เด็กหลงทางในห้องสี่เหลี่ยม
เธอเห็นประตูนั่นไหม? นั่นคือทางออกของเธอมีคนบอกแบบนี้กับฉัน แต่แล้วทำไมฉันถึงยังคงหลงทางอยู่

นี่คือห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีอะไรแท้ๆ แล้วทำไมฉันถึงหาทางออกไม่เจอสักที
ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ขาวโพลนไปทั้งหมด
นี่ฉันหลงในห้องสี่เหลี่ยมนี่จริงๆสินะ?
ฉันหลงทาง ในที่ๆไม่ควรหลงทางสินะ

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ผนังสีขาว
แต่มีเสียงกระซิบคอยบอกว่าทางออกอยู่ตรงไหนเสมอ
ไม่ว่าจะด้านบน ด้านล่าง ข้างซ้าย ข้างขวา ตรงหน้า หรือด้านหลัง
มีประตูทางออกอยู่ทุกที่เลยนี่นา? แล้วทำไมฉันถึงยังหลงทางอยู่ล่ะ

เดินไปทางนั้นสิ แม่เคยผ่านทางนั้นมาแล้ว
ทั้งๆที่มีคนคอยให้คำแนะนำแท้ๆ ทำไมฉันถึงเดินต่อไปไม่ถูกทาง
ไม่สิ ไม่ใช่ว่าฉันไปไม่ถูก แต่ฉันไม่ยอมเดินออกไปมากกว่า

กี่ครั้งแล้วที่ต้องให้คนอื่นคอยนำทาง กี่ครั้งแล้วที่ฉันปฏิเสธพวกเขา
กี่ครั้งแล้วที่ฉันตัดสินใจเดินออกไป แล้วรู้สึกตัวว่ายังคงอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมใบนี้?

ต้องให้ใครมานำทางฉันถึงจะเดินถูกเหรอ? คนรัก? เพื่อน? ครอบครัว?
ฉันไม่มีคนรักอยู่
ฉันมีเพื่อนนะ แต่เป็นเพื่อนที่ทำให้รู้สึกอ้างว้าง
ฉันมีครอบครัวนะ! มันเป็นครอบครัวที่เป็นห่วงฉันมากเลยล่ะ

ดังนั้นฉันเลยเชื่อ เลือกที่จะเชื่อและเดินตามเสียงกระซิบของครอบครัว
แต่ไม่ว่าจะเดินตามไปกี่ครั้งก็ปรากฏว่าฉันยังถูกจองจำอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี่อยู่ดี

ถ้าคุณไม่ออกจากคอมฟอร์ทโซนก่อน คุณก็จะไม่สามารถทำอะไรได้
แล้วอะไรคือคอมฟอร์ทโซนล่ะ? ฉันต้องเดินต่อไปอีกแค่ไหน
ฉันถึงจะสามารถออกจากห้องสี่เหลี่ยมงี่เง่านี่ได้

ฉันไม่รู้ ฉันไม่เข้าใจ หรือฉันไม่อยากรับรู้มันมากกว่า

มีครั้งหนึ่งที่ฉันรู้สึกถึงแสงที่ลอดผ่านเข้ามาภายในห้องที่ว่างเปล่านี้ 
แต่ทว่าแสงนั้นกลับเรือนหายไปอย่างรวดเร็วจนฉันแทบจะไม่ได้สัมผัสถึงมันเลย

เหงา หนาว เครียดไปหมด
ไม่ว่าฉันทำอะไรก็ไม่ถูก เมื่อไหร่ฉันจะโต เมื่อฉันโตแล้วจะออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมนี่ได้ไหม?

ทำไมต้องซิ่วด้วย อะไรคือเรียนไม่ไหว?
ทำไมไม่ไปเรียนพิเศษล่ะ?
ป้าของลูกติดต่อคนเอาไว้แล้ว ให้เขาสอนพิเศษสิ
รู้ไหมแม่ซื้อของสิ่งนี่ให้เพราะลูกเข้าม.ดังได้ 
ไม่มีอะไรที่พยายามแล้วทำไม่ได้
 
เหนื่อย เหนื่อยจังเลย เหนื่อยจนอยากจะร้องไห้ออกมามากๆเลยค่ะ
แสงสว่างอยู่ที่ไหน ทางออกอยู่ที่ไหน
ทำไมมันหนาวเหน็บแบบนี้ ช่วยฉันด้วย ฉันไม่ไหวแล้ว


[ได้ออกมาสมใจแล้วสิ]
แม่ไม่เคยพูดแบบนี้สักหน่อย... 

ถึงแม่จะไม่เคยพูดออกมา แต่สายตากับการกระทำของแม่มันบอกแบบนี้เสมอ
มันเป็นแบบนี้มาตลอด

ทั้งๆที่แม่ไม่เคยกดดันฉันเลยแต่แล้วทำไมฉันถึงไม่ได้ดีสักที

เขียนนิยาย? รายรับต่อเดือนลูกเท่าไหร่ เลี้ยงตัวเองได้ไหม?
แล้วไปรีไรต์ทำไม ลูกไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย เขียนแล้วก็เขียนไปสิ 

ลูกไม่ลองเข้าคณะโลจิสติกเหรอ? คณะบัญชีก็ได้

ไม่เอา ไม่ไหวแล้ว อยากจะหนีไปให้ไกล แต่หนีไม่ได้

เวลาแม่ให้คำแนะนำทีไรทำไมลูกไม่ยอมรับฟัง

แต่หนู... หนู...

ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ตลอดเลย ทำไมฉันไม่เคยเป็นลูกที่ดีเลย
ทำไมฉันถึงไม่เคยทำอะไรได้อย่างที่แม่ต้องการเลย

ฉันมักจะร้องไห้ในห้องสี่เหลี่ยมที่แสนอ้างว้างนั้น 
พยายามเดินไปเปิดประตูเรื่อยๆเรื่อยๆ
แต่ก็ไม่เจอทางออกเลยสักที 

ฉันจึงใช้เวลาว่างทั้งหมดในการนั่งขีดเขียนตามใจ
บ้างก็เป็นรูปว่าง บ้างก็เป็นตัวอักษร

แต่สุดท้ายฉันก็มารู้สึกตัวว่าควรรีบเดินออกจากห้องสีขาวนี่สักที
ฉันจึงก้าวเดินไปเปิดประตูบานต่อๆไป ต่อๆไป

มันเหนื่อยเหลือเกิน เมื่อไหร่ฉันจะเจอแสงสว่างสักที
เมื่อฉันก้าวเข้าไปในห้องหนึ่ง ฉันก็เจอกับเสียงกระซิบสองเสียง

เช้าตรู่ : ให้ทำแบบที่แม่เธอคิด มันยาก
เทราส์ : อะไร เราเองก็เคยทะเลาะกับพ่อเรื่องซิ่วเหมือนกัน แต่เราก็รอดมาได้ 

เพื่อน นี่คือเพื่อนของฉัน ฉันเป็นเพื่อนกับเสียงกระซิบพวกนั้น
มันควรจะเป็นแบบนั้นแต่

เช้าตรู่ : ก็อบพล็อต? ของแบบนั้นธรรมดาจะตาย
เทราส์ : อยู่ที่การเขียนของเธอต่างหากว่าจะเขียนให้คนอ่านตามมากแค่ไหน
 
เทราส์ : อ๊ะ เอกลักษณ์อันนี้ของเธอดีจัง เอาไปใส่ในนิยายของฉันดีกว่า

ดะ เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนสิ แต่นั่นเป็นสิ่งที่ฉัน...

เช้าตรู่ : ใครๆก็ก็อบพล็อตกันทั้งนั้น ของเธอยังเอามาจากกระแสเลย

แต่ฉันก็พยายามทำให้มันแตกต่างจากคนอื่นแล้วนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

การเขียนนี่มันน่าเบื่อชะมัดเลย เดินไปหาทางออกต่อดีกว่า...

เราคือสมาชิกใหม่นะ ชื่อคริสต์
โอ้ เช้าตรู่นิยายน่าสนใจมาก อ๊ะ ฉันเป็นเพื่อนของเทราส์ล่ะฝากตัวด้วยนะ 

เอ๋ เธอคือเพื่อนใหม่อย่างนั้นเหรอ? ไม่อยากรู้จักเธอเลย
ลางของฉันมักจะแม่นกับเรื่องพวกนี้ด้วยสิ

คริสต์ : ทุกคนมาเล่นเกมนี้กันเถอะ
เช้าตรู่&เทราส์ : เอาสิ!! 

