[Two-Short] STEAK (Gaeun x Eunbi) - 1

คุณอยากไปกับฉันมั้ยล่ะคะ?

ไปมีเซ็กซ์หรอ

…ไปกินสเต็ก
 
เวลาเสียใจบางคนมักจะหาสถานที่สักที่แล้วดื่มด่ำกับบรรยากาศและปล่อยให้ตัวเองมัวเมาหลงใหลไปกับเหตุการณ์ในสถานที่นั้นโดยไม่ต้องมาหวนคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็น่าแปลกที่พยายามจะรักษาความเศร้าให้หายไปมากแค่ไหน สุดท้ายคนเราก็มักจะหาวิธีมาทำให้ตัวเองเจ็บได้อยู่ดี อาจจะเลือกฟังเพลงเศร้าๆ ชวนหดหู่ใจหรือแบบที่เธอกำลังทำอยู่คือการกลับมานั่งอยู่ตรงที่ที่ชวนให้ตัวเองอดนึกถึงเรื่องเก่าๆ ไม่ได้ ที่ที่เจอกับแฟนเก่าที่พึ่งหักอกเธอไปเป็นครั้งแรก


ตอนพร่ำบอกว่ารักเธอคนเดียวก็ทำเหมือนกับว่าต่อให้โลกล่มสลายลง เราสองก็ยังคงมีความสุขกัน พอเจอคนใหม่ที่คิดว่าดีกว่าก็ทิ้งไปอย่างคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ความรักของคนเรามันช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ ยามจะแปรเปลี่ยนก็เปลี่ยนไปแบบไม่ให้ตั้งตัว ดั่งเส้นใยบางๆ ที่ดึงเบาๆ ก็ขาด ยามจะรู้สึกผูกพันกับมัน เส้นใยบางๆ ก็เหมือนกลายเป็นเส้นใยเหล็กเหนียวแน่นที่ตัดยังไงก็ไม่ยอมขาด สำหรับแฟนเก่าที่ทิ้งเธอไป ความรักคงเป็นเหมือนเส้นใยบางๆ ขณะที่ของเธอมันกลับเป็นเส้นใยเหล็กแทน


ควอนอึนบีนั่งวนน้ำแข็งในแก้วเครื่องดื่มสีอำไพอยู่อย่างนั้นมาสักพัก จนมันเริ่มจางลงเพราะน้ำแข็งที่ละลายลงมาผสม หลังจากปล่อยให้ตัวเองไปมัวเมาอยู่กลางฟลอร์เกือบร่วมชั่วโมง เสียงเพลงดังกระหึ่มจนใจเธอเต้นไปตามจังหวะ แสงสีมากมายที่ในตอนแรกก็สวยดีแต่ตอนนี้มันชวนแสบตาและเวียนหัว


เธอจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าแก้วที่เธอกำลังดื่มเป็นแก้วที่เท่าไรและเธอก็ไม่ได้สนใจจะนับมันด้วย แก้วที่เธอเป็นคนสั่งคือแก้วแรกเท่านั้น ที่เหลือคนแปลกหน้าหลากหลายคนที่เข้ามานั่งด้วยเป็นคนสั่งให้ ทุกคนต่างเข้ามาด้วยจุดประสงค์เดียวกัน ไม่ว่าจะพูดอ้อมค้อม อ้อมโลกหรืออ้อมจักรวาลไปไกลแค่ไหน สุดท้ายสิ่งที่ทุกคนอยากได้ก็คือ หิ้วเธอกลับไปนอนด้วย


"ขอบคุณสำหรับแก้วนี้นะคะ แต่ไม่ดีกว่าค่ะ"


ปฏิเสธคนหนึ่งไปคนใหม่ก็เข้ามาแทน อึนบีอยากจะกลับบ้านไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวให้คิดมาก เธอแค่อยากได้ใครสักคนที่คุยกับเธอได้โดยไม่มีจุดประสงค์อื่นในคืนนี้


"อีกาอึนค่ะ"


