ติ่ง Story : กาลครั้งหนึ่งของมนุษย์ติ่ง
...เคยส่ง "กิจกรรม ติ่ง Story เรื่องดี ๆ ของการเป็นติ่งเมื่อปีที่แล้ว...แต่ไม่เข้ารอบ..."
.
.
.

ตัวเราเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าความบ้าคลั่งนี่มันเริ่มมาอย่างชัดเจนตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกที หน้าทามไลน์เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์และสารพัด social network ของเราก็เต็มไปด้วยภาพศิลปินญี่ปุ่นและจีนไปหมดแล้ว...ในที่นี้เราจะกล่าวถึง ศิลปินญี่ปุ่น วง Tempura Kidz และศิลปินจีน วง TFBOYS ที่ทำให้เราก้าวเข้าสู่วงการติ่งอย่างเป็นทางการ



เรื่องราวดี ๆ ที่ได้รับจากการเป็นติ่งคือการเรียนภาษาจีน จากเด็กที่เลือกเรียนมัธยมปลายสายศิลป์ภาษาจีนเพื่อหนีคณิตศาสตร์ กลับมีความสนใจภาษาจีนมากขึ้นเพราะศิลปิน...
ทำไมการติ่งจีนทำไมถึงทำให้เรียนจีนดีขึ้น?
ก็เพราะการติดตามศิลปินที่พูดภาษาจีนตลอดเวลาทำให้เราได้ฝึกทักษะการฟัง หรือการติดตาม social ศิลปินที่โพสต์เป็นภาษาจีน ทำให้ต้องฝึกทักษะการอ่าน การแปล เวลาดูรายการหรือหนังหรือละครหรือเพลงอะไรต่าง ๆ หากจะไม่รอซับไตเติ้ลหรือพากษ์ไทย ก็ต้องดูแบบภาษาจีน ซึ่งต้องฟังภาษาจีน แล้วหากจะให้เข้าใจต้องอ่านซับไตเติ้ลภาษาจีนไปด้วยพร้อมทำความเข้าใจ ต้องแปลได้ถึงจะเข้าใจเช่นกัน เวลาศิลปินที่ชื่นชอบไปทำกิจกรรมกับองค์กรใหญ่ ๆ อย่างเช่นสหประชาชาติหรือทำงานเกี่ยวกับการกุศลก็ทำให้เราสนใจที่จะหาข้อมูลมาและนำไปใช้อ้างอิงเวลาเรียนได้ (ดูมีประโยชน์จังเลย)



ศิลปินจีน วง TFBOYS ช่วยเราไว้ได้มากตอนช่วง ม.6 ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งทุกคนคงทราบกันดีว่าในช่วงนั้น เด็ก ม.6 แต่ละคนนั้นเครียดกับการสอบขนาดไหน การได้ฟังเพลง ดูรายการที่ศิลปินไปออก ทำให้เราคลายเครียดไปได้เยอะมาก นอกจากนี้เรายังต้องสอบวิชาความถนัดภาษาจีน ซึ่งความบังเอิญคือละครแนวอิงประวัติศาสตร์ที่หนึ่งในสมาชิกของวงแสดงนำจนทำให้เราสนใจไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาได้ออกข้อสอบในครั้งนั้นด้วย และเนื่องจากตอบถูกทำให้คะแนนแอดมิชชั่นของเราเพิ่มขึ้นหลายคะแนนทีเดียว ทำให้เราสอบติดในคณะที่ใฝ่ฝันได้



ถึงแม้ตอนนี้เราจะเรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้วเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังคงใช้ทักษะภาษาจีนในการอัพเดทข่าวสาร แปลเพลงของศิลปินที่เราชื่นชอบอยู่ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ทำคือการทำโปรเจ็คให้ศิลปินร่วมกับแฟนคลับชาวต่างชาติ อย่างเช่น เวียดนามและสิงคโปร์ ทำให้เรามี connection มีเพื่อนใหม่ และเพื่อนชาวต่างชาติที่สนใจในสิ่งเดียวกัน พร้อมได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ นอกเหนือจากที่เคยทำ เช่น การตัดต่อวีดีโอ จากคนที่ไม่ชำนาญเรื่องการตัดต่อเลยกลับสามารถทำได้เพราะได้ฝึกจากการทำโปรเจ็คให้ศิลปินหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทักษะนี้ก็มีประโยชน์ในด้านอื่นนอกจากการติ่งด้วย เช่นการนำเสนองานโดยทำเป็นคลิปวีดีโอ



