No, it's nothing
เสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นคอนกรีตดังขึ้นเป็นจังหวะ เธอเว้นช่องว่างเล็กๆระหว่างริมฝีปากบางพอให้ออกซิเจนผ่านเข้าไปได้บ้าง เหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมและส่วนต่างๆตามร่างกายบ่งบอกได้ดีว่าอวัยวะสูบฉีดเลือดด้านในกำลังทำงานหนักขนาดไหน

เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือและผ่อนฝีเท้าลงเมื่อเห็นตัวเลขที่พอใจแล้ว

“เฮ้อ...”

คนตัวเล็กยังคงเดินต่อ, ให้เวลาร่างกายกลับมาเป็นปกติอีกหน่อย

“โทษนะครับ..?” สัมผัสบางอย่างที่ไหล่ขวาทำให้เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่าเมื่อหันกลับไปมอง แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นเฉยชาโดยอัตโนมัติ

มันเป็นวิธีปกปิดความรู้สึกที่ง่ายที่สุดแล้ว –ทำเป็นไม่รู้สึกอะไรเลย

“อ้าวคุณ...มาได้ไงเนี่ย” เธอวาดยิ้มราบเรียบให้อีกฝ่ายเหมือนเคย ตรงข้ามกับเขาที่ฉีกยิ้มกว้างออกมาได้อย่างง่ายดาย

ดูไม่ต้องพยายามอะไรมากมายเหมือนเธอเลยสักนิด

“ขับรถผ่านแล้วนึกได้ว่าคุณชอบมาวิ่งที่นี่ เลยแวะ” เขาตอบง่ายๆราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

“เราเคยบอกคุณเหรอ?”

“เปล่า เราเห็นตอนไปนั่งไล่ดูไอจีคุณน่ะ”

เธอเบือนหน้าหลบรอยยิ้มของเขาและเดินต่ออย่างหงุดหงิดนิดๆ

หงุดหงิดที่เขาชัดเจนในการกระทำจนเหมือนมีคำว่า ‘ไม่ได้คิดอะไรเกินเลย’ อยู่บนหน้าผาก

ตอกย้ำกันเข้าไปว่ามีแต่เธอที่ ‘คิด’ อยู่ฝ่ายเดียว

“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอคุณเลยอ่ะ” เขาเดินตาม เธอนึกอยากจะวิ่งเพิ่มอีกสักรอบ แต่ก็รู้ดีว่าแรงของตัวเองหมดไปแล้ว ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะเหนื่อยหรือเพราะคนข้างกายกันแน่

“ก็คุณบอกยุ่ง” เธอพูดเสียงเรียบ

“แต่ก็แมสเสจมาหากันบ้างก็ได้นี่นา” เธอถอนหายใจเมื่อเห็นว่าเขาเริ่มง้องแง้งเหมือนเด็กๆ

“อะไรของคุณ เราจะไปรู้ได้ไงว่าคุณว่างตอนไหน ถ้าคุณมีอะไรอยากคุยก็แมสเสจมาสิ” เขาเริ่มเล่นกับอุปกรณ์บนแขนของเธอ ถึงมันจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเจ้าตัวก็ดูจะไม่ถือสาอะไร

เขาถอดหูฟังของเธอออกและเปลี่ยนเรื่อง

“คุณชอบออกกำลังกายเหรอ?”

เธอจำได้ว่าเขาเคยบ่นว่าเวลาคุยกับใครแล้วอีกฝ่ายใส่หูฟังมันเหมือนกับเขาพูดอยู่คนเดียว คู่สนทนาไม่สนใจเขา

ซึ่งเอาจริงๆจะใส่หรือจะถอดมันก็เหมือนกันสำหรับเธอ เพราะเธอไม่ได้เปิดเพลงอยู่แล้ว

“มันไม่มีใครที่กินเบียร์คืนละสามสี่กระป๋องแล้วยังหุ่นเหมือนฟิตเนสโมเดลโดยที่ไม่ต้องทำอะไรหรอกนะคุณ”

เขาหัวเราะ

“ละคุณจะไปไหนต่อ?”

เธอหยุดเดินก่อนจะมองหน้าเขาตรงๆ

“ที่ผ่านมาคุณ ‘ใส่ใจ’ กับเพื่อนของคุณขนาดนี้ป่ะเนี่ย” เธอตัดสินใจถาม แม้จะรู้ตัวดีว่าไม่อยากได้ยินคำตอบก็ตาม

“คุณถามทำไม?” เขาเลิกคิ้วกวนประสาทจนเธอเกือบจะหลุดยิ้มออกมา แต่ความรู้สึกหนักๆในอกมันมีมากกว่า เธอเลยทำได้แค่สายหัว

“พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของคุณถึงอยู่ไม่นาน”

เขาเงียบ

เธอตัดสินใจมองข้ามความรู้สึกอึดอัดอันน่ารำคาญของตัวเองและอธิบายต่อ

“Friends with benefits น่ะ เขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกันหรอกนะคุณ...”