ผู้หญิงคนที่สองของค่ำคืนนี้ที่เข้ามานั่งกับเธอ แต่เป็นคนแรกที่มาพร้อมกับเอ่ยคำแนะนำตัวเองไม่ใช่คำชมที่ป้อยอเธอและอึนบีก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดที่จะไม่ตอบรับคำทักทายที่ดูไม่เหมือนคำทักทายนั่น


"ควอนอึนบีค่ะ"


"ฉันนั่งมองคุณตั้งแต่คุณเดินเข้ามาที่นี่" คนมาใหม่ดึงแก้วที่อึนบีนั่งคนเล่นจนน้ำแข็งเริ่มละลายปนกับเหล้าจนเสียรสชาติออกมาแล้วเรียกบาร์เทนเดอร์สั่งแก้วใหม่ให้แทน "คุณปฏิเสธไปแล้ว 7 คน"


"8 ต่างหาก" อึนบีรับแก้วที่บาร์เทนเดอร์เอามาให้แล้วก็นั่งวนน้ำแข็งในแก้วเล่นเหมือนเดิม "คุณลืมนับตัวเองเข้าไปด้วยนะ"


"ไม่จำเป็นนี่คะ คุณไม่ปฏิเสธฉันหรอก"


อึนบีหลุดหัวเราะให้กับความมั่นใจในตัวเองของคนข้างๆ


"อย่างน้อยฉันก็เป็นคนแรกที่ทำคุณหัวเราะได้ในคืนนี้นะ"


อึนบีหุบยิ้มทันทีแล้วหันกลับไปสนใจน้ำแข็งในแก้วตามเดิม "ขอบคุณสำหรับเครื่องดื่มอีกแก้วนะคะ แต่ถ้าจะอยากหิ้วฉันกลับไปนอนห้องล่ะก็ เชิญคุณกลับไปนั่งที่ของคุณดีกว่าค่ะ"


"ใจเย็นสิคะ" กาอึนเท้าคางจ้องคนข้างๆ "ฉันไม่ได้จะเข้ามาเพื่อจุดประสงค์นั้นสักหน่อย"


"จะจุดประสงค์ไหน ตอนสุดท้ายสิ่งที่คุณต้องการมันก็เหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละค่ะ"


อึนบีหันกลับมามองกาอึนที่นั่งส่งสายตามีเลศนัยน์มาให้อย่างเห็นได้ชัดแบบที่พูดออกมาจากปากเมื่อกี้ดูเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด


"แต่ฉันไม่เหมือนคนอื่นนะคะ ฉันลิมิเต็ดมีคนเดียว" กาอึนเปลี่ยนจากส่งสายตาไม่น่าไว้ใจเป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นให้อึนบี "แล้วคุณอยากไปกับฉันมั้ยล่ะคะ?"


"ไปมีเซ็กซ์น่ะหรอคะ ไม่เอาค่ะ"


กาอึนอมยิ้มให้ความพูดปฏิเสธที่ไร้เยื่อใยสุดๆ ของคนที่ยังคงไม่เลิกเอานิ้ววนน้ำแข็งเล่นจนสีที่ปลายนิ้วเริ่มซีดลงเพราะความเย็น


"ไปกินสเต็กค่ะ"


"มุกชวนทานข้าวแล้วไปต่อกันที่ห้องนี่ คนก่อนหน้านู้นเล่นไปแล้วค่ะ"


"ไม่ใช่สิคะ ฉันจะพาคุณไปทานสเต็ก เสร็จแล้วก็พาไปส่งบ้านและฉันก็กลับบ้านของฉัน" คนแปลกหน้ามองด้วยสายตาเว้าวอน "คุณจะไม่ไปจริงๆ หรอ เดี๋ยวร้านปิดหมดนะ"


