมาจากครั้งก่อน...

เขาคิดอย่างนั้นในตอนนั้น และในขณะนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนความคิด









กลับมาที่ขอบถนนตรงหน้า ซึ่งเคยปิดบังทิวทัศน์ของลานโล่ง ภาพที่เห็นแจ่มชัดขึ้น ทุกย่างก้าวอัดแน่นไปด้วยความหวังพร้อมสิ่งที่วาดฝัน ภาพภูเขาไฟฟูจิได้ประทับอยู่ในความคิดของเขา เชื่ออย่างที่สุดว่าหากก้าวพ้นขอบเนิน จุดหมายและปลายทางที่เฝ้าตามหาจะสิ้นสุดลง และแล้วเขาก็ได้พบกับ

ความว่างเปล่า

เนินหญ้าเขียวสดแย่งยื้อกันเติบใหญ่ในฤดูมรสุม เรียงรายตามเนินสูงที่ถนนสายเล็กพาดผ่านด้านบน ถัดลงไปเป็นทางจักรยาน และลงไปอีกเป็นสนามกว้าง สำหรับกิจกรรมในชุมชน มีชาวบ้านสองสามคนวิ่งฝ่าความเปียกชื้นมาออกกำลังกายยามเช้าบนสนามหญ้าเขียวชอุ่ม ทางซ้ายมือเป็นรางส่งท่อขนาดใหญ่ สีขาวสะอาดตาต้องแสงที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆ ลากยาวระหว่างเมืองไกลสุดลูกหูลูกตา ปลายสุดของท่อสีขาวนั้นคือเขตอุตสาหกรรมใหญ่เมืองฟูจิ ควันสีขุ่นถูกปล่อยออกจากปล่องระบาย มองเห็นได้ชัดแม้อยู่ไกลลิบก็ตาม

เดี๋ยวก่อน
ฟูจิล่ะ ?

ฟูจิหายไปไหน ทำไมที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ายังเป็นความหมองหม่นไม่ต่างจากเดิม ทั้ง ๆ ที่บริเวณโดยรอบฟ้าเริ่มสว่าง เมฆค่อย ๆ คลายการปิดบัง กระนั้นเบื้องหลังรางส่งท่อขนาดใหญ่ก็ยังไร้วี่แววของฟูจิที่ตามหา

แต่ด้วยระยะทางจากไทยและเวลาที่สูญเสียไป เขาจึงเลือกอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ นี้ต่อ โดยหวังว่าฟ้าจะเป็นใจ เพราะมีเค้าลางพอให้เชื่อว่าอีกสักพักฟ้าฝั่งนั้นเปิดและภาพฟูจิในจินตนาการจะปรากฏ

ระหว่างรั้งรอฝันให้เป็นจริง เขาออกเดินไปตามแนวถนนบนเนินยกระดับที่สูงขึ้นจากลานกว้าง มีรถขับสวนเป็นระยะ แต่ไม่เป็นอุปสรรคเพราะแล่นช้า เขาออกตามหาอีกมุมที่จะเห็นรางรถไฟชินคันเซ็นวิ่งผ่านภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นภาพตามสื่อประชาสัมพันธ์ที่นักท่องเที่ยวไม่เคยได้สัมผัสกับตา ราวกับภาพฝันที่ถูกประดิษฐ์สร้างด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่แท้จริงแล้ว เมืองเล็ก ๆ นี่เองที่ผลิตผลงานชั้นเยี่ยมอย่างนั้น ให้ผู้คนจากทุกมุมโลกออกตามหาภูเขาไฟฟูจิ ชุมชนร้างผู้คนในยามเช้าที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมนี่เอง คอยขับเคลื่อนความฝันของช่างภาพหลายคนให้ออกตามล่าทิวทัศน์ดุจภาพฝันนั้น เขาได้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ไม่ใช่ฝัน เป็นความจริงที่ประจักษ์ชัด

รถไฟหัวกระสุนวิ่งผ่านราง สวนผ่านระหว่างชุมชนที่เขายืนอยู่กับเมืองอุตสาหกรรมฝั่งตรงข้าม ชินคันเซ็นชะลอความเร็วลงเมื่อวิ่งผ่านถิ่นที่อยู่ เสียงกังวานใกล้เข้ามา

