ฉัน • ความล้มเหลว • ความพยายาม • งานเขียน
ตอนเด็กๆ ฉันจับดินสอครั้งแรกตอนตัวเองอายุสี่ขวบ ในวันที่คุณครูสอนให้เขียนชื่อตัวเอง ฉันในตอนนั้นต้องการเพียงแค่ให้ตัวอักษรไม่เขไปมาเหมือนขาปู

ถัดมาฉันเริ่มจัดดินสอสีระบายสีในกรอบรูปร่างต่างๆ ที่คุณครูนำมาให้ ฉันในตอนนั้นต้องการเพียงแค่ให้สีไม่ออกนอกกรอบ

ต่อมาตอนป.1 คุณครูสอนให้เริ่มเขียนประโยคยาวๆ พร้อมวาดรูปประกอบ ฉันต้องการเพียงแค่ได้ดาวห้าดวงจากคุณครู

เริ่มทำการ์ดอวยพรวันแม่แลกกับกล่องดินสอสีหนึ่งอัน เริ่มเขียนเรียงความวันพ่อแลกกับเกียรติบัตรชื่นชม 

เริ่มอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มละห้าสิบบาทที่พี่ชายซื้อมา เริ่มอ่านหนังสือนวนิยายที่เข้าใจยากสักเล่มของนักเขียนชื่อดัง 

เริ่มมีความคิดที่อยากจะเป็นแบบนั้น อยากเป็นนักเขียนที่เป็นที่รู้จัก เป็นนักเขียนที่สร้างความสุขให้ผู้คนที่ได้อ่าน

เริ่มจับปากกาลงมือแต่งนิยายตอนอายุสิบเอ็ดปี นิยายปรัมปราของเด็กปอห้าเป็นนิยายที่แต่งลงสมุดของโรงเรียนเล่มละสิบบาท ที่ก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มันไปอยู่ไหน 

เริ่มที่จะล้มเหลวจากการแข่งขันที่ไม่ชนะ สายตาที่ตอกย้ำว่าฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้น 

แต่ตอนนั้นฉันก็ยังคงเขียนหากแต่เขียนในมุมที่ไม่มีใครมองเห็น

ฉันกลัวการที่จะเผยแพร่งานเขียนของตัวฉันเอง

กลัวมาก กลัวการไม่ได้เป็นที่ยอมรับ กลัวตัวเองที่จะต้องผิดหวังอีกครั้ง

ปีที่แล้วฉันตัดสินใจเขียนบทความกล่่าวถึงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีใต้วงนึงที่ฉันรักเมื่อมีข่าวถึงการไม่ต่อสัญญาของสมาชิกถึงสามคน

ฉันเขียนเพียงเพราะอยากเขียนว่าพวกเธอเป็นเหมือนดวงดาวของฉัน เป็นความรักและหัวใจ

ฉันได้รับการกดถูกใจสองยอดฟอลโลว์เพิ่มเป็นหนึ่ง 

ฉันเริ่มรู้สึกมีกำลังใจอีกครั้ง

ฉันไม่ปฏิเสธเลยว่า งานเขียนเป็นทุกอย่างในชีวิตของฉันในตอนนี้แล้ว

มีงานนึงของฉันที่ทำให้ฉันเริ่มเป็นที่รู้จักในแอพ ยอดถูกใจเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติหลายเท่า ยอดฟอลโลว์เพิ่มขึ้นจนฉันตกใจ เหมือนเป็นของรางวัลทุ่มแรงเขียนด้วยใจจริงๆ 

ฉันเปลี่ยนแปลงนามปากกาเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน "JJJUMP." นามปากกาที่หมายถึงอย่่างตรงตัวว่า "กระโดด" ฉันก้าวกระโดดจากเป็นนักเขียนที่เขียนลงสมุุด สู่การเขียนลงเว็บไซต์

และปลายเดือนนั้นฉันก็ตัดสินใจทำตามความต้องการของตัวเอง (รวมถึงมีคนเคยขอไว้) นิยายเรื่องยาวเรืื่องแรกที่่่่เอาเผยแพร่ได้ถูกสร้้้างขึ้น 



ยอมรับอย่างตรงตัวเลยว่าสำหรับฉันมันเป็นผลงานที่คงเอาไปเทียบใครไม่ติดในช่วงตอนแรกสำหรับฉันมันแย่มาก มาจับต้นชนปลายได้ที่หลัง 

ฉันสร้างผลงานความรักเรื่องแรกที่เล่นด้วยประเด็นมือที่สาม และแน่นอนผู้คนรู้จักฉันในฐานะ "JJJUMP. มากยิ่งขึ้น"