อึนบีกลั้นใจยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดก่อนหันกลับมาสบตายิ้มนั่น ผู้หญิงคนนี้รู้วิธีพูดโน้มน้าวและรู้วิธีการใช้สายตาได้เก่งในแบบที่คนก่อนหน้าเทียบไม่ติดเลยสักคน บทจะใช้สายตาบอกถึงความต้องการในใจที่ไม่ตรงกับคำพูดก็แสดงออกมาได้แบบปิดไม่มิด บทจะใช้มันเพื่อสื่อถึงความจริงจังก็ดูไม่มีความเสแสร้งเลยสักนิดเดียว แววตานิ่งๆ นั่น บ่งบอกความรู้สึกออกมาได้หลากหลายและไม่กี่ความรู้สึกในนั้นที่เธอสัมผัสได้คือความกลัว หวั่นไหว ไม่มั่นใจที่โผล่ออกมาแวบๆ และยังมีความโหยหาอะไรสักอย่างมานานปนอยู่ด้วย อึนบีจึงตัดสินใจจะลองเสี่ยงดู เธอรู้สึกว่าคนตรงหน้าดูจริงใจและอ่อนโยน ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมาที่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ดูใจร้อนและไม่ประนีประนอม


"ก็ได้ค่ะ"


"ดีค่ะ" กาอึนเรียกเก็บเงินก่อนลุกขึ้นแล้วยื่นมือมาเป็นเชิงว่าให้อึนบีจับเพื่อพยุงตัวลงจากเก้าอี้ทรงสูง "อย่างน้อยคืนนี้ฉันก็ได้เคี้ยวอะไรเล่นแทนคุณล่ะนะ"


คิดผิดหรือเปล่านะที่ตกลง…อึนบีมองคนที่ขยิบตาขี้เล่นให้แล้วเดินนำไปที่รถก่อนเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้ คืนนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเองเพราะกะว่าจะมาเมาเต็มที่ ซึ่งสุดท้ายก็ได้แค่มึนๆ เท่านั้น แต่ไม่ว่าจะคิดผิดหรือไม่ เธอรู้สึกดีตอนได้คุยกับผู้หญิงที่เดินอยู่ข้างหน้าเธอและมันทำให้เธอลืมความเศร้าไปได้ชั่วขณะหนึ่ง


กาอึนเหลือบมองอึนบีที่ตอนนี้เดินขึ้นมาขนาบข้างไปรถด้วยกัน จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ใส่เสื้อเชิ้ตกับกระโปรงแบบมิดชิดแล้วดูเซ็กซี่ แต่ผู้หญิงคนนี้ทำได้ เธอเฝ้ามองอึนบีจากโต๊ะของเธออยู่ตลอด ตั้งแต่คนตัวเล็กนั่งสั่งแก้วแรก ย้ายตัวเองไปโชว์ลวดลายบนฟลอร์ที่ทำเอาเธอร้อนไปทั้งตัว จนกลับมานั่งที่เดิมและเริ่มมีพวกนักล่าเข้ามาพยายามจะเอากระต่ายตัวนี้ของเธอกลับบ้าน ใจจริงกาอึนอยากจะเดินเข้าไปหาอึนบีตั้งแต่แรกแล้วเพราะกลัวจะเสียเหยื่อที่เธอจ้องเอาไว้ไป แต่พอเห็นกระต่ายน้อยของเธอไม่มีท่าทีจะตอบรับใครสักคนที่เข้ามา เธอเลยตัดสินใจนั่งดูต่อไป


อึนบีดูมีอารมณ์เศร้าๆ อยู่รอบตัวตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่เต้นอย่างเร่าร้อนเธอก็ยังสัมผัสถึงมันได้ แววตาดูร้าวฉานที่ถึงจะไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกมาแต่อึนบีก็ดูเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ตลอด คนตัวเล็กควานหาเข็มขัดข้างกายเพื่อที่จะคาด ถ้าเป็นในหนังเธอคงจะเอื้อมไปคาดให้แล้วได้สบตากันระยะประชิด แต่เพราะนี่คือชีวิตจริงและดูท่าอีกคนจะนั่งรถบ่อย อึนบีควานหาแค่แปบเดียวก็สามารถคาดให้ตัวเองปลอดภัยได้ แถมหันมาส่งสายตาเป็นเชิงถามว่า ไม่ไปหรอ แค่นั้นกาอึนก็ต้องกลับมาสนใจการขับรถต่อ