นอกจากนี้เรายังเป็นคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ...แต่ฝีมือของเราคงพัฒนาไปไม่ถึงไหนหากเราไม่ได้ฝึกเยอะ ๆ หน้าเวทีแสดงดนตรีจึงเป็นสถานที่ฝึกของเรา สนุกกับการแสดงจากศิลปินที่ชื่นชอบไปด้วย ถ่ายภาพไปด้วย ทำสิ่งที่เรารักไปพร้อม ๆ กัน งานแรกที่เราได้ไปเก็บภาพคือการแสดงสดของศิลปินญี่ปุ่นวง Tempura Kidz ซึ่งเราชื่นชอบมานานมากแต่ไม่มีโอกาสได้ไปชมการแสดงเสียทีเนื่องจากอาศัยอยู่ต่างจังหวัด การได้ไปเจอเขา ได้เก็บภาพศิลปินที่ชอบเป็นครั้งแรกในชีวิตนี้ทำให้เรารู้สึกมีกำลังใจในการถ่ายภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเราอัพโหลดรูปภาพที่เราถ่ายเองลงใน instagram และทวิตเตอร์แล้วศิลปินมากดถูกใจ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ และทำให้เรามีกำลังใจในการฝึกฝนทักษะการถ่ายภาพของเราต่อไป อีกหนึ่งโอกาสที่เราได้รับจากการชอบถ่ายภาพศิลปินนี้เองคือการได้เป็นช่างภาพสปอนเซอร์ให้กับงานแสดงดนตรีที่มหาวิทยาลัย มีโอกาสได้ถ่ายภาพศิลปินใกล้ ๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่แฟนคลับทั่วไปคงทำได้ยาก คงต้องยกความดีความชอบให้กับเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้



หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ หากเราเลือกเส้นทางการเรียนต่อด้วยความชื่นชอบศิลปินหรือไอดอล หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยในคณะที่ใฝ่ฝันมาแล้ว เมื่อถึงเวลาต้องเลือกสาขาเรากลับคิดไม่ตกว่าจะเลือกเรียนสาขาอะไร หลังจากถามตัวเองมาพักใหญ่ ๆ ว่าตัวเราเองชอบอะไร อยากจะทำอะไร เราก็ได้ข้อสรุปว่า...
“เราอยากทำงานกับไอดอลของเรา”
ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เราตัดสินใจได้ว่าเราจะเรียนสาขา “วิทยุและโทรทัศน์”

เขาเป็นแรงบันดาลใจของเรา ทำให้เราเลือกเส้นทางที่เป็นตัวเองได้ ทำให้เรามีกำลังใจในการเรียน เพื่อสักวันจะได้ร่วมงานกับเขาอย่างที่ใฝ่ฝันไว้ แม้มันจะยากหรือโอกาสที่เกิดขึ้นแทบเป็นศูนย์ แต่หากเราตั้งใจทำโดยมีเขาเป็นจุดหมายปลายทางแล้ว เราเชื่อว่าเราจะสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ตัวเองคิดทั้งเรื่องการเรียนมหาวิทยาลัย การเรียนภาษา การถ่ายภาพ ซึ่งทักษะทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันเราไปถึงความฝันของเรา



“เราเปรียบตัวเองเป็นเงา เปรียบเขาเป็นแสง”
มนุษย์ติ่งอย่างเรา ๆ ถูกมองว่าทำได้แค่ไล่ตามแสงหรือไอดอลของเราเท่านั้น แต่หากไม่มีแสงก็คงไม่มีเงาเช่นกัน เมื่อมีแสงสว่างฉายมา เงาจึงปรากฏ แล้วเงาคนนี้จะพยายามไล่ไปให้ทันแสงของเราให้ได้...ทุกวันนี้นอกจากตั้งใจเรียนในสาขาที่เราเลือกอย่างมีความสุขแล้ว การแปลข่าวสารของศิลปิน แปลนิยาย แปลเพลงจากภาษาจีนก็ยังทำให้เรามีทักษะทางด้านภาษาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เรายังวางแผนการจะสอบวัดระดับภาษาจีน HSK ระดับ 5 (จากทั้งหมด 6 ระดับ) ในระยะเวลาอันใกล้นี้ด้วย และทักษะการถ่ายภาพที่ได้มาจากการไปตามดูคอนเสิร์ต หรือการแสดงของศิลปินที่ชอบยังเป็นสิ่งที่ทำรายได้พิเศษให้เราอีกด้วย ตัวเราเองก็ไม่ได้คาดคิดหรอกว่าวันหนึ่งช่างภาพมือสมัครเล่นที่กรี๊ดไปถ่ายไปตามคอนเสิร์ตจะสามารถหาเงินจากทักษะนี้ได้ ถึงจะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีและเป็นความภาคภูมิใจของตัวเราเอง ถือเป็นสิ่งดี ๆ ที่ได้จากการติ่งของเรานี้เอง



มีคนเคยบอกกับเราว่า “เรามีสิทธิ์ที่จะติ่ง และหาประโยชน์จากความติ่งได้” เราคิดว่าคำพูดนี้มีเหตุผลมากทีเดียว หากไม่สัมผัสด้วยตัวเองเราคงไม่รู้ว่าโลกของติ่งนั้นเป็นอย่างไร หากเราไม่เริ่มติ่ง เราก็คงเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่อาจจะยังเลือกสาขาเรียนต่อไม่ได้ ไม่มีความกระตือรือร้นในการฝึกภาษาจีนและไม่มีความกระตือรือร้นในการฝึกถ่ายภาพ เนื่องจากตัวเราเองและไอดอลที่เราชื่นชอบทั้ง 2 วง มีอายุที่ใกล้เคียงกันทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เติบโตไปในเส้นทางความฝันพร้อม ๆ กัน มีความรู้สึกร่วมของการเป็นวัยรุ่นที่ต้องดิ้นรน ตามหาสิ่งที่ใช่ให้กับตัวเอง พัฒนาตัวเอง เติบโตไปพร้อม ๆ กัน


มากกว่ากำลังใจและความสุขทางใจที่เราได้จากการเป็นติ่งไอดอล...คือทักษะที่ทำให้เราสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่า การเป็นติ่งไม่ได้ไร้สาระอย่างที่ใคร ๆ คิด เราจะเป็นติ่งที่มีคุณภาพ ไล่ตามและไขว่คว้าความฝันให้ได้เหมือนไอดอลของเรา เราเชื่อว่าหากอนาคตเรามองย้อนกลับมาในวันนี้ เราจะไม่เสียใจที่เลือกเป็นติ่งไอดอลทั้ง 2 วงนี้เลย ถึงจะไม่รู้ว่าในอนาคตเราจะได้ทำงานกับไอดอลของเราอย่างที่ฝันไว้ไหม แต่ในวันนี้พวกเขาคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของเรา...♥



ป.ล. ในชีวิตนี้สิ่งที่บ้าคลั่งสิ่งหนึ่งที่เคยทำก็คือไปติ่งศิลปินนี่แหละ จะจดจำว่าครั้งหนึ่ง เราเคยได้เจอแรงบันดาลใจของเรา แม้ว่าจะไม่ครบทุกคนก็เถอะ


I AM PIMMIE►
SHARE
Writer
i_am_pimmie
ดอกหญ้าแห่งจินตนาการ
หัวร้อน นอนน้อย เกรี้ยวกราด I AM PIMMIE▶

Comments