More than that
เสียงบีทหนักๆจากลำโพงทำให้น้ำสีอำพันในแก้วตรงหน้าเธอปรากฎเป็นวงคลื่น นิ้วเรียวไล้ขอบวงกลมอย่างเบื่อหน่าย แสงไฟหลากสีกระทบลงบนใบหน้าหวานและริมฝีปากบางที่ไร้รอยยิ้มอย่างน่าเสียดาย

“...” เธอมองเจ้าของปาร์ตี้วันเกิดด้วยสายตาเรียบนิ่ง เจ้าตัวยืนเต้นสนุกสนานอยู่ไม่ไกล ผมย้อมสีบลอนด์สะบัดไปมาบ่งบอกความครึกครื้นในบริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี

คนตรงนั้นเป็นเหตุผลเดียวที่เธอยอมนั่งเบื่ออยู่ตรงนี้

“รู้จักเธอเหรอ?”

ประโยคทักทายที่ไม่คิดว่าจะได้รับทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองผู้มาใหม่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

“อืม”

อันที่จริงทุกคนที่มางานนี้ก็ควรจะรู้หรือเปล่าว่านี่คือวันเกิดใคร, เธอคิด

“เราโดนเพื่อนลากมา คนนั้นน่ะ” คำอธิบายพร้อมกับนิ้วที่ชี้ไปยังผู้ชายอีกคนที่เต้นอยู่กับเพื่อนสนิทของเธอทำให้หญิงสาวเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาอีกนิด

“เธอดูเบื่อ”

ริมฝีปากบางหยักยิ้มให้กับประโยคนั้นโดยอัตโนมัติ

“ก็เราเบื่อ” เธอว่าเสียงเรียบ เขาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูงข้างเธอก่อนจะเท้าคางกับเคาน์เตอร์บาร์ที่เธอพิงอยู่

“เราแค่นั่งรอผู้หญิงคนนั้น...” เธอชี้ไปยังคนที่เธอนั่งมองมาตั้งแต่เริ่มเข้างาน

“เพื่อนสนิทเรา เป็นเจ้าของวันเกิด”

ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอตัดสินใจขยายความต่อ ปกติแล้วเธอไม่ใช่คนที่เริ่มหรือต่อบทสนทนากับใครได้ดีเลย

“ดู...” เขาลากเสียงเหมือนไม่รู้ว่าควรใช้คำไหนมาเติมในช่องว่าง

“ต่างกัน?” เธอจึงช่วยเขาเลือกด้วยการหันไปสบตาอีกฝ่าย

“ใช่ โคตรต่าง” เธอหัวเราะออกมานิดๆเมื่อเขาย้ำ ภาพยัยตัวแสบเต้นอยู่กลางสปอร์ตไลท์กับเธอที่มานั่งหลบมุมอยู่ตรงนี้ให้ความรู้สึกคนละขั้วจริงๆนั่นแหละ

“ไม่รู้เหมือนกันว่ามาสนิทกันได้ยังไง...” เธอพูด สายตายังคงไม่ละไปจากผู้หญิงคนเดิม

เขามองคนข้างกายสลับกับหญิงสาวอีกคนที่เป็นเหมือนจุดรวมสายตาของทุกคนในงาน ร่างสูงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อจับสังเกตอะไรบางอย่างได้

“เธอชอบเพื่อนคนนั้นของเธอเหรอ?”

คนตัวเล็กกว่าเลิกคิ้วแบบงงๆก่อนจะระบายยิ้มเฉยชาเหมือนเดิม

เขาหงุดหงิดกับรอยยิ้มนั้นยังไงชอบกล

“เปล่า...” เธอปฏิเสธเสียงเรียบ แอบทึ่งในใจที่เขากล้าถามอะไรแบบนั้นออกมาต่อหน้าเธอ

“มากกว่านั้น” 
 
คนตัวเล็กยิ้มขำเมื่อเห็นว่าคนถามฟรีซไปหลายวินาที มือที่กำลังจะหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มข้างอยู่กลางอากาศอย่างน่าขัน

“...”