อึนบีมองดูร้านตรงหน้าที่ตกแต่งด้วยไม้นานาพันธุ์ ถ้าเธอขับผ่านแบบไม่ได้สังเกต คงคิดว่ามันเป็นร้านขายต้นไม้แทนที่จะคิดว่ามันคือร้านสเต็ก ซึ่งอย่าว่าแต่จะขับผ่านเลย เธอคงหาร้านนี้ไม่เจอด้วยซ้ำถ้ามันจะซ่อนอยู่ในซอยลึกแบบนี้จนระหว่างทางที่นั่งรถมาเธออดคิดไม่ได้ว่าคนตัวสูงกำลังหลอกพาเธอไปขายหรือเปล่า


กาอึนมองคนข้างกายที่เอาแต่หันดูรอบๆ ร้าน ด้วยความตื่นตาอยู่ไม่น้อย เธอเดินนำไปที่โต๊ะประจำก่อนอึนบีจะตามมานั่งลงที่ตรงข้าม พนักงานที่คุ้นเคยเดินยิ้มมาแต่ไกลแล้วยื่นเมนูให้เลือกพร้อมเสิร์ฟน้ำเปล่า ปกติกาอึนไม่ต้องใช้เมนูด้วยซ้ำเพราะเจ้าของร้านรู้ดีว่าเธอจะสั่งอะไร แต่คงเห็นว่าเธอมีคนอื่นมาด้วยเลยเอามาให้ตามที่ร้านควรจะทำเวลาลูกค้าปกติเข้ามา


"อยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ?"


"คุณสั่งเถอะ" อึนบียกน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหาย หลังจากที่เธอพึ่งดื่มเหล้าไปแล้วเกิดอาการคอแห้ง "ฉันทานได้หมดแหละค่ะ"


กาอึนหันไปสั่งอาหารกับพนักงานอยู่สักครู่และหันกลับมาสนใจคนที่นั่งจิบน้ำไม่หยุดตรงหน้า ตอนอยู่ในผับมันมืดสลัวจนมองไม่ค่อยเห็นเท่าไรแถมแสงสียังชวนแสบตาอีก แต่เธอก็ยังรู้ว่าอึนบีสวยแค่ไหน พอได้เห็นชัดๆ แบบนี้จากไฟสว่างนวลในร้าน เธอพบว่าอึนบีสวยคมบาดใจกว่าที่เธอคิดเอาไว้ซะอีกและยังมีความน่ารักปนอยู่ด้วย มันเป็นเสน่ห์ในแบบที่เธอเริ่มจะหลงจนหาทางกลับไม่เจอ


"คุณอายุเท่าไร"


"มันใช่เรื่องที่ควรถามมั้ยคะเนี่ย"


กาอึนยิ้มให้กับสายตาดุๆ ที่อึนบีส่งมาให้ ซึ่งมันควรจะน่ากลัวนะแต่ดันออกมาดูน่ารักมากกว่า เหมือนกระต่ายตัวน้อยที่พยายามจะแยกเขี้ยวขู่แต่ดันมีแค่ฟันหน้าโผล่มาแทนเขี้ยวอะไรประมาณนั้น


"จะได้เรียกถูกไงคะ"


"เรียกแบบเดิมไม่ดีตรงไหนคะ?"


"ก็ฉันอยากสนิทด้วยมากกว่านี้นี่นา"


อึนบีวางแก้วน้ำลงกับโต๊ะแล้วกลั้นใจตอบไปเพราะคาดว่าถ้าเธอไม่ยอมตอบ กาอึนก็คงคาดคั้นเธออยู่อย่างนั้นนั่นแหละ


"24 ค่ะ"


"ฉัน 25 ฝากตัวด้วยนะ …น้องคะ"


"คะ?" อึนบีแทบจะสำลักน้ำลายตัวเองกับคำว่า น้องคะ ของคนตรงหน้า


"ล้อเล่นค่ะ"