“ที่คุณทำอยู่...มันล้ำเส้น มันเหมือนเราคบกัน” เธอเผลอกั้นหายใจรอฟังความคิดเห็นของอีกฝ่าย พร้อมทั้งเตรียมใจจะจบความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงนี่ ขอแค่เขาพูดมาคำเดียว

...แต่เขากลับหัวเราะ

“คุณ...ขำอะไร?”

“ก็คุณน่ะสิ” เขาตอบแค่นั้นก่อนจะหัวเราะต่อ เธอขมวดคิ้วนิดๆ

“คุณน่ะคิดมากกกก” เขาจับไหล่ให้เธอหยุดเดินและหันมามองเขาตรงๆ

“มันชัดเจนจะตายว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับเรา เพราะงั้นเราก็น่าจะเป็นเพื่อนกันได้นี่นา” คำตอบของเขาทำให้เธอยิ่งตื้อไปมากกว่าเดิม

ไม่ได้คิดอะไร? นี่เขาตาบอดหรือเธอปิดเก่งเกินไปวะเนี่ย

“เราชอบนิสัยคุณนะ นอกจากเรื่องแบบนั้นแล้ว เราอยากจะมีเรื่องอื่นๆกับคุณแบบที่เพื่อนเขาทำกันบ้าง”

รู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่าพูดอะไรออกมา

“...”

“นะคุณ เริ่มเลย เย็นนี้ไปกินข้าวกัน” อีกฝ่ายยังคงยิ้มแฉ่งในขณะที่เธอเส้นเลือดในสมองเธอยังเต้นตุบๆให้กับความวุ่นวายของเขา นี่มันไม่ได้ช่วยให้เธอทำใจง่ายขึ้นเลยสักนิด

“เย็นนี้เราไม่ว่าง” เธอตอบปัดไปแบบไม่ต้องคิด ถึงจะต้องแอบกัดฟันทำเป็นมองไม่เห็นแววตาอ้อนๆของอีกฝ่ายก็ตาม

“คุณว่าง” เขาเถียงเสียงแข็ง

“สภาพยังงี้คุณจะไปไหนต่อได้นอกจากกลับบ้านอาบน้ำ แวะกินข้าวด้วยกันแป๊ปนึงไม่เห็นเป็นไรเลย”

เธออยากจะเป็นคนเอาแต่ใจและตรงไปตรงมาให้ได้ครึ่งนึงของเขาก็ยังดี

อะไรๆมันคงจะง่ายกว่านี้เยอะ

“คุณน่าจะอยากได้แฟนมากกว่าคนเล่นสนุกกันแบบเรานะ คุณแม่งวุ่นวาย” เธอบ่นพลางมองนาฬิกาเช็คเวลา

“คุณเองก็น่าจะรู้หนิว่ามีแฟนมันน่าปวดหัวกว่านี้เยอะ ไม่งั้นคุณคงไม่เลือกความสัมพันธ์แบบนี้เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ :)” เขายิ้มดีใจเหมือนจะเดาได้ว่าเธอคงยอมตอบตกลงตามใจเขาเหมือนที่ผ่านมา

“เอาร้านที่ไม่ไกลนะ เราอยากอาบน้ำ”

เธอได้ยินเสียงฝ่ายเหตุและผลก่นด่าเธออยู่ในหัว

“งั้นซื้อไปกินบนห้องคุณมั้ยล่ะ? คุณอยู่แถวนี้หนิ” สายตาเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้เธอพอจะเดาได้ว่าคืนนี้จะจบลงแบบไหน

“อืม”

แต่จะว่าเขาคนเดียวก็คงไม่ได้ ในเมื่อเธอก็เต็มใจให้มันเกิดขึ้นเองเหมือนกัน

ถึงจะรู้ว่าต่อไปคงมีแต่เจ็บขึ้นเรื่อยๆก็เหอะ
 
“เฮ้อ...”

“คิดอะไรอยู่คุณ? ถอนหายใจยาวเชียว”

“เปล่า...” เธอตอบปัด

“...ไม่ได้คิดอะไร”


SHARE
Writer
KaptainP
Cool Kid
เป็นกัปตัน อยู่กลางทะเล

Comments