“เธอเป็นคนแรกนะที่ดูออกว่าเราคิดยังไง” เธอพูดสบายๆ ขัดกับอีกคนที่ดูเหมือนจะมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด

“เราก็งงตัวเองเหมือนกันตอนแรก คิดอยู่ตั้งนานว่ามันคืออะไร แต่ก็นั่นแหละ...สุดท้ายก็โกหกตัวเองไม่ได้อยู่ดี” เขามองเธอราวกับเห็นสัตว์ประหลาด อึ้งในความตรงไปตรงมาและความใจเย็นของหญิงสาว

เธอพูดออกมาราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย

“มองอย่างงั้นคืออะไร? ช็อค นับถือ หรือผิดหวัง?” ที่สำคัญคือเธอยังคงแกล้งแซวเขาได้ต่อหน้าตาเฉย ชายหนุ่มเสยผมเรียกสติก่อนจะหัวเราะให้กับความช้าของสมองตัวเอง

“ปนกัน” เขาตอบ

“ช็อคเพราะไม่คิดว่าเธอจะกล้ายอมรับตรงๆอย่างนี้ นับถือที่ยังใจเย็นได้ขนาดนี้...” เขาเว้นช่วงไปพักนึงก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ

“...แล้วก็ผิดหวังนิดหน่อยเพราะตอนแรกตั้งใจจะจีบ”

เธอหัวเราะออกมาเสียงใส

“ก็จีบได้นะเอาจริงๆ แต่ติดมั้ยก็อีกเรื่องนึง” เธอชนแก้วกับเขาและจิบเบียร์ในนั้นเล็กน้อย

“แต่-”

“มันไม่ใช่ว่าเราชอบแต่ผู้หญิงอะไรอย่างนั้นหรอก เราแค่ชอบคนที่เราชอบ”

“ไบเซ็กชวล?” เขาไม่รู้ว่าคำถามแบบนั้นหยาบคายไหม แต่พอคิดได้อีกที่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

“แพนเซ็กชวลดีกว่าถ้าจะเลเบลกันจริงๆ” เธอตอบหลังจากนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง

เขารู้สึกมึนยิ่งกว่าเก่า

“pan แปลว่า all” คำอธิบายสั้นๆนั้นทำให้ร่างสูงร้องอ๋อออกมาอย่างลืมตัว เธอส่ายหน้ายิ้มๆพลางยกเบียร์ที่เริ่มจะหายเย็นขึ้นมาจิบอีกครั้ง ร่างเล็กเอี้ยวตัวไปตักน้ำแข็งจากโถแก้วหลังบาร์ ในขณะที่เขายังคงใช้เวลาประมวลผลความรู้ใหม่ที่ได้ไปอยู่

“เพราะงั้นจะจีบก็จีบได้ ไม่ได้หมดหวังขนาดนั้น” เธอยังแซวเขาไม่เลิก

“เดี๋ยวเหอะ แกล้งพูดแบบนี้เราจีบจริงนะเว้ย” เขาชี้หน้าเธอพลางหัวเราะออกมาไม่ต่างกัน หญิงสาวมองเขาอีกแววบนึงก่อนจะหันกลับไปมองจุดเดิมต่อ

เขานิ่งไปนิดเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเธอ

ถึงจะแค่เสี้ยววินาที ความเจ็บปวดภายใต้ความเฉยชานั้นชัดเจนพอที่เขาจะรู้สึกได้

“คงอึดอัดเหมือนกันนะ” เขาต่อบทสนทนา ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าถ้าเป็นหัวข้อนี้เธอจะยอมคุยด้วยไหม

“อืม พอสมควร”

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เธอเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

“บางทีมันมีอะไรที่อยากทำแต่ก็ทำไม่ได้” เธอยอมรับและเผลอถอนหายใจออกมาแบบเงียบๆ

“กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเราชอบ แต่ลึกๆก็แอบหวังให้เขารู้ว่าเราชอบ”

เธอมองหน้าเขาและยักไหล่ราวกับจะบอกว่าเธองี่เง่าไปเองขนาดไหน

“มันก็น่าจะเดาได้บ้างรึเปล่า สนิทกันมาตั้งนานขนาดนี้...ยัยบื้อเอ๊ย” เธอบ่นคนที่ไม่มีทางได้ยินคล้ายกับใกล้หมดแรง

“ช่วยไม่ได้หนิ ดันไปชอบเขาเอง” เขายักคิ้วกวนประสาทจนเธอหัวเราะออกมาไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ของคืนนี้

“เออ ตอกย้ำกันเข้าไป”

“ใครตอกย้ำใคร..?” เขาเฉไฉพลางยกอะไรสักอย่างในมือขึ้นมาดื่ม

“เมื่อกี้เราพูดกับตัวเองต่างหาก”

SHARE
Writer
KaptainP
Cool Kid
เป็นกัปตัน อยู่กลางทะเล

Comments