ขณะที่อึนบีกำลังจะโวยวายใส่กาอึนที่พูดกวนใส่เธอ พนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟตัดหน้าเอาไว้ก่อน คนชอบกวนนั่นก็ทำเป็นลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้และหันสนใจสเต็กที่ส่งควันฉุยอยู่ตรงหน้า


อึนบีส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ หันกลับมาหมุนจานให้เข้าที่เข้าทาง แต่ก่อนที่จะได้ลงมีดหั่นชิ้นเนื้อชุ่มฉ่ำนั่น กาอึนก็คว้าจานเธอไปและสลับจานของตัวเองที่นั่งหั่นไว้เมื่อกี้มาให้แทน


"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันสั่งมาเหมือนกัน" พอเห็นอึนบีมองด้วยสายตาแปลกๆ แบบที่เธอไม่เข้าใจว่าจะสื่ออะไร กาอึนเลยต้องหาคำพูดมาแก้ต่างไปตามที่คิดว่าควรจะเป็น "ลองชิมสิคะ"


"คุณอยากทำให้ฉันประทับใจหรอ" อึนบีมองหน้ากาอึนสลับกับสเต็กบนจาน เพื่อให้อีกคนเข้าใจว่าเธอกำลังจะสื่ออะไร แต่อีกฝ่ายก็ยังคงเลิกคิ้วมองเธอด้วยความสงสัย "ที่หั่นสเต็กให้ฉันเนี่ย"


"อ๋อ คุณจะว่างั้นก็ได้นะ แต่ฉันมีน้องเลยชินกับการหั่นสเต็กให้เด็กนะ"


"ฉันไม่ใช่เด็ก"


อึนบีมองตาแข็ง


"งั้นคุณคิดซะว่าฉันทำให้คุณประทับใจก็ได้ค่ะ" ไม่ใช่เด็กก็จริง แต่ท่าทางที่แสดงออกมามันน่าเอ็นดูจนเหมือนว่าใช่นี่นา "อย่าคิดมากสิคะ ทานเถอะ"


กาอึนมองอึนบีที่จิ้มชิ้นสเต็กเข้าปากแต่ดูท่าเธอจะหั่นชิ้นใหญ่เกินไปหรืออีกคนกินไม่ระวังทำให้ซอสของชิ้นเนื้อเปื้อนอยู่ตรงมุมปากของอึนบี …ก็ถ้าเป็นในหนังอีกรอบ เธอคงจะเอื้อมมือไปเช็ดให้ แต่นั่นแหละนี่คือชีวิตจริง กาอึนทำได้แค่ชี้มุมปากตัวเองเป็นสัญญาณให้อึนบีรู้ว่ามุมปากเธอเปื้อนอยู่ คนสวยตรงหน้าถึงหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมันออก


"เป็นไงคะ อร่อยมั้ย?"


เพราะว่ากำลังเคี้ยวอยู่ อึนบีเลยพยักหน้าตอบไปแทน


"ดีใจที่คุณชอบเนื้อของพวกเดียวกันเองนะคะ"


"คะ?" อึนบีส่งสีหน้างงๆ ให้กับคำพูดกำกวมของคนที่มีรอยยิ้มละมุนเปื้อนหน้าตลอดเวลา เธอกำลังกินเนื้อมนุษย์หรอ "พวกฉันหรอคะ?"


"อ้าว ฉันไม่ได้บอกคุณหรอ เรากำลังทานกระต่ายอยู่ค่ะ"


"ห้ะ?!" เธอควรจะตกใจอะไรก่อนระหว่างเธอกำลังกินเนื้อกระต่ายหรือที่คนตรงหน้าพยายามจะบอกเธอว่าเธอเป็นกระต่าย


"อย่าคายนะคะ" กาอึนรีบห้ามทันทีที่อึนบีคว้ากระดาษทิชชู่มาทำท่าจะคายของที่กำลังเคี้ยวอยู่ในปากทิ้ง "ฉันแกล้งคุณเล่น"


"เล่นอะไรเป็นเด็กๆ"


"แต่เด็กก็ยังโดนเล่นนะคะ"


"นี่คุณ"