ฉันตัดสินใจที่จะสร้างผลงานออกมาอีก ทุ่มเวลาอยู่กับมันแทบจะทุกเวลา หมดสมุดกับการขีดเขียนเนื้อหาที่มีรอยยางลบหรือขีดฆ่าเต็มไปหมด หรือนิ้วมือที่เต็มไปด้วยรอยสีขาว 

ผลงานเรื่องต่อไปก็ออกมา ผู้คนชอบมันมากขึ้นพร้อมกับการตัดสินใจที่จะสร้างจักรวาลฟิคใบเล็กของตัวเอง ที่ทุกคนต่างพากันสนใจยิ่งขึ้น

ยิ่งมีคนสนใจมากขึ้นเท่าไหร่พลังความกดดันก็ยิ่งเท่านั้น โอเค พวกเขาไม่ได้กดดันให้ฉันเขียนดีๆ เขียนออกมาให้ดีที่สุด เป็นเพราะฉันเคยผิดหวังเรื่องงานเขียนครั้งนึงและฉันก็ไม่อยากให้ใครผิดหวังกับงานเขียนของฉันจนหันหลังออกจากฉันในที่สุด 

ฉันทิ้งการหัดเล่นเปียโนที่เก็บเงินมาเพื่อซื้อ ฉันทิ้งการหัดเล่นสเก็ตบอร์ดที่พึ่งได้รับการอนุญาตให้เล่น นำเงินทุกอย่างมาซื้ออุปกรณ์การเขียนที่สิ่งที่ฉันได้ตอบแทนคือการเป็นที่ยอมรับในสังคม เป็นที่รู้จัก และการมีตัวตนในสายตาใครบางคน มันเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันไม่ทิ้งงานเขียน

"เราอยากจะบอกว่าจั๊มเก่งนะเขียนออกมาได้ขนาดนี้ เราอ่านบางทีเรารู้สึกว่าจั๊มอาจจะแบกอะไรไว้เยอะแยะ อย่าแบกไว้เลย มันหนัก ใช้ชีวิตให้สมกับเป็นเด็กอายุ 15 เล่นให้มันสนุก มีความสุขให้มากๆนะ อย่าเครียด" - หนึ่งในเนื้อหาข้อความจากพี่คนนึงที่ไม่เคยคุยกัันเลยและการปลดล็็็อคความอ่อนแอในตััวฉัน


ฉันยอมรับว่าตัวเองทิ้งช่วงเวลาของความเป็นวัยรุ่นของตัวเองไปแล้ว ฉันทิ้งการได้เที่ยวเล่นในฉบับวัยรุ่น คงเพราะส่วนหนึ่งคือฉันเป็นคนไม่มีเพื่อน เป็นเด็กอายุสิบห้าที่ไม่มีเพื่อนที่สนิทพอที่จะโทรหาแล้วร้องไห้ใส่ได้ และฉันเป็นคนไร้ตัวตนในเรียลไลฟ์ แต่งานเขียนทำให้ฉันรู้จักคนมากมาย 

ในชีวิตฉันมีคนจดจำที่ฉันเป็นจั๊มมาครึ่งปมากกว่าฉันที่เป็นฉันมาตลอดสิบห้าปีเสียอีก 

เพราะงั้นฉันจึงทิ้งชีวิตวัยรุ่นที่ทุกคนบอกว่าเป็นวัยแห่งความสนุกลงและหันไปทุ่มงานเขียนอย่างเต็มตัว

ทุ่มสุดตัวให้กับการเขียน ทุ่มแทบจะทุกกำลังให้กับการเขียน การเสิร์ชข้อมูล เขียนพล็อต พิมพ์ลง และปล่อยให้ทุกคนอ่าน

แลกกับการได้รับคอมเม้นท์ ยอดไลค์ในแต่ละตอน แฮชแท็กฟิคในทวิตเตอร์ที่มีคนเล่นสม่ำเสมอ
"เรื่องนี้สนุกป่ะวะมึง"
"ก็เฉยๆ อะ กูว่าของ xxx ดีกว่า"

โห หน้าชาสัส...