เอ๋ ทุกคนเล่นอะไรกันอะ จะไปกันแล้วเหรอ?
หลังจากนั้นฉันก็กลายเป็นคนที่ถูกกันออกมาเพราะไม่ได้เล่นเกมนั้น..

วันหนึ่งในขณะที่เทราส์กำลังบรรเจิดพล็อตนิยายใหม่
ฉันก็คิดขึ้นมาได้ว่าเทราส์เคยบอกว่าเธอเกลียดนิยายเรื่องหนึ่ง
ซึ่งพล็อตใหม่ของเธอ ก็ดันไปตรงเป๊ะกับนิยายเรื่องนั้น

เทราส์ สิ่งที่เทราส์ทำมันผิดอยู่นะ 
มันคือสิ่งที่เทราส์เคยบอกว่าไม่ชอบมันไม่ใช่เหรอ? 
แต่เธอกำลังจะทำมันนะ

ฉันพยายามแย้งก่อนที่เทราส์จะทำสิ่งที่เธอไม่ชอบไป


คริสต์ : เทราส์ทำถูกแล้ว ฉันเข้าข้างเทราส์ เธอนั่นแหละคนผิด นี่เธอบลาๆๆ
เทราส์ : เธอตั้งแง่กับฉันเหรอ? บลาๆๆ 

เอ๋ เดี๋ยวก่อน ทำไมฉันถึงถูกพวกเธอทั้งสองคนต่อว่าล่ะ? 
ฉันแค่แย้งจุดผิดพลาดของเทราส์เองนะ

เช้าตรู่ ช่วยฉันด้วย...

แต่ทว่าเช้าตรู่ก็ไม่ออกตัวเลยสักนิด เธอสนใจแต่เกมที่คริสต์แนะนำ

คริสต์ : แบบนี้ดีไหม?
ทุกคนยกเว้นฉัน : ดีมากๆเลย อยากให้คริสต์เป็นแอดไวเซอร์ประจำกลุ่มจังเลย
คริสต์ : เอาสิ เพราะฉันจะคอยแนะนำทุกคนเอง! 

ถามความเห็นฉันบ้างไหม? ถามว่าฉันอยากรู้จักคริสต์บ้างไหม?
สุดท้ายแล้วฉันก็ถูกเสียงทั้งสามนั่นทิ้ง

สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงแค่ความว่างเปล่ากับห้องสี่เหลี่ยมที่ฉันออกไปไม่ได้

ร้องไห้? ร้องไห้ไม่เคยช่วยอะไร
แต่แล้วทำไมหัวใจของฉันกลับกรีดร้องขนาดนี้

เหนื่อย เหนื่อยเหลือเกิน ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยดี ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ถูกสักที
เมื่อไหร่ฉันจะออกจากห้องสี่เหลี่ยมนี่ได้กัน...

เอาใจช่วยนะ สักวันเธอจะออกจากห้องนี้ได้

แล้วมันเมื่อไหร่กันล่ะ ฉันพยายามยังไงก็ออกจากห้องนี้ไม่ได้สักที
เอาใจช่วยไปแล้วฉันจะออกจากห้องนี้ได้ไหม?

เหอะ นี่มันก็แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
เด็กแล้วมันคนไหมล่ะ? ถ้ามาแค่พูดแล้วไม่ให้ความช่วยเหลือก็ขอบคุณนะคะ

นี่พวกเรากำลังช่วยเธออยู่นะ? แต่เธอกำลังจะปฏิเสธความช่วยเหลือนั้นเอง

ช่วย? ถ้าฉันทำตามคุณแล้วฉันจะออกจากห้องสี่เหลี่ยมนี่ได้ใช่ไหม?
ห้องสี่เหนี่ยมนี้จะหายไปใช่ไหม?

...
นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะตอบได้ 
...
...

แล้วทำไมเธอไม่ลองทำใจอยู่กับห้องสี่เหลี่ยมใบนั้นไปตลอดกาลล่ะ?

ฉันไม่ได้อยากจะอยู่ห้องสี่เหลี่ยมใบนี้ไปตลอดหรอกนะ ฉันอยากจะเห็น... แสงจากท้องฟ้าอีกครั้ง

ถ้าหากชาตินี้ฉันไม่เห็นมันจริงๆ ชาติหน้าฉันจะเห็นมันได้รึเปล่านะ

ชั่วหริบตาแห่งแสงสว่างที่หายไปในครั้งนั้น ฉันจะได้เห็นมันอีกรึเปล่านะ?






เหนื่อย

เหนื่อยจังเลย

ขอนอนพักสักหน่อยแล้วกันนะ





[If route : เพื่อไม่ให้มันเศร้าเกินไปขอแต่งช่วงหลังตามจินตนาการที่อยากจะให้เป็นจริงเลยนะคะ] 

>>> Route I : อยู่กับห้องสี่เหลี่ยมนี้ต่อไป

เธอไม่ได้ไม่เหลืออะไรสักหน่อย ดูนั่นสิ มีปากกาของเธออยู่แท่งหนึ่งใช่ไหม?

ปากกา?

ใช่ ปากกาแท่งนั้นแหละ ทำไมเธอไม่ใช้มันวาดแสงสว่างนั้นไปเลยล่ะ? 
แสงสว่างที่เธอตามหามาตลอดน่ะ 

ในเมื่อฉันไม่สามารถออกไปจากห้องนี้ได้ 
ฉันก็สามารถสร้างแสงสว่างขึ้นมาได้ด้วยตัวของฉันอย่างนั้นสินะ

ฉัน จะลองทำดู...

ไม่มีสิ่งไหนที่ทำไม่สำเร็จหากว่าฉันพยายาม

ในที่สุดฉันก็ได้แสงสว่างนั้นมาครอบครองแล้ว 
ถึงแม้จะถูกจองจำอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี่ 
แต่ฉันก็ได้ในสิ่งที่ฉันปรารถนาแล้ว!

แต่แล้วทำไมฉัน....


>>> Route II : มีเจ้าชายที่ทำลายห้องสี่เหลี่ยมเพื่อพาไปหาแสงสว่างที่แท้จริง

พลั่ก พลั่ก เพล้ง

ฉันได้ยินเสียเหมือนกับว่ากำแพงกำลังถูกทำลาย

ห้องสีขาวได้มีแสงแดดเล็ดลอดออกมาแล้ว 
ที่ด้านนอกกำแพงนั่น มีปราสาทลอยฟ้าที่แสนงดงามอยู่

ฉันมารับเธอแล้ว เจ้าหญิง

รับ? ฉัน? เจ้าหญิง?

ฉันเป็นพี่ชายของเธอ ดวงวิญญาณของเธอถูกส่งไปเกิดผิดโลก
แต่ไม่เป็นไรนะ เพราะว่าตอนนี้ฉันมารับเธอแล้ว 

พี่..ชาย..?

ราวกับความฝัน กำแพงสีขาวทึบของฉันถูกพังออก
ที่ด้านนอกนั่นมีแสงสว่างอันอ่อนโยนคอยโอบล้อมฉันไว้

นี่ไงแสงสว่างที่ฉันตามหามาตลอด
แสงสว่างที่สาดส่องลงมาบนผิวของฉัน

ฉันอยากจะกลับไปกับคุณค่ะพี่ชาย ฉันเอ่ยออกไป

ถ้าอย่างนั้นเธอต้องเสียสละบางสิ่ง

เสียสละบางสิ่ง?

ใช่แล้ว เธอต้องทิ้งร่างกายของโลกฝั่งนี้เอาไว้
ฉันสามารถพาเธอกลับไปแค่ดวงวิญญาณเท่านั้น 

จะอะไรก็ได้ ที่สามารถพาฉันให้ไปจากห้องสี่เหลี่ยมงี่เง่านี่ได้
ฉันหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นเอาไว้ในมือ

จะตัดสินใจใช้มันหรือไม่ก็อยู่ที่เธอแล้ว

SHARE
Writer
CryingTeller
Teller
มีเรื่องมากมายที่อัดอั้นเอาไว้ในใจ ขอแค่สักนิด ขอให้ได้ระบายมันออกมา ถ้าหากการระบายของฉันไปรบกวนใครเข้า ฉันคงต้องขออภัย ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

Comments

จริงเหรอ ถ้าวิญญาณเราจากไปเราจะเป็นอิสระ
Reply