กาอึนยกมือขึ้นเป็นการบอกนัยๆ ว่ายอมแพ้หลังจากเห็นอีกฝ่ายวางมีดกับส้อมลงและส่งสีหน้าที่เริ่มจะบ่งบอกว่าหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยมาให้



อึนบีแปลกใจที่ตัวเองยอมมาเดินเล่นกินไอติมฝ่าอากาศหนาวเย็นหลังจากพึ่งทานสเต็กกันเสร็จตามคำชวนของคนที่พึ่งเจอกันได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงอย่างกาอึนแบบนี้ เธอคิดว่าคนที่เดินช้าเหมือนร่างกายจะถูกแช่แข็งข้างๆ คนนี้ มีเสน่ห์น่าหลงใหล โน้มน้าวคนเก่ง แม้กาอึนจะมีมุมขี้เล่นขี้แกล้งตามประสาคนกวนๆ อยู่บ้าง แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ใหญ่ที่ดูพึ่งพาได้


"หนาวมั้ยคะ?" 


กาอึนมองมือที่เริ่มซีดลงกับปากสั่นๆ ของอึนบีก็อดถามไม่ได้ เธอไม่คิดว่าจู่ๆ อุณหภูมิของสภาพอากาศจะลดต่ำลงเร็วแบบนี้ เลยไม่ได้เตรียมอะไรกันหนาวลงมาจากรถเลยสักอย่าง คนตัวเล็กข้างเธอมีแค่ผ้าพันคอผืนเดียวที่พกไว้ในกระเป๋าแค่นั้น


"ไม่เป็นไรค่ะ"


เธอคิดว่าอากาศหนาวๆ แบบนี้ช่วยให้เธอลืมความเศร้าได้ดีขึ้นกว่าเดิมซะอีก เพราะอึนบีเอาแต่คิดอยู่ในใจว่าหนาวจนไม่มีเวลาคิดถึงอย่างอื่น น่าแปลกอีกครั้งที่คนเราทำร้ายตัวเองเพื่อให้ลืมความเจ็บที่มี…มันจะคล้ายๆ สำนวนหนามยอกต้องเอาหนามบ่งหรือเปล่านะ


"เอาเสื้อโค้ทฉันมั้ยคะ"


"แล้วคุณจะใส่อะไรกันหนาวล่ะคะ "


"แลกกันก็ได้ค่ะ" กาอึนถอดเสื้อโค้ทตัวเก่งของเธอออกมาแล้วยื่นให้คนตัวสั่น "เสื้อข้างในของฉันหนากว่าของคุณ คุณเอาผ้าพันคอคุณมาให้ฉันสิคะ"


อึนยอมดึงผ้าพันคอตัวเองส่งให้กาอึนและรับเสื้อโค้ทมาสวม คงเพราะว่ามันพึ่งสวมตัวกาอึนมาเลยทำให้เสื้อโค้ทตัวนี้อุ่นมากกว่าเดิม แต่คงจะผิดไซส์เกินไปหน่อย มันอาจจะใส่ตัวกาอึนได้พอดีทั้งแขนและความยาวของตัว พอมาอยู่บนตัวอึนบี มันยาวเกินจนแทบจะลากพื้นแถมแขนเสื้อก็ยาวจนมือเธอไม่โผล่ออกมา


กาอึนพันผ้าพันคอที่ติดกลิ่นหอมของอึนบีให้ตัวเองเสร็จ ก็หันมามองคนข้างๆ แล้วอดที่จะหัวเราะไม่ได้ เพราะอึนบีพยายามที่จะเหยียดแขนตัวเองให้มือโผล่พ้นออกมาจากแขนเสื้อที่ยาวเกิน เนื่องเธอไม่สามารถใช้มืออีกข้างหนึ่งดึงได้เพราะกำลังถือไอติมอยู่


"มานี่ค่ะ เดี๋ยวฉันพับให้"


กาอึนแบมือมาตรงหน้าอึนบี เธอจึงยอมวางแขนลงบนนั้นแม้จะจะยกขึ้นมาฟาดคนที่หัวเราะเธอสักทีแต่เราก็ยังไม่ได้สนิทกันขนาดจะทำแบบนั้นได้


