รู้ทันเผด็จการ ร่วมสร้างประชาธิปไตย

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการที่เชื่อว่าโหดที่สุด เคยกล่าวไว้ว่า
วิธีจะควบคุมประชาชนได้อย่างดีที่สุด คือ ค่อย ๆ กีดกันเสรีภาพทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่ให้ประชาชนรู้ตัว จนประชาชนไม่สามารถเรียกร้องสิทธิเสรีภาพนั้นกลับคืนมาได้อีกนี่คือสถานการณ์ที่เราเจอในยุคเผด็จการปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจเผด็จการในรัฐที่เรียกตนเองว่าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ใช้อำนาจริดรอนเสรีของประชาชน คนไหนวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเผด็จการก็จะถูกเรียกไปปรับทัศนคติ จำกัดความคิดให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ ในกรณีพิธีกรรายการช่อง 9 ที่ได้ทำโพลถามความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็โดนสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่เคารพและไม่ยอมรับกับความคิดเห็นต่าง นี่คือภัยที่กำลังคุกคามสิทธิเสรีภาพของมนุษยชน ถ้าหากปล่อยให้อำนาจเผด็จการครอบนำต่อไปคงจะมีชะตากรรมเช่นเดียวกับนักข่าวเวียดนามคนหนึ่งที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลก็หายไปกับฝุ่น

สังคมไทยจากอดีตสู่ปัจจุบันกับวังวนผู้มีอำนาจกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเอง เราจะเห็นได้ว่าสิ่งเหล่านี้จะยังคงอยู่กับสังคมไทยไปอีกนาน ถ้าหากเราไม่กล้าลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้องและจุดยืนอันเป็นธรรม

ปัญหาการรัฐประหารในการเมืองไทย และปัญหาการคอรัปชั่นในหมู่ข้าราชการในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ได้ทำการทุจริตการค้าดีบุก จนทำให้ประเทศไทยถูกตำหนิในเวทีโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงเห็นเรื่อย ๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน และการเกิดรัฐประหารครั้งล่าสุดก็ทำให้เราเห็นปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น คดีเสือดำ แก้วแหวนนาฬิกา รวมถึงออกกฎหมายให้ข้าราชการพลเรือนชั้นสูงไม่จำเป็นต้องเปิดเผยทรัพย์สิน สิ่งเหล่านี้มันบ่งบอกถึงผู้มีอำนาจกดขี่ผู้น้อย เกิดความไม่โปร่งใสในการบริหารราชการ เกิดความไม่เสมอภาคในสังคมไทย ฯลฯ

การรัฐประหารหลายครั้งมักจะอ้างว่า "ตัวเองเป็นกลาง" "ทำเพื่อช่วยให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากนักการเมืองที่ทุจริตคอรัปชั่น" "เพื่อรักษาความสงบและปกป้องประเทศจากภัยคุกคาม" และนี่คือวาทศิลป์สุดฮิตในการทำรัฐประหาร เถลิงอำนาจจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็น "รัฐบาลเผด็จการ" ผลของการรัฐประหารจะถูกจำกัดความคิดปัจเจกบุคคลให้อยู่ในกรอบเหมือนกัน เผด็จการมักจะไม่เคารพ "สิทธิมนุษยชน" และ "ไม่เป็นประชาธิปไตย" ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ชัดจากการบังคับใช้กฎหมาย การออกกฎหมายแล้วบังคับใช้โดยไม่ถามความเห็นของประชาชน และมักจะกำจัดศัตรูทางการเมืองด้วยวิธีการสาดโคลน มีกลโกงการเลือกตั้งที่โปร่งใส และการล้อการเมืองของธรรมศาสตร์ถูกตำรวจตรวจเข้มงวด คนจนตาสีตาสาที่ไม่รู้เรื่องราว ไม่ทันข่าว ตามเทคโนโลยีไม่ทันถูกหลอกซื้อเสียง ถูกหลอกให้เลือก ผลพวงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะค่อย ๆ ริดรอนสิทธิเสรีของเราที่ละเล็กทีละน้อย และในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงในการแสดงความคิดเห็นก็เป็นได้ คำถาม คือ เราอยากจะอยู่กับสิ่งเหล่านี้อีกนานแค่ไหน?

