ใครอยากเป็นที่ปรึกษา ต้องศึกษา Palchinsky
เวลาที่ผมอ่านหนังสือแนวธุรกิจไม่รู้ผมคิดไปเองรึเปล่า แต่ผมมักจะเห็นว่า ที่ปรึกษา มักจะถูกโจมตีบ่อยๆ

แล้วทำไมถึงถูกโจมตี 

เพราะเราคาดหวังไว้สูงกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ เราต้องการที่ปรึกษาเพื่อให้แนะนำกับเราและเราก็คาดหวังว่าเมื่อเราตัดสินใจตามคำแนะนำของพวกเขาจะเป็นหนทางที่ถูกต้อง

แต่เมื่อปรากฎว่าเราตัดสินใจผิด เราย่อมไม่โทษตัวเอง แต่จะไปโทษคนที่แนะนำเรา นั่นคือ ที่ปรึกษา
จุดเด่นของที่ปรึกษาคือ ข้อมูลอันแน่นปึ้กที่ทำให้เรามั่นใจ แต่คำว่าแน่นปึ้กก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าทำตามแล้วได้ผล 100% คำแนะนำไม่ใช่สูตรโกงเกมส์ที่พอเราได้รับแล้ว เราจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมตลอด ดังนั้นต่อให้ที่ปรึกษาเก่งขนาดไหน ก็ยังผิดได้

ตัวอย่างที่ผมนึกขึ้นมาบ่อยๆเวลาที่เหล่าที่ปรึกษาโดนโจมตีก็คือตอนที่ Coca-Cola จะออกสินค้าตัวใหม่ นั่นคือ New Coke ความคิดที่จะออกสินค้าตัวใหม่ไม่ได้มาจากผู้บริหารภายใน แต่มาจากคำแนะนำของที่ปรึกษาภายนอก

ผู้เชี่ยวชาญแสดงหลักฐานว่าการเปลี่ยนสูตร Coke ใหม่จะช่วยให้นำหน้าคู่แข่งได้
 
Roberto Goizueta , CEO และ Donald R. Keough, COO ในขณะนั้นไม่เห็นด้วยและพวกเขาคิดว่าไม่ควรไปแตะต้อง Coke ที่ถือเป็นมรดกตกทอดของสหรัฐอเมริกา แต่หลักฐานของเหล่าผู้เชี่ยวชาญก็หนักแน่นจนชักจูงฝ่ายบริหารคนอื่นๆได้ จนกลายเป็นพวกมากลากไป กระแส New Coke ร้อนแรงจะไม่สามารถหยุดได้ ทุกคนเชื่อมั่นเต็มร้อย

ปี 1985 Coca-Cola เปิดตัว New Coke อย่างอลังการ

แต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนโทรกระหน่ำมาต่อว่าที่บริษัท ที่จริงต้องเรียกว่าโทรมาด่ามากกว่า (ตามคำบอกเล่าของ Keough) ผู้คนต้องการ Coke กลับมา ไม่มีใครที่ต้องการ New Coke แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังแนะนำให้เดินหน้าต่อไป

กระแสโจมตี New Coke ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สุดท้ายผู้บริหารตัดสินใจถอย และตั้งโต๊ะแถลงว่าจะนำ Coke สูตรดั้งเดิมกลับมา ภายใต้ชื่อว่า Coca-Cola Classic  

จากคำด่าทอกลับกลายเป็นคำชื่นชมยกย่องผู้บริหารที่ยอมรับว่าตัดสินใจผิด ถือเป็นชัยชนะของผู้บริโภคที่มีต่อบริษัทยักษ์ใหญ่

เรื่องราวของ Coke จบลงด้วยดี

"ส่วนผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้ Coca-Cola ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็แยกย้ายเพื่อไป "ช่วยเหลือ" บริษัทอื่นต่อไป" Keough กล่าว
บางทีที่พวกที่ปรึกษาโดนโจมตีอาจเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากคำแนะนำของพวกเขา อย่างกรณีข้างต้น เหล่าที่ปรึกษาลอยลำ ถึงคำแนะนำจะผิดแต่พวกเขาก็ได้ยังได้รับค่าเหนื่อย

