นาฬิกา (3)  : สายลมที่พัดผ่านกับใบไม้ที่ร่วงโรย
"เลิกเรียนแล้ว กลับบ้านได้..."
เสียงของครูประจำชั้นแว่วดังทุกเมือที่ฉันขับรถผ่านโรงเรียนประถมที่เคยเรียนตอนเด็ก นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะผ่านมา สิบกว่าปีแล้ว ยังคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของบรรยากาศเหล่านั้นราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเพียงครู่นี้ ภาพของพวกเรา เสียงของพวกเขา แว่วอยู่เสมอ 

หลายอย่างค่อยๆเลือนลาง หลายอย่างเปลี่ยนไป หลายอย่างคงอยู่ ฉันยืนจ้องสภาพของต้นไม้ต้นนั้น ที่เคยเป็นร่มเงา ที่ครั้งนั้นมันก็เคยปลิวว่อนแบบนี้ ใบและดอกของมันปลิวว่อนร่วงโรย เมื่อฤดูหนาวมาถึง และเหมือนกัน ในวันสุดท้ายของการสอบก่อนแยกย้ายกันไป มันเหมือนกล่าวคำทักทายกับฉันอีกครั้งในตอนนี้ที่กลับมาพบมัน

"นายใช้ชีวิตให้เต็มที่นะ ถ้าเสียงของฉันจะส่งผ่านห้วงเวลาไปถึงนาย เวลาที่นายโตขึ้นจะได้ไม่รู้สึกเสียดายมัน เป็นมิตรกับเพื่อนทุกคนแบบนั้นแหละ ตอนนั้นฉันจำได้ เพื่อนทุกคนนับถือมิตรภาพที่เรามีให้ทุกคน เป็นความรู้สึกที่แสนบริสุทธิ์ มีพร้องเพื่อนที่ร่วมจับมือกันผ่านอะไรๆมาด้วยกัน ทั้งการเรียน กิจกรรม การช่วยกันตอบโต้รุ่นพี่ที่เป็นอันธพาลคอยละลานพวกเราจนเขาขลาดกลัว มิตรภาพนั้นสุดยอดมากเลยนะ เพื่อนสหายที่ดีเหล่านั้น ช่วยรักษาเขาไว้ที อย่าให้หายไป จนติดต่อไม่ได้ เหมือนที่ฉันเป็นอยู่ ช่วงอายุ 7-10 ปี จงมีเพื่อนมากๆ  ฉันไม่อยากให้นายโดดเดี่ยวเหมือนฉันเลย เชื่อฉันเถอะนะ ตัวฉันเอง"

ฉันลำเพยกับตัวเองในภาพจำและสายลมที่พัดโชยท่ามกลางต้นไม้และโรงเรียนเก่า ที่ตอนนี้เงียบสงบ เพราะเป็นช่วงปิดเทอมแบบนั้น เพียงลำพัง ในช่วงเช้าวันนี้...

SHARE
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments