Digital Wars เลือกสื่อไหนใช้อะไรในยุคนี้ EP.2 : Blog & Website
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน คนยุคใหม่ใคร ๆ ก็ต้องเขียนบล็อก หรือทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่การเข้ามาของ Facebook ทำให้หลายคนหันไปทำเพจแทน ด้วยความง่าย และการเข้าถึงผู้คนมากกว่า แม้แต่คนที่มีเว็บอยู่แล้วก็ยังเอาเว็บไปแปะไว้ในเพจอีกที ในยุครุ่งเรืองของการทำเพจก็มีเพจแสนไลก์ล้านไลก์กำเนิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

แต่ในวันนี้ที่พี่มาร์กได้ทำการดีดนิ้วลด Organic Reach ไปกว่าครึ่งจักรวาล ชีวิตของคนทำเว็บก็เปลี่ยนไป ต้องกลับไปซบอกพี่ใหญ่อย่าง Google

สถิติจากเว็บไซต์ทั่วโลกพบว่ากการเข้าถึงเว็บไซต์โดยส่วนใหญ่มาจากการเสิร์ชผ่าน Google ถึง 60% ซึ่งมากกว่า Facebook อยู่พอสมควร และผลสำรวจของ Google เองก็พบว่าคนทั่วโลกที่เข้าเว็บไซต์ผ่านมือถืออยู่ที่ 58% ซึ่งเกินครึ่งโลกเข้าไปแล้ว นั่นทำให้ Google ปรับอัลกอริทึมของตัวเองให้เป็น Mobile First เรียบร้อยแล้ว

พูดให้ง่ายคือนอกจากการเลือกแสดงผลจาก Keyword และ Tag ต่าง ๆ ในหน้าเว็บแล้ว Google จะเลือกแสดงผลเว็บไซต์ที่ Mobile Friendly ขึ้นมาก่อน คนทำเว็บก็ต้องย้อนกลับไปสำรวจเว็บตัวเองแล้วว่าใช้บนมือถือได้ง่ายไหม ต้องย่อขยายเพื่ออ่านหรือเปล่า หน้าเว็บหนักจนกินทรัพยากรเครื่องหรือไม่

เทรนด์ที่กำลังฮิตกันในการทำเว็บทุกวันนี้คงหนีไม่พ้นการทำ Responsive ให้หน้าเว็บย่อขยายได้ตามขนาดของหน้าจอ แต่ข้อสำหรับคนที่กำลังเริ่มออกแบบหน้าเว็บใหม่ ถ้าเป็นไปได้ให้เริ่มทำจาก Mobile Site ให้ดีก่อน แล้วจะทำ Responsive หรือทำ Desktop Site แยกก็แล้วแต่สะดวก เพื่อให้เว็บของเราได้ขึ้นหน้าแรกของ Google (เค้าว่ากันว่าตั้งแต่หน้า 2 ขึ้นไปใน Google ก็ไม่ต่างอะไรกับป่าช้า เงียบสงัด ไร้ผู้คน)

ทดสอบความ Mobile Friendly ได้ที่ https://search.google.com/test/mobile-friendly

การหารายได้สำหรับเว็บประเภท Publisher ยังคงใช้โมเดล Banner กับ GDN เหมือนเดิม ส่วนเว็บประเภทขายของอาจต้องมีการปรับ Index หลังบ้านกันซักนิดนึง เพื่อให้แสดงผลบน Google ในรูปแบบ Index หรือเป็น Carousel ได้ (ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงเวลาเห็นสินค้าของ Lazada หรือ Shopee บน Google)

Keyword ยอดนิยมของคนไทยคือ "รีวิว" และ "พันทิป" ซึ่งสามารถต่อท้ายคำว่าอะไรก็ได้ การเขียนบทความให้มี 2 คำนี้อยู่ในหัวข้อ และในตัวบทความจะโกง SEO ได้ระดับนึง เช่น "ส่องคอมเมนต์ชาวพันทิป..." "นักสืบพันทิปแฉ..." แต่ก็ต้องดูสไตล์ของเนื้อหาในเว็บตัวเองด้วยว่าเหมาะไหม

อีกเทคนิคที่มีการใช้มากขึ้นคือการขึ้นต้นหัวข้อด้วยคำถาม เช่น "จริงหรือไม่" "ดีจริงไหม" "ลองแล้วเป็นอย่างไร" "มีอะไรใหม่บ้าง"

ในงานงานยังมีการพูดถึงเทรนด์การค้นหาแบบใหม่ที่เริ่มเห็นกันมาซักพักใหญ่ ๆ แล้ว และคาดว่าจะบูมขึ้นภายในปีสองปีนี้คือการใช้ Voice Search ที่ตอนนี้ทั้ง Siri และ Google Assistant ต่างก็รองรับภาษาไทยได้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว

โดยเฉพาะ Google Assistant ที่ตอนนี้จับมือกับ AIS ทำให้สอบถามข้อมูลการใช้เน็ต หรือบริการเสริมอื่น ๆ ได้ผ่าน Google Assistant เลย และคาดว่าอีกไม่นาน True กับ Dtac ก็จะตามมา รวมถึงแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย

เมื่อ Voice Search ได้รับความนิยมมากขึ้น คอนเทนต์ในเว็บก็ต้องปรับให้รองรับกับภาษาพูดของคนด้วย เพราะ Keyword ในการค้นหาอาจจะเปลี่ยนไป เช่น ปกติเราอาจพิมพ์เพื่อค้นหาว่า "สยาม แผนที่" หรือ "สยาม การเดินทาง" แต่เมื่อเราใช้ Voice Search เราอาจจะถามว่า "บอกทางไปสยามหน่อย" "สยามไปยังไง" หรือการถามเวลา เช่น เราพิมพ์ถามว่า "พารากอนปิดกี่โมง" หรือ "พารากอนเวลาเปิด-ปิด" เมื่อใช้ Voice Search เราอาจถามว่า "พารากอนปิดหรือยัง"

สรุป 3 สิ่งที่คนทำ Website และ Blog ควรทำคือ
1. ทำเว็บให้ Mobile Friendly
2. ทำคอนเทนต์ให้ Google Friendly
3. ปรับ Keyword รองรับการมาของ Voice Search
Event : งานจิบกาแฟ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (29 ก.ย.61)

วิทยากร
1. ชนะชัย ไชยปัญญา (Twitter Representative of Thailand)
2. ขจร เจียรนัยพาณิชย์ (Founder at Mango Zero)
3. ศรัณย์ แบ่งกุศลจิต (CEO at Uppercuz Creative)


SHARE

Comments