"เรากลับเลยมั้ยคะ" อึนบีมองควันจากลมหายใจของคนที่ทั้งๆ อากาศก็หนาวแต่ก็ยอมเอาไอติมมาคาบไว้และตั้งใจพับแขนเสื้อให้เธอ "คุณคงหนาวแย่"


"ไม่เป็นไรค่ะ ผ้าพันคอคุณก็อุ่นดีแถมหอมด้วย" กาอึนหยิบไอติมออกมาจากปากที่เริ่มชาของเธอแล้วตอบอึนบีหลังจากที่พับแขนเสื้อให้เสร็จเรียบร้อย "แล้วฉันอยากใช้เวลาอยู่กับคุณเท่าที่ทำได้"


"พูดอย่างกะจะไม่ได้เจอกันอีก"


"อ้าว คุณยังอยากเจอฉันอยู่หรอคะ"


"แล้วทำไมฉันถึงต้องไม่อยากเจอคุณล่ะคะ"


"ก็คุณมีแฟนแล้วและคุณก็รู้ด้วยว่าฉันเข้าหาคุณไม่ใช่แค่อยากผูกมิตรแบบเพื่อน" กาอึนทำเป็นสนใจไอติมที่มีอยู่ครึ่งแท่งในมือ เพื่อเบี่ยงเบนความหวั่นไหวในใจ "จริงๆ ฉันมองคุณมาหลายเดือนแล้วที่ผับนั่น ก่อนที่คุณจะเจอกับแฟนคุณแล้วได้คบกันซะอีก …ฉันไปนั่งรอคุณทุกวันจนได้บัตร VIP เลยนะ"


กาอึนยิ้มน้อยๆ ให้กับการกระทำที่ดูน่าสมเพชของตัวเอง รู้ว่าอีกคนมีแฟนแล้วก็ยังมานะมานั่งรอเผื่อว่าจะได้เจอ ถึงแม้ว่าจะเจอเป็นอึนบีที่มาเที่ยวกับแฟนก็ตาม


อึนบีหันไปมองคนที่ทำเป็นกินไอติมข้างๆ อย่างแปลกใจเล็กน้อย เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่ากาอึนมองเธอมานานขนาดนั้น นั่นคงเป็นสาเหตุที่เธอสัมผัสได้ถึงความโหยหาในแววตาของกาอึน แต่ทำไมกาอึนถึงไม่ยอมเข้ามาหาเธอกันล่ะ ใช่แววตาที่ดูกลัวๆ และไม่มั่นใจนั่นหรือเปล่า


"งั้นทำไมคุณ…"


"ฉันไม่กล้าน่ะ…คนเรามันก็มีสิ่งที่เป็นข้อยกเว้นจริงมั้ย ฉันที่เปลี่ยนคนควงบ่อยขนาดโดนน้องเรียกว่าเสือผู้หญิง ฉันที่กล้าเข้าหาทุกคนที่อยากได้ พอมาเจอคุณ …คุณก็เหมือนเป็นข้อยกเว้นของฉันนั่นแหละค่ะ"


อึนบีรู้สึกอึดอัดใจแต่ก็อดเขินไม่ได้ที่จู่ๆ ก็มาโดนคนที่รู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมงทำในสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการสารภาพรักใส่เธอ อึนบีลอบมองคนตัวสูงข้างๆ ที่หน้าเริ่มแดงขึ้นไม่รู้ว่าเพราะอากาศหนาวจัดหรือเขินกันแน่


"แล้วทำไมวันนี้คุณถึงกล้าล่ะ"


"คุณดูเศร้า... ฉันเลยอยากทำอะไรให้คุณยิ้มได้"


คำพูดสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจที่เย็นเฉียบของอึนบีรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง


"อากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ เรากลับกันเถอะ"