รอเพียงเวลาอันสมควรที่จะเปิดม่านพระเอกตัวจริง








เมื่อเวลาอันสมควรมาถึง 

ฝนเม็ดโตก็กระหน่ำลงมาอีกครั้ง เขาวิ่งไปหลบใต้สะพานที่มีรถไฟความเร็วสูงวิ่งผ่านทุกเศษชั่วโมง ใต้นี้ไม่มีใครอื่น ถึงอย่างนั้น เมื่อมองออกไปนอกที่กำบัง หญิงวัยกลางคนกำลังทำงานอยู่ในไร่ขนาดย่อม เธอโบกมือทักทายเมื่อเห็นเขาใต้สะพานที่รถไฟวิ่งผ่าน ส่งมาด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งพร้อมเป้ใบโตและกล้องคู่ใจในสภาพเกือบเปียกปอน

ฉากหนึ่งตรงหน้าไม่ใช่ภาพที่ถูกจัดเตรียมโดยใคร ไม่ใช่ภาพวิถีชีวิตอันทรงคุณค่าจนต้องยกกล้องขึ้นถ่าย ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบของการท่องเที่ยวในประเทศยอดนิยม ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเฟื่องฟู เป็นเพียงภาพเล็ก ๆ ที่กำลังดำเนินไปกลางสายฝน --- รอยยิ้มภายใต้เสียงกังวานของรถไฟรุ่นใหม่ เบื้องล่างของสะพานกว้างที่มอบเรื่องราวนี้แก่เขา ในใต้ชุมชนเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนได้เข้าถึง

หญิงชาวไร่ฝ่าฝนเข้ามาใต้สะพานยิ้มและทักทายอีกครั้ง ภาษาแปลกต่างซึ่งจริงแล้วไม่อาจเข้าใจได้ด้วยระเบียงความรู้ที่เขามีในขณะนี้ จึงไม่อาจก้าวล่วงไปถึงความหมายที่เธอต้องการจะสื่อ มีเพียงความจริงใจซึ่งไม่จำเป็นต้องแยกระหว่างคนในหรือคนนอก เธออาจเอ่ยถามกับคนแปลกหน้าว่าในเช้าที่ไม่สดใสและเต็มไปด้วยสายฝนเช่นนี้ เขามาทำอะไรที่นี่

เขาตอบรับด้วยยิ้มกว้างไม่ต่างกัน เปิดภาพในฝันที่พลาดหวังให้เธอดู และคงเผลอทำสีหน้าลำบากใจเมื่อมองออกไปยังกลุ่มฝนซึ่งยังปิดบังทิวทัศน์อยู่ เราสิ้นสุดบทสนทนา ด้วยรู้สึกไม่ต่างจากเริ่มต้น นั่นคือความยินดีที่ได้พบกัน เธอขอตัวไปทำงานและกล่าวลาเป็นภาษาญี่ปุ่น ที่เขาก็ได้แต่คาดเดาไปตามสถานการณ์

ฟูจิไม่ได้จากไปไหน ยังอยู่ที่เดิม และเขาก็ยังอยู่ที่นี่ไม่ต่างกัน ยังคงรอคอยฟูจิ ยังคงวาดหวังแม้สายฝนชุดนี้ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยก็ตาม








และแล้วก็ได้พบกัน 

หลังรอคอยมาเนิ่นนาน แม้ฟ้ายังไม่เป็นใจ เมฆครึ้มปิดทับทัศนียภาพทั่วทั้งเมือง เขากางร่มคันเดิม เก็บภาพเมือง สนามหญ้า ทางรถไฟ และแม้แต่รางส่งท่อสีขาวสะดุดตานั้น เดินไปเรื่อยกระทั่งสุดปลายทาง ซึ่งมีกลุ่มแม่บ้านกำลังยืนคุยกันอย่างออกรส ราวกับมาพบปะกันโดยมิได้นัดหมายหลังจ่ายตลาด