ศาสตราจารย์ พันตรี ดร. ป๋วย อึ้งภากร นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เคยกล่าวไว้ว่า
การที่สังคมไทยจะออกจากวังวนเดิม ๆ ต้องออกแบบสังคมใหม่โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมประเทศไทย 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2561) เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางใดบ้าง การทุจริตคอรัปชั่นหมดไปบ้างรึยัง สังคมที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ คือ คนรวยกระจุก คนจนกระจาย โกงมากมาย ข้าราชการชั้นสูงคอรัปชั่น ผู้ถือกฎหมายใช้อำนาจกดขี่ประชาชน กฎหมายที่ สนช. เขียนขึ้นมามักจะอ้างว่าทำเพื่อประชาชน ทำเพื่อประเทศชาติ เช่น พรบ. ข้าว..จะทำให้ชาวนาถูกนายทุนเอาเปรียบได้มากขึ้น นิยามของ พรบ. นี้ คือ คนกินไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้กิน ส่วน พรบ. ไซเบอร์.. ก็อ้างว่าเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ แต่แท้ที่จริง พรบ. นี้มีไว้เพื่อสอดแนมความเป็นส่วนตัวของคุณ ไม่ว่าคุณจะคิดอะไร ทำอะไร อยู่ที่ไหนก็จะรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด เผลอ ๆ อาจมีชะตากรรมเดียวกับประเทศจีนในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น คนที่แสดงความคิดเห็นต่างหรือต่อต้านจะถูกรัฐบาลบล็อกข้อความและแอคเคาท์ไม่ให้แสดงบนโลกสังคมออนไลน์ แต่จะอวยคนที่สนับสนุนรัฐบาล นี่คือภัยคุกคามในเรื่องเสรีภาพของเราในปัจจุบันและอาจจะรุนแรงขึ้นในอนาคต
จุดไฟในใจเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ความเชื่อและความศัทธาที่ตั้งอยู่บนเหตุผลจะนำพาชัยชนะมาสู่เราเราต้องตระหนักถึงพื้นฐานของความเสมอภาค ความเป็นพลเมือง และความเป็นประชาธิปไตย ผู้นำของประเทศ คือ "นายกรัฐมนตรี" หมายถึงผู้บริหารที่ประชาชนเลือกเพื่อเป็น "ตัวแทนของประชาชน" ในการบริหารประเทศ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีที่มาจากการปล้นอำนาจ ถึงแม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ยุติธรรม แต่จงแสดงพลังต่อสู้กับอำนาจที่ไม่เป็นธรรมด้วยการเลือกผู้แทนที่เห็นแล้วว่ามีทักษะและความสามารถในการบริหารประเทศ และที่สำคัญคือมีแนวคิดและอุดมการณ์ที่เป็นประชาธิปไตย ขอให้เราทุกคนหันมาร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยให้โปร่งใส ร่วมเป็นหนึ่งเดียวในการนำพาประเทศไทยจากยุค "ปัจจุบัน" ไปสู่ "อนาคต" อันศิวิไลซ์ด้วยกันเถอะอธิปไตย คือ อำนาจสูงสุด
ประชาชน + อธิปไตย = ประชาธิปไตย
อำนาจอธิปไตยเป็นของเรา จงใช้มันให้ดี

SHARE
Writer
nichphum
Inspirationist
Everything you can imagine is real. Nice to meet you guys! ig: nichphum wechat : misterphum

Comments

1997s
13 days ago
เขียนได้ดีมากกกกก :)
Reply
nichphum
12 days ago
Awesome 😉