I'm a Yellow Person
    คนบางคนรู้ถึงความหมายของสีแต่ละสี และคนบางคน ถึงคุณจะไม่รู้ความหมายของแต่ละสี แต่เมื่อคุณมองมัน จ้องมันนานๆ คุณก็จะรับรู้ได้ถึงความหมายของสีๆนั้น มันจะผ่านออกมาทางความรู้สึก 
    สีเหลือง เป็นสีที่ฉันชอบมากที่สุด ส่วนหนึ่งเพราะฉันเป็นคนเกิดวันจันทร์และอีกส่วนหนึ่งเพราะมันสวยแบบแตกต่าง อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ฉันชอบมัน นั่นเพราะสีเหลืองคือสีแห่งความสุขนั่นเอง 
    เมื่อคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะคิดว่า บทความนี้เป็นบทความที่จะมีแต่ความสุข แต่ฉันว่าคุณคงคิดผิดแล้วล่ะ แต่ถึงบทความนี้จะไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง แต่ฉันก็หวังว่าคุณจะอ่านจนจบ

    ชีวิตของฉันดำเนินมาอย่างสดใสราวกับดอกไม้ที่เบ่งบาน ทุกคนยิ้มให้ฉันเสมอ ไม่ว่าฉันจะเดินไปที่ไหนหรือหันหน้าไปทางใด 
    พอถึงช่วงจุดๆหนึ่งในชีวิต ฉันรู้ว่าคนส่วนใหญ่ต้องเคยพบเจอจุดหักเหของชีวิต จุดที่ทุกสิ่งทุกอย่างหันหลังให้ฉัน ฉันดำเนินผ่านจุดๆนี้ไปได้อย่างยากลำบาก แต่ละคนจะพบจุดๆนี้ต่างช่วงเวลากัน สำหรับฉัน จุดนี้เกิดขึ้นเมื่อฉันมีอายุแค่ 10 ขวบ ฉันจำได้ดี ตอนนั้นฉันไม่มีแม้แต่เพื่อนที่ฉันจะไวเใจได้ ไม่มีแม้แต่เพื่อนที่คอบรับฟังปัญหาฉัน ฉันฝืนยิ้มรับทุกอย่างมาตลอด ด้วยความที่ว่าฉันเป็นคนค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็น ไม่ค่อยต่อต้านใดๆใครสั่งให้ทำอะไร ฉันทำหมด แม้ว่าสิ่งนั้นฉันจะเสียเปรียบก็ตาม นั่นมันอาจทำให้ฉันกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนเวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนพ้อง 
    ฉันไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งนั้น ถึงจะไม่มีใครบอกห้ามก็ตาม แต่โดยหลััััััััักความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เรามักจะมีปฏิกิริยาตอบโต้กับสิ่งที่สนใจ แต่กับสิ่งที่ไม่สนใจ พสกเขาสามารถเมินได้เรื่อยๆ และนั่นทำให้ฉันไม่สามารถพูดออกความเห็นได้เลย
    ตอนนั้นฉันได้แต่ยิ้มรับ ฟังปัญหาต่างๆของเพื่อนที่มาระบายให้เราฟัง มันเยอะมาก จนฉันคิดว่า นี่คงจะเป็นสิ่งที่เหมาะกับฉัน เพื่อนมาเล่าให้ฟัง เพราะเขาไว้ใจฉัน เขาอยากได้คำปรึกษาคำแนะนำดีๆ เพราะฉะนั้นฉันต้องช่วยพวกเขา และฉันยังหวังว่า จะมีใครรับฟังปัญหาฉันได้อย่างตั้งใจและจริงใจ
    ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น ฉันเริ่มเข้ากับเพื่อนพ้องได้ แต่ฉันก็ยังไม่สามารถพูดแสดงความเห็นได้เหมือนเดิม แต่แค่มีเพื่อนให้เล่นด้วย นั่นก็ดีขนาดไหนแล้ว แต่หลังจากนั้น ฉันก็เริ่มพูดเล่นกับเพื่อน เริ่มกล้าแสดงความเห็นออกไป
    จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ฉันต้องเสียน้ำตา วันที่ฉันเกือบจะเสียเพื่อนไป เพราะคำพูดของตัวฉันเอง ตอนนั้นฉันไม่รู้เลยจริงๆว่าฉันทำอะไรผิด อยู่ๆทุกคนรอบกายฉันก็เริ่มห่างเหินอีกครั้ง ใช่แล้วล่ะ ฉันถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลังคนเดียว... 
    ทุกๆคำนินทา ฉันได้ยินและรับรู้หมด เสียใจจนใจแทบขาด แต่ฉันก็ยังยิ้มให้กับทุกคนที่เข้ามาคุยแค่นาทีเดียวหรือผู้คนที่สบตาฉันเพียงแค่เสี้ยววินาที ทุกคนดูเหมือนฉันเป็นตัวตลก พูดติฉินนินทา ฉันบอกกับตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก แล้วฉันก็นั่งกินข้าวคนเดียว
    ฉันอยู่คนเดียวจนกระทั่งถึงวันๆหนึ่ง วันนั้นฉันเหนื่อยกับการเล่นกีฬาในวิชาพละ เพื่อนของฉันคนหนึ่งได้เรียกฉันเข้าไปคุยด้วย ซึ่งฉันก็ยินดีอย่างยิ่งและคิดว่าทุกคนคงหายโกรธแล้วอยากจะเล่นกับฉัน... แต่เมื่อเดินเข้าไป สายตาของแต่ละคนที่จ้องมองนั้น ทำไมนะ ทำไมฉันถึงหาความเป็นมิตรไม่เจอเลย มองไปทางไหนก็มีแต่ความเย็นชา... ฉันยังคงทำใจดีสู้เสือ เดินเข้าไปคุุุุยกับเพื่อนคนนั้น
    เพื่อนคนนั้นมองหน้าฉันนิ่งๆ ก่อนจะถามฉันว่า "รู้ตัวไหมว่าทำอะไรผิด" ฉันก็ตอบไปว่า "ไม่รู้เลย เราทำอะไรผิดก็บอกกันสิ" เพื่อนเราทำหน้านิ่ง ส่งสายตาเย็นชามาให้เรา ก่อนจะตอบกลับ
"โตแล้วก็คิดเองสิ" ฉันเสียใจมากที่ได้ยินคำพูดนี้ ฉันเลยโต้กลับด้วยคำพูดที่ว่า "ก็ถ้าคนมันไม่รู้มันก็ไม่รู้ป้ะ" ฉันนั่งนิ่งๆริมสนามบาส พยายามคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาดลงไป แต่คิดเท่าไรฉันก็คิดไม่ออก น้ำตาเริ่มเอ่อล้นจากดวงตาและไหลรินลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งฉันไม่สามารถเก็บมันได้อีกแล้ว ฉันร้องไห้จะเป็นจะตายตอนนั้น ฉันยังโชคดีี ที่ฉันยังมีเพื่อนอีกคนที่พอจะเจ้าใจฉัน เขาเดิินเข้ามาปลอบฉัน โชคดีจริงๆที่ตอนนั้นฉันไม่ต้องร้องไห้คนเดียว
    เหตุการณ์ดำเนินมาเรื่อยๆจนกระทั่งก่อนวันจบมัธยมต้นปีสุดท้าย ในที่สุดวันที่ฉันรู้ความจริงก็มาถึง เหตุผลที่ทำให้ทุกคนเปลี่ยนไป มันเป็นเพราะ คำพูููดของฉันเอง หลังจากนั้นมา ฉันก็คิดมาตลอดว่า ฉันไม่่ควรจะพูดอะไรเลย
    จากเหตุการณ์นี้ มันทำให้ฉันหาสีที่สดใสเพื่อมาเป็นกำลังให้กับฉันเวลามองพวกมัน แล้วฉันก็ได้เจอกับสีเหลือง เป็นสีที่ออกไปทางสดใสและมันเปรียบเหมือนกับความสว่างของเปลวไฟ ซึ่งตอนนั้นฉันต้องการมันมากๆ เมื่อมองไปเรื่อยๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ฉันเริ่มชอบสีเหลืองอย่างจริงจัง
    สีเหลืองเป็นสีที่อยู่ข้างกายฉันมาตลอด แม้ในเวลาที่ฉันทุกข์ ฉันจะมองสีเหลืองจากหน้าจอโทรศัพท์ มันจะช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นและทำให้ฉันมีกำลังใจที่จะฮึดสู้ต่อ ในปัจจุบัน ฉันก็ยังคงชอบสีเหลืองและชอบมองมันในวันที่่ทุกอย่างหันหลังให้ฉัน
    ฉันเชื่อว่าทุกคนที่อ่านบทความนี้ ต้องมีสีประจำของตัวเอง สีที่มองแล้วรู้สึกสงบ รู้สึกดี เอาจริงๆ การเป็นทาสของสีก็ดีเหมือนกันนะ:)


                                      หนวดจิ้งหรีด
SHARE
Writer
cricket_world
writer
หนวดจิ้งหรีด

Comments