กาอึนมองมือเย็นๆ ของอึนบีที่แตะลงบนหลังมือเธอเพื่อเป็นการชวนให้เดินกลับไปด้วยกัน ถึงคนตัวเล็กจะไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับที่เธอพูดไปเมื่อกี้ แต่กาอึนก็โล่งใจที่ไม่ได้โดนอึนบีมองด้วยแววตาสมเพชหรือเดินหนีไป เธอทิ้งไอติมที่เหลืออยู่ลงกับถังขยะข้างๆ แล้วเดินตามอึนบีกลับไปที่รถ


ตลอดทางอึนบีไม่ได้พูดอะไรถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้และกาอึนก็ไม่ได้อยากจะไปรื้อฟื้นอะไรด้วย เธอพอจะเข้าใจว่าอึนบีคงกำลังตกใจไม่ก็กำลังพยายามทำใจอยู่ ก็นะ.. ใครจะไปนึกล่ะว่าคนที่ตัวเองคิดว่าเข้ามาแบบฉาบฉวยโอกาสหวังมากกว่าแค่อาหารหนึ่งมื้อและเดินเล่นกินไอติมจะหลงรักตัวเองมานานแล้วแบบนี้


กาอึนพาอึนบีมาส่งบ้านได้ปลอดภัยตามที่อีกคนแชร์โลเคชั่นมาให้ บ้านของอึนบีอยู่บนเนินขึ้นไปตรงหัวโค้ง เป็นบ้านสองชั้นที่ไม่ใหญ่มากเหมาะสำหรับครอบครัวเดี่ยว มีสนามเล็กๆ หน้าบ้าน แถมยังมีที่จอดรถข้างในอีกต่างหาก ดูจากสภาพบ้านและแวดล้อม อึนบีก็น่าจะมีฐานะอยู่พอตัว


"คุณอยากเข้ามาก่อนมั้ย "


"ฉันไม่รบกวนคุณดีกว่า" 


หลังจากที่เผลอทำสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะเรียกสารภาพรักได้หรือเปล่าออกไป กาอึนก็ยังไม่อยากพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ชวนอึดอัดอีกรอบ เลยปฏิเสธไปแม้ในใจอยากจะทำตามคำเชื้อเชิญมากแค่ไหนก็ตาม เกิดแฟนอึนบีแวะเข้ามาเธอไม่อยากมีปัญหาด้วย


"นี่คุณคะ… ดูท่าคุณจะยังไม่รู้ ทั้งๆ ที่ก็นั่งมองฉันอยู่ทุกวัน คือจริงๆ ฉันเลิกกับแฟนแล้ว" เหมือนอ่านใจกาอึนได้อึนบีพูดขึ้นมาก่อนที่กาอึนจะเลื่อนกระจกรถขึ้น "และฉันก็ไม่ได้รังเกียจที่จะเจอกับคุณอีกนะคะ …ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ขับรถระวังๆ นะคะ"



ในที่สุดก็ได้มาอัพ 5555 ดึกดื่นอีกเช่นเคย เสียเวลาวาดปกไป..ก็ไม่นานหรอก นานตรงที่แต่งไม่ออก T T

จริงๆ กะจะแต่งตอนเดียวจบแต่ตัวอักษรเกินอีกแล้ว เลยต้องแบ่งเป็นสองพาร์ท 5555

ตอนแรกว่าจะแต่งคู่ฮเยบีแหละ วาดปกไว้แล้วด้วยนะ แต่สุดท้ายก็มาคิดว่าฟีลมันไม่ค่อยให้เท่าไร  เลยมาตกรังตายอยู่กับกาอึนบีเนี่ยแหละ 

ขอบคุณสำหรับตอนแรก เราไปต่อตอนสองกันเลยดีกว่า เย่ะ


#สเต็กกาอึนบี
SHARE
Writer
DachshundChan
I'm Radioactive
I'm gonna live until I'm die.

Comments

Zi_patpat
2 years ago
แรร์ไอเทมมากคู่นี้ หาอ่านย๊ากกยาก 5555 ขอบคุณที่แต่งนะคะ ~~ ^^
Reply
DachshundChan
2 years ago
ขอบคุณนะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่ามีคนนั่งเรือนี้เยอะเหมือนกัน 5555 หาอ่านยาก แต่งอ่านเองซะเลย