เขารวบรวมความกล้าเข้าไปสอบถามเค้าโครงและตำแหน่งของสิ่งที่กำลังตามหาในกลุ่มเมฆ ‘คุณรู้ไหมว่าถ้าฟ้าเปิดฟูจิจะอยู่ตรงไหน มุมนั้นหรือมุมนี้’ นั่นคือสิ่งที่พยายามสื่อสารออกไป เขาแค่อยากกะระยะเพื่อถ่ายภาพฟูจิผ่านกลุ่มก้อนหนาทึบซึ่งปิดบังความยิ่งใหญ่ของมันเอาไว้ แม้จะไร้เงาภูเขาไฟลูกโตก็ตาม

เมื่อไม่อาจใช้รางภาษาสื่อสารกันได้อย่างสมบูรณ์ จึงเลือกวิธีเดียวกันกับเมื่อครู่ ยื่นภาพถ่ายของช่างภาพดังให้คนกลุ่มใหญ่ดู --- ทุกคนต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ ก่อนแย่งยื้อกันเปล่งเสียง ส่งสำเนียงซึ่งเขาไม่อาจเข้าถึงความนัย น้ำเสียงเจือปนความไม่สบายใจ ความรู้สึกผิดที่ฉายชัดบนใบหน้าเหล่านั้น

‘เกิดอะไรขึ้น’ เขาถามตัวเอง

เราทั้งหมดเลิกล้มความพยายามในการสื่อสารกับด้วยภาษา หญิงแม่บ้านชี้ไปยังกลุ่มเมฆก้อนโตซึ่งปิดบังบางสิ่งไว้ภายใน ทั้งพยายามอธิบายด้วยภาษากายกอปรกับน้ำเสียงที่เจือปนความผิดหวัง หลายมือช่วยกันโบกไปมาบนท้องฟ้า และอีกหลายท่าทางที่สื่อสารกับเขา ‘ยังไงวันนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นภาพนี้’กระนั้นก็ตาม ความจริงตรงหน้าบอกกับเขาเช่นนั้น จึงหันไปขอบคุณความมีน้ำใจที่ได้รับกลับมา

เขาได้ภาพฟูจิที่ว่างเปล่าแล้ว --- เตรียมพร้อมสำหรับจุดหมายถัดไป --- ถึงครั้งนี้จะไม่ได้เห็นฟูจิ แต่ก็เชื่อว่าต้องมีครั้งหน้าที่จะได้กลับมา








แต่แล้ว...

ฟูจิก็มาถึงมือเขาอย่างไม่คาดหมาย บางสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ภาพร่างที่เขาออกตามหาถูกหยิบยื่นให้กับมือ มอบให้ด้วยรอยยิ้มพร้อมเสียงบรรยายประกอบความสวยงามซึ่งจับความได้เพียงคำว่า ‘สุโก้ย’มือหนึ่งยื่นภาพถ่ายภูเขาไฟฟูจิซึ่งถ่ายบริเวณที่เขายืนอยู่ อีกมือวาดไปบนผืนนภา พยายามสื่อความให้เขาเข้าใจความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟที่สวยที่สุดในประเทศของเธอ

ฟูจิที่เขาได้รับไม่ใช่ภูเขาไฟซึ่งมองเห็นด้วยตา ทว่า เป็นความสวยงามที่จำเป็นต้องสัมผัสด้วยใจ (แปลงประโยคอมตะในเรื่องเจ้าชายน้อย, ค.ศ. 1943 เขียนโดย อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี) เมื่อหนึ่งในแม่บ้านซึ่งจับกลุ่มกัน วิ่งกลับมาสะกิดเรียกเขาระหว่างถ่ายภาพขาวโพลนของเมฆ เพื่อยื่นภาพภูเขาไฟฟูจิขนาดเอสี่มาให้ พร้อมสิ่งที่เกิดขึ้นในย่อหน้าที่ผ่านมา

