คุณรู้ไหม...?
คุณรู้หรือเปล่า? แม่ของฉันเป็นมะเร็ง ส่วนฉันก็มีโอกาสเสี่ยงนะ

   ตอนที่แม่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง นั่นเป็นตอนที่ฉันอยู่ม.4 จะขึ้นม.5 ได้ ช่วงนั้นฉันทะเลาะกับที่บ้านเรื่องเรียนหนักหนาสาหัสเอาการ และแม่ก็พบว่าร่างกายตัวเองผิดปกติ แม่ไปตรวจและพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งที่มดลูก

   ตอนนั้นฉันนอนดูโทรทัศน์ข้างๆ แม่ ไม่มีใครพูดอะไรจนกระทั่งแม่ทำลายความเงียบ

   "แม่เป็นมะเร็งนะ"

   ฉันหันไปมอง พูดอะไรไม่ออก เห็นแม่สะอึกสะอื้นกำชับอีกคำ

   "อย่าเพิ่งบอกพ่อนะ..."

   ถ้าพ่อรู้ พ่อคงไม่เป็นอันทำอะไร พ่อเป็นไมเกรน และแม่ก็กลัวพ่อเครียด ถ้าแม่เป็นอะไร พ่อจะต้องแย่แน่ๆ

   แม่บอกว่าถ้าแม่ไม่อยู่ แล้วพ่อมีคนใหม่ก็ให้ยอมๆ ไปนะ แม่กลัวจะไม่มีใครดูแลฉันกับพี่ ไม่มีใครดูแลบ้านของพวกเรา เพราะฉันกับพี่มันลูกคุณหนู ทำกับข้าวไม่เป็น แถมยังขี้เกียจมากๆ ด้วย

   ฉันส่ายหน้าบอกแม่ว่า "พ่อเอาใครเข้าบ้านนี้ไม่ได้ บ้านนี้เป็นของแม่ หนูไม่ให้ใครมาเหยียบย่ำเป็นเจ้าของหรอก ให้มันอยู่กับพ่อที่กรุงเทพไป ค่าเลี้ยงดูพ่อก็ห้ามขาด หนูดูแลตัวเองได้"

   แม่หัวเราะ เอาไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อก็หัวเราะขำฉันอีกคน

   แม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ รับคีโมหลายครั้งตลอดปี ทักครั้งแม่จะบ่นปวดตัว เหนื่อย ทรมาน ฉันมองเส้นผมที่ร่วงกราวของแม่ พยายามไม่แตะเส้นผม และค่อยๆ นวดตัวให้แม่

   แม่เล่าว่ายายก็เป็นมะเร็ง ท่านเป็นมะเร็งเต้านม ลูกหลานพาไปหาหมอจะผ่าออกท่านก็หนีกลับบ้าน หันไปพึ่งสมุนไพรตัวหนึ่ง ฝนๆ แล้วทา  พอไปหาหมออีก หมอก็บอกว่าไม่พบเนื้อร้ายซะแล้ว มันมหัศจรรย์มาก และยายก็มีชีวิตมาจนปัจจุบันอย่างน่าทึ่ง

   แต่ตอนนี้สมุนไพรตัวนั้นหายากมาก แม่ตามหาอยู่นายกว่าจะได้มา จากที่เคยทานเนื้อ แม่ก็ต้องกินแต่ผัก แม่ซูบลงไปเยอะมาก ฉันมองทุกความเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะฉันเป็นคนเดียวที่อยู่กับแม่มาตลอด

   ฉันเห็นร้านเจที่ชอบ มันอร่อยมาก บอกแม่ว่า "ลองกินร้านนี้ดูไหม อร่อยดีนะ" แม่ลองแล้วก็ชอบ อย่างน้อยฉันก็อยากให้แม่รู้ว่าฉันเป็นห่วง

   บ้านเราไม่ค่อยพูด แถมยังปากแข็งมากๆ คงจะมีแต่พิมพ์ข้อความถึงจะหายอายกัน

   แม่รักษาตัวนานเป็นปีจนหมอบอกว่าไม่มีเนื้อร้ายแล้ว แม่ถึงได้โล่งอก แม้จะใช้ชีวิตเหมือนก่อนไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าที่ไม่ต้องรับคีโมอีกแล้ว

   จนวันหนึ่ง แม่บอกว่า

   "ลูกก็เสี่ยงเป็นมะเร็งนะ...ทั้งยาย ทั้งแม่ก็มีเชื้อกัน แม่มีลูกสองคน ไม่พี่ก็หนูที่เสี่ยง... ถ้ามีตรงไหนผิดปกติ ต้องบอกแม่นะ"

   ฉันมองหน้าแม่ คิดแล้วก็พยักหน้า แต่ฉันไม่ได้กังวลเลย

   ไม่ใช่ว่าฉันไม่คิดว่าตัวเองไม่มีทางเป็น แต่เพราะคิดว่าต้องเป็นไปเสีย 90% ฉันจึงไม่กลัว คิดว่าเป็นก็เป็น ไม่เห็นต้องกังวลเลย

   ต่อให้ฉันมีอายุไม่ยืน ฉันก็ใช้ชีวิตเต็มที่แล้ว ต่อให้เป็นมะเร็ง ฉันก็มีกำลังใจสู้ต่อเพราะฉันอยากจะมีชีวิตอยู่กับครอบครัวไปอีกนานแสนนาน

   กระทั่งหลายอาทิตย์ก่อน แม่คลำๆ ดูแล้วบอกฉันสีหน้าเคร่งเครียด

   "ทำไมเป็นก้อนๆ? เจ็บหรือเปล่า?"

   ฉันขมวดคิ้วยุ่ง มันก็เจ็บจริงๆ แถมเป็นก้อนๆ แม้จะแทบไม่สังเกตก็ตาม

   แต่ฉันสงบมาก ไม่รู้เพราะคิดว่าไม่ใช่มะเร็งหรือฉันทำใจมานานแล้วกันแน่

   ฉันสำรวจทุกวัน แม่สั่งให้ฉันใช้สมุนไพรตัวนั้นทา จนกระทั่งฉันไม่รู้เจ็บและก้อนๆ นั้นยุบไป ฉันเลนบอกแม่ว่าอาจจะเป็นเพราะใกล้เป็นประจำเดือน ทั้งที่ปกติฉันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้

   แต่ฉันอยากให้แม่สบายใจ อีกอย่าง ฉันไม่อยากป่วยตอนนี้เพราะงานเยอะมากแถมยังใกล้สอบด้วย ไม่มีเวลาไปรักษาตัวหรอกนะ

   เอาไว้เป็นอีก ค่อยไปหาหมอแล้วกัน



SHARE
Written in this book
Book of the Life
บันทึกในหนึ่งชีวิตของเด็กผู้หญิงมึนๆ งงๆ คนหนึ่ง
Writer
Bambie
Somebody knows.
I don't like the rain, but when you gave me an umbrella with a smile... In that second, I fell in love with you. "พื้นที่นี้คือกระดาษและปากกาของเรา"

Comments