บันทึกการเดินทางในทรงจำ ณ เบอร์ลิน หมายเลข ๒

 หลังจากการเยี่ยมชมประตูบรันเดนบูรก์ของฉันและเฟรดเดอริก เราได้เดินต่อกันมาที่ถนนชื่ออะไรสักอย่าง ฉันแกะอยู่นาน แต่สุดท้ายก็อ่านมันไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ฉันจะอ่านมันได้อยู่แล้วแต่มันกลับพร่าเลือนไปสะอย่างนั้นแหละ ฉันพยายามถามถึงการออกเสียงชื่อถนนจากเฟรดเดอริก แต่เขาเดินไวมาก จนเขาอาจจะไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันจึงชั่งมันปะไร

สักชั่วขณะอย่างโดยประหลาด เขาหันมาพูดคำอะไรสักอย่างกับฉัน ซึ่งฉันคาดว่าน่าจะเป็นชื่อถนน แต่ด้วยความโชคร้าย ฉันฟังไม่ทันราวกับประสาทการได้ยินดิ่งตัวลงชั่วครู่ และในทันใดจู่ ๆ เราก็เดินทะลุมาโผล่กัน ณ ที่ที่หนึ่ง มันเต็มเนืองไปด้วยหินคอนกรีตบล็อกรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียงกันอย่างเท่า ๆ กัน เหมือนกับเขาวงกตขนาดย่อม เขาเบือนหน้ามาทางฉันแล้วกล่าวว่าที่นี่คืออนุสรณ์สถานชาวยิวที่ถูกฆาตกรรมในยุโรป ฉันสังเกตสีหน้าของเขามันดูเปลี่ยนไปจากเมื่อ ๓ นาทีก่อนอย่างเห็นได้ชัด

เราพากันเดินอย่างช้า ๆ ไปยังใจกลางของอนุสรณ์ มีเด็กผู้หญิงและชายวัยอนุบาลสองสามคนวิ่งไล่กันไปมา เขาถามฉันว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง ฉันตอบด้วยสำเนียงเยอรมันอันแปร่แปร่งไปว่าฉันรู้สึกหนาวและหดหู่นิดหน่อยจากที่อากาศที่นี่ก็หนาวพออยู่แล้ว แต่อย่างที่กล่าวที่นี่ยะเยือกอย่างหาอาดุลย์ไม่

เขากวาดสายตาไปที่คอนกรีตบล็อก นัยน์ตาสีน้ำตาลจางเหม่อลอยแกมโศก ลมพัดพาผมสีทองของเขาสบัดพริ้วไปขวาทีซ้ายที ใบหน้าร่ำไห้อ่อนเปลี้ยเพลียแรง ภาพที่ปรากฏทำให้ฉันได้ยินเสียงบรรเลง Gymnopedie หมายเลข ๓ ของอิริก ซาตี มันบรรเลงดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น จนเหมือนมีคนกำลังเล่นเปียโนอยู่ในแก้วหูทั้งสองข้าง

และแว่ว ๆ แต่ต่อเนื่องนั้นเป็นเสียงของความเจ็บปวดรวดร้าวและอุรอาดูรจากการถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์






เชิดคลิน
SHARE
Writer
cherdklyn
lerner
ผูกพันกับความหมองเศร้าและความเหงาหงอย ชอบสีเบจ

Comments