เขารับภาพดังกล่าวมาอย่างมึนงง ก่อนเจ้าของภาพจะวิ่งกลับไปโดยไม่รอให้ผมซักถามใด ๆ รู้เพียงว่าวันนี้เขาได้เห็นฟูจิแล้ว คนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้พยายามสร้างฟูจิที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวคนหนึ่งได้ชื่นชม เธออาจไม่ใช่รัฐบาลที่คอยจัดฉากหาสถานที่แปลกตาให้คนนอกมาเยี่ยมเยือน อาจไม่ใช่กลุ่มธุรกิจใหญ่โตที่เอ่ยขอโทษเมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจยามลูกทัวร์ไม่ได้รับสิ่งที่พึงปรารถนา

เธอเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งในชุมชนเล็ก ๆ ไร้วี่แววการส่งเสริมธุรกิจใด ๆ ไม่มีแม้กระทั่งจุดประชาสัมพันธ์หรือแผนที่ประจำเมือง เป็นเพียงย่านหนึ่งในเขตอุตสาหกรรม แต่คนแปลกหน้าคนนี้กลับพยายามอย่างสุดสามารถเพื่อให้นักท่องเที่ยวเพียงคนเดียวในเมืองได้รับบางสิ่งตอบแทน หลังจากพลาดบางอย่างที่ต้องการไปในกลุ่มเมฆ
ความใส่ใจคือสิ่งที่เธอหยิบยื่นให้

ปลายทางของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย เป็นประโยคสุดคลาสสิกที่เราเคยได้ยินมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตที่ได้สัมผัสกับประโยคนี้จริง ๆ

เขาย้อนกลับมาเพื่อออกตามหาฟูจิในเมืองแห่งทะเลสาบให้หลังหนึ่งปี ทว่าฟูจิในความทรงจำกลับเป็นผืนฟ้าว่างเปล่า ภาพขาวโพลนซึ่งเต็มไปด้วยเมฆหมอกละอองฝน --- เขาได้เจอกับฟูจิที่ไม่เคยมีใครได้เห็น ฟูจิที่สวยงามด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเติบใหญ่กลางใจตลอดมา

แม้ฟูจิของเขาเป็นเพียงกระดาษแผ่นบางใบหนึ่ง กระดาษที่ถูกหยิบยื่นโดยคนแปลกหน้า ซึ่งส่งมอบฟูจิที่หล่นหายให้แก่เขา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน








เราออกเดินทางเพื่อตามหาบางสิ่ง หรือเพียงแค่ออกเดินไปเพื่อพบผ่านบางอย่าง ระหว่างทางคงเป็นคำตอบ เพราะจุดหมายไม่ใช่สิ่งสวยงามเสมอไป จุดหมายที่สัมผัสด้วยดวงตาเพียงคู่เดียว กับระหว่างทางที่รายล้อมด้วยความรู้สึกของดวงใจ

ขอบคุณฟูจิที่ทำให้เขาได้พบเจอผู้คนเหล่านี้

ขอบคุณมิตรภาพระหว่างทางนับแต่บนรถไฟที่วิ่งสวนผ่านขบวนแปลกหน้า ฝนที่พาเขาไปหลบใต้สะพาน ฟูจิขี้อายซึ่งมอบความสุขเป็นการตอบแทน

และอาจารย์ก้อยที่ช่วยขัดเกลาลานอักษรของสารคดีท่องเที่ยว‘ตามล่าหาฟูจิ’ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันที่ 29 กรกฎาคม วันที่ 5 สิงหาคม และวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560ในคอลัมน์ขีด ๆ เขียน ๆ จำนวน 3 ตอน

ก่อนรื้อและประกอบสร้างเป็นลานอักษรที่ท่านกำลังเดินทางผ่านนี้




#เรื่องเล่าตามรายทาง


สามารถรับชมรูปภาพประกอบเรื่องราวได้ที่
https://fictionlog.co/c/5bb0335bd4462700281faed2/ 
SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าตามรายทาง
ระหว่างทางที่อาจไปไม่ถึงปลายทางที่ฝันไว้
Writer
khaooatss
Writer
นักเขียนอิสระ ชื่นชอบการเดินทางและการเขียนงานสารคดี แต่งนิยายบ้างในบางขณะของชีวิต

Comments