รักคืออะไรเราจะรู้ได้ยังไง?
 1
บังเอิญเจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่ไม่ได้เจอกันมานาน เลยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน รุ่นพี่คนนี้เคยทำงานในส่วนงานเดียวกันมา 4-5 ปี แต่ปัจจุบันลาออกไปเป็นฟรีแลนซ์ประมาณ 2 ปีแล้ว ตอนนี้เธอว่าจะเปิดร้านของตัวเอง

เรื่องงานนั้นผมรู้ว่าเธอผ่านฉลุย จึงไม่มีอะไรต้องห่วง ผมจึงหลุดปากถามไปว่า “แล้วตอนนี้ความรักเป็นยังไงบ้างครับ” เหมือนมันจะทำให้เธอสตั้นไปหลายวินาที แต่ด้วยความที่สนิทกัน เธอเลยยิ้ม ทำให้เราต้องไปหาที่คุยกันจริงจัง

2
เรื่องความรักดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน บางคนเก่งงาน แต่ไม่เก่งรัก ขณะที่บางคนเก่งรัก แต่ไม่เก่งงาน ส่วนบางคนไม่เก่งงานและไม่เก่งรักเลย มีน้อยคนที่จะ Lucky in Game และ Lucky in Love ไปพร้อมๆ กัน

บ่อยครั้งที่เราเห็นคนทำงานเก่งสุดๆ แต่กลับมีความรักแย่สุดๆ จนเราแปลกใจ น่าสงสัยว่าทำไมทำงานได้ดี ประสบความสำเร็จ แต่พอเป็นเรื่องความรัก(และความสัมพันธ์)กลับไม่ประสบความสำเร็จกันล่ะ

3
อาจเพราะสนิทกัน รุ่นพี่จึงยอมบอกเล่าหลายๆ เรื่องให้ฟัง อันที่จริงรุ่นพี่นั้นควรจะแต่งงานและมีครอบครัวไปนานแล้ว แต่ปัจจุบันยังครองความโสดเป็น 1 ใน 2 ล้านคนโสดในกรุงเทพ และเป็น 1 ใน 17 ล้านคนโสดของเมืองไทย ตอนได้เห็นตัวเลขนี้ผมก็ตกใจว่า ทำไมบ้านเราอุดมไปด้วยคนโสดมากขนาดนี้

อาจเพราะความสบายใจ อยากอยู่คนเดียว หรืออยากเป็นอิสระ ทำให้หลายคนสมัครใจที่จะอยู่คนเดียว เพราะ “อยู่คนเดียวมันก็สบายดี” ผมมักได้ยินหลายคนพูดแบบนั้น

ซึ่งถ้าใครพูดจากใจจริง จากความต้องการของตัวเอง ผมว่าก็โอเคนะ เพราะคุณซื่อสัตย์กับตัวเอง แต่สำหรับคนที่ปากไม่ตรงกับใจ คงไม่รู้ตัวว่า แอบทำให้ชีวิตตัวเองยากขึ้นไปอีก 2 สเต็ป

เพราะการไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองหรือไม่ยอมรับความจริงนั้น ทำให้การแก้ปัญหาซับซ้อนขึ้น เพราะวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือ การยอมรับว่าเราคือส่วนหนึ่งของปัญหา ซึ่งจะทำให้เรามีอำนาจในการแก้ปัญหาเรื่องนั้นได้มากขึ้น

4
โชคดีที่รุ่นพี่คนนี้เป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องจิตวิทยาเป็นทุนเดิม และเธอค่อนข้างเป็นคนตรงอยู่แล้ว เราจึงพูดคุยกันสนุกสนาน

เธอวิเคราะห์ตัวเองให้ผมฟังว่า สาเหตุที่ยังคงโสดมาทุกวันนี้มาจากความกลัว เนื่องจากพ่อของเธอมีภรรยาน้อย ทำให้แม่เธอเสียใจ จึงคิดว่าผู้ชายนั้นช่างเจ้าชู้และอันตรายเหลือเกิน หากไม่ระวังและป้องกันให้ดี เธออาจจะเสียใจจากเหตุการณ์นี้ หากไม่เป็นเมียหลวง 2018 ก็คงเป็นเมียน้อย 2018 ซักทาง

ดังนั้นก็ต้องเล่นเกมกันสักหน่อย ผู้ชายทุกคนที่เข้ามาต้องปืนข้ามป้อมปราการ The Wall ที่สูง 700 ฟุตก่อน และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายสองคนข้ามฝ่ามาไม่ได้ ก่อนจะไปแต่งงานกับหญิงสาวคนอื่นอย่างมีความสุข โดยยังคงไม่มีภรรยาน้อย และทำให้เธอรู้ว่าทั้งสองคนเป็นผู้ชายจริงใจนี่หว่า

เธอพลาดเองที่ไปเล่นเกมความรักกับพวกเขา เธอเพิ่งรู้ว่า ความกลัวนั่นเองทำให้เธอโสดมาจนทุกวันนี้ ความกลัวทำให้เธอคิดไปเอง และนำไปสู่การตัดสินว่าผู้ชายทุกคนต้องเจ้าชู้ ทำให้เธอดีดผู้ชายดีๆ ออกไป