ไม่ใช่ว่าไม่อยากยอมรับนะว่านักเขียนคนนั้นเก่งกว่า แต่การเปรียบเทียบต่างหากที่ทำให้รู้สึกเศร้า 


หลายครั้งที่ผู้คนมักจะเมินความพยายามของคนที่พยายามมาตลอด 

"มึงแต่งเก่งอะ โคตรเก่ง กูเก่งไม่เท่ามึงไง"
"ก็กูพยายามมาตลอดป่ะวะ"

ฉันเคยตอบกลับรุ่นพี่คนนึงที่เป็นนักเขียนเหมือนกัน ไม่ได้โกรธมันนะที่มันพูดแบบนี้ ไม่โกรธเลย แต่ฉันไม่ได้มีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่น ดินสอหนึ่งแท่ง ยางลบหนึ่งก้อน แล้วทำให้มันดีได้ขนาดนี้ ฉันสูญเสียไปเยอะเหลือเกินและแน่นอน... ฉันร้องไห้ให้กับความล้มเหลวของตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน ดิ่งจากการดึงอารมณ์ตอนเขียนจนไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
"ทุกอย่างมีราคา"

อยู่ที่ราคาที่ว่าคืออะไร สำหรับฉันคือแรงกาย แรงใจ หรือแม้กระทั่งความผิดหวังในตัวเอง ความล้มเหลวที่เคยประสบพบเจอ มันเป็นตัวชี้วัดว่าฉันไม่ได้มาถึงจุุดนี้เพียงแค่กางปีกแล้วบิน 

ขอบคุณความล้มเหลว...
ขอบคุณทุกหยดน้ำตาที่รินไหลออกมา...
ขอบคุณทุกๆ ความพยายามที่ทำมาตลอด...

ขอบคุณบทความที่อัพลงสตอรี่ล็อคมากกว่าสามสิบเรื่องขอบคุณนิยายที่แต่งอีกนับเกือบสิบเรื่อง

ขอบคุณทุกคนที่ยังเลือกอ่านนิยายของเราขอบคุณคนที่ให้กำลังใจมาตลอดผ่านตัวอักษรหรือการกดถูกใจในตอน

ขอบคุณตัวเองที่กล้าจะสูญเสีย 
ขอบคุณที่ยังเขียนอยู่ในวันที่เกือบจะหันหลังให้มันแล้ว

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ :)

JJJUMP.


SHARE
Writer
_JJJUMP_
JJJUMP.
Writter | MDD | Pluto | 52Hz

Comments

Ssnowflake
8 days ago
เป็นกำลังใจให้คุณจั๊มนะคะ เราอายุเท่ากัน แต่คุณทำให้เรามีแรงบันดาลใจเยอะขึ้นมากๆ ขอบคุณแล้วก็ขอให้คุณจั๊มมีความสุขในทุกๆวันนะคะ :)
Reply
MyFeeling
7 days ago
ภาษาดีกว่าพี่อีกค่ะ
ตอน 15 ยังเป็นแค่ผู้อ่านอยู่เลย ขอบอ่านนิยาย อ่านการ์ตูน อ่านหนังสือผี แต่น้องเริ่มจับปากกามาเขียนได้ขนาดนี้เก่งมากค่ะ อย่ากดดันตัวเอง อย่าเอาคอมเมนต์มาทำให้ตัวเองเครียด ความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน หาสไตล์การเขียนของตัวเองและไปให้สุดในแบบของเรา อย่าวอกแวกไปตามทางที่คนอื่นบอกว่าแบบนั้นดีกว่า แบบนี้ดีกว่า คำคอมเมนต์เราต้องอ่านอย่างมีสติค่ะ อันไหนเป็นประโยชน์เก็บกลับมาปรับปรุงงานเรา อันไหนทำให้เราเศร้าปล่อยมันไปค่ะอย่าเก็บมาใส่ใจ สู้ๆค่ะหนูยังมีเวลาอีกเยอะ^_^
Reply
Jakashi
6 days ago
พี่ชอบในความพยายามของน้อง จะบอกว่าเราได้เปรียบกว่่าเพื่อนวัยเดียวกันแน่นอน น้องเริ่มรู้จักหาโอกาสให้ตัวเองก่อน วันหนึ่งโอกาสต้องเข้ามาแน่ๆครับ 👍👍
Reply
moonnight
4 days ago
พี่ให้กำลังใจนะ อายุ 15 พี่ยังไม่เท่าน้องเลย
Reply
ArtizzOo
2 days ago
มันดีเหลือเกินแล้วนะคะ ที่ได้ทำตามสิ่งที่ตัวเองรัก อาจจะท้อ จะเหนื่อยบ้าง แต่พี่เชื่อว่ามันจะเป็นเพียงร่องรอยที่ตอกย้ำความสำเร็จของน้อง วันหนึ่งน้องจะหันกลับไปยิ้มและยืนได้อย่างภาคภูมิเมื่อนึกถึงแน่นอน เป็นกำลังใจให้นะคะ
Reply