แต่ตอนนี้เธอไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว
ผมยิ้มดีใจ ที่รุ่นพี่มองเห็นตัวเองในอดีต
และหวังว่าเธอจะมีความรักที่ดีในอนาคต

5
เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะกลัว เพราะทุกวันนี้หันไปทางไหน เราก็เจอแต่เรื่องไม่ดี มีแต่ข่าวทำร้ายกัน สำหรับคนที่เป็นผู้หญิงสังคมทุกวันนี้จึงอันตรายเหลือเกิน

การป้องกันตัวเองไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่ประตูที่ลงกลอนแน่นหนาก็คงยากที่จะมีใครผ่านเข้ามาได้ พอปิดกั้นเพราะความกลัวก็ไม่มีใครเข้ามา

แต่พอเปิดรับด้วยความกล้าหาญ จริงใจ และซื่อสัตย์ หลายคนก็โดนหลอกจนเสียใจ
จนไม่รู้ว่าควรจะปิดกั้น หรือเปิดรับดี

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังไว้คือ บางครั้งการเปิดรับก็มาจากความกลัวเหมือนกัน เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครเข้ามา กลัวว่าตัวเองจะไม่มีค่า ก็เลยเปิดรับทุกคนที่เข้ามาไว้ก่อน สุดท้ายก็จะมีแต่พวกเห็นแก่ตัวเข้ามาหาประโยชน์

เพราะการปิดกั้นสุดฤทธิ์ หรือการเปิดรับสุดตัว
ผมว่าก็ยังสุดโต่งไปทั้งสองด้าน ไม่ยืดหยุ่น
เพราะชีวิตที่ดีนั้น ต้องสมดุล ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป

บางครั้งเราต้องเปิดรับคนเข้ามาเพื่อเรียนรู้ แต่บางครั้งเราก็ต้องปิดกั้นตัวเองจากคนนิสัยไม่ดี แล้วแต่จังหวะ แล้วแต่สถาณการณ์ ก็คงเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องมีเวลาเปิด-และปิด ไม่ได้เปิดหรือปิดตลอดเวลา(ยกเว้นตู้เย็น) เพื่อถนอมหัวใจเราให้สามารถใช้ไปได้นานๆ

แต่จะปิดกั้น หรือจะเปิดรับใครเข้ามาในชีวิต
เราก็คือคนอนุญาตให้เขาเข้ามาเอง

6
ในเรื่องความรัก ส่วนตัวผมคิดว่าไม่มีใครสามารถควบคุมบังคับมันได้เลย แม้เราจะระวัง ป้องกัน และควบคุมมันแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เราจะเอามันอยู่ ยิ่งควบคุมมันเท่าไหร่ อาจจะยิ่งกลายเป็นผลเสียมากเท่านั้น เราทำได้เพียง “อยู่กับปัจจุบัน” และทำตอนนี้ให้ดีที่สุด

เพราะคนที่เข้ามาก็ไม่มีใครการันตีได้ว่า เขาจะดีกับเราไปตลอด วันหนึ่งเขาอาจจะจากเราไปก็ได้ เพื่อให้เราเรียนรู้บทเรียนที่ว่า “แม้จะไม่มีเขาคนนั้นแล้ว เราก็ยังภาคภูมิใจในตัวเอง และรู้สึกถึงคุณค่าของตัวเอง”

จำไว้ว่า ไม่ว่าจะมีเขาหรือไม่ ตัวคุณก็มีคุณค่าอยู่แล้ว และอย่าให้คุณค่าของตัวเองลดลง จากคนที่เลือกจะหายไปจากชีวิตคุณ สู้เอาเวลาไปแคร์คนที่ควรจะดีกว่าไหม

สุดท้ายแล้ว ในเรื่องความรักนั้นทำให้ผมนึกถึงเพลง ฟัง (HYE Remix) ของซินที่ร้อง Feat. กับพี่อ้อม สุนิสา ในท่อนที่ว่า

“รักคืออะไรเราจะรู้ได้ยังไง
ถ้ายังฟังเสียงใครต่อใคร
มากกว่าหัวใจตัวเราเอง
สวยงามคนเราแล้วแต่ใจใครก็ใจมัน
รักมันจะเกิดอย่าไปกลัวถ้ามันต่างไป
ไม่ว่าจะสุขหรือสุดท้ายจะต้องเสียใจ
ให้มันเป็นไปเถอะ ให้มันเป็นไปเถอะ”

ผมคิดว่า ในเรื่องความรัก คำตอบอยู่ในบรรทัดสุดท้ายนี่เอง
คือ ให้มันเป็นไปเถอะ ให้มันเป็นไปเถอะ 


ปล.1 เรื่องนี้ได้รับอนุญาตจากรุ่นพี่แล้ว
ปล.2 เพลง ฟัง เวอร์ชั่น (HYE Remix) - SIN Feat. อ้อม 
สุนิสา https://www.youtube.com/watch?v=Q_gyoWA3NL8

SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments

deux
7 months ago
let it be
Reply
porglon
6 months ago
ใช่เลยครับ