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะมันคือรูปแบบการทำธุรกิจของพวกเขา หน้าที่ของพวกเขาคือให้คำปรึกษาที่ดีที่สุด พวกเขาไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจ คนที่ต้องแบกรับแรงกดดันคือคนที่ทำหน้าที่ตัดสินใจซึ่งถ้าโดนพวกมากลากไปก็ย่อมเป็นเรื่องที่ต้องจัดการกันเอง

ด้วยความที่ที่ปรึกษาถูกมองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ เวลาที่พวกเขาผิดจึงดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่ปรึกษายังคงมีความสามารถด้านการวิเคราะห์ได้ดีกว่าคนทั่วไป ถ้าเทียบกับคนส่วนใหญ่แล้ว พวกเขาคาดการณ์ได้แม่นยำกว่า และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาย่อมไม่วิเคราะห์ส่งเดช พวกเขาไม่ได้เพียงวิเคราะห์แต่พวกเขาก็ออกไปเก็บข้อมูลเช่นกัน

สิ่งที่ที่ปรึกษาต้องมีก็คือข้อมูล การอ่านข้อมูลเยอะๆไม่ใช่ปัญหาเพราะมันทำให้เห็นปัญหาแบบลึกซึ้ง เมื่อวิเคราะห์ได้ลึกพอ ปัญหาสุดท้ายคือการนำเสนอ ที่ปรึกษาอาจจะวิเคราะห์ปัญหาถูกแล้วก็เป็นได้ แต่คนที่ฟังพวกเขานี่สิ จะรับฟังรึเปล่า  
Peter Palchinsky วิศวกรชาวรัสเซีย ขึ้นชื่อว่าเป็นคนฉลาด มีพลัง เชื่อมั่นในตนเองและซื่อตรงเกือบผิดมนุษย์มนา ครั้งหนึ่งในปี 1901 เขาได้รับมอบหมายจากรัฐบาลพระเจ้าซาร์ให้ไปศึกษาเหมืองถ่านหิน เขาเก็บข้อมูลเป็นปึก เก็บรายละเอียดทุกอย่าง เก็บแม้กระทั่งข้อมูลที่เบื้องบนต้องการปกปิด อย่างเช่นความเป็นอยู่อันเลวร้ายของคนงาน พวกเบื้องบนไม่ต้องการให้ Palchinsky รู้มากไป ทำให้เขาถูกเนรเทศไปอยู่ไซบีเรีย

เขาแอบหนีข้ามพรมแดนรัสเซียเข้าไปหางานในยุโรปตะวันออก ทำให้มีโอกาสซึมซับวิทยาการความรู้ในปารีส อัมสเตอร์ดัม ลอนดอน และฮัมบูร์ก เขาจดทุกอย่างที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่กำลังพัฒนา เขาปรารถนาจะเรียนรู้แนวคิดที่ทันสมัยในการจัดการแรงงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขาขวนขวายศึกษาหาความรู้ใหม่ๆและกลายเป็นที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง

เขากระตือรือร้นที่จะเผยแพร่ทักษะความชำนาญให้ผู้อื่นพอๆกับที่พยายามกอบโกยความรู้ใส่ตัว 

ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนที่ต้องการเป็นที่ปรึกษา

ตามที่กล่าวข้างต้น Palchinsky เป็นคนซื่อตรงอย่างมาก (เกินไป) เขาเคยเขียนจดหมายไปถึงภรรยาเพื่อสารภาพว่าเขานอกใจเธอระหว่างที่เดินทางในยุโรป (ภรรยาของเขาได้รับจดหมายและอ่านอย่างไม่สะทกสะท้าน) และด้วยนิสัยแบบนี้นี่เอง เมื่อเขาเห็นว่าสิ่งไหนถูกต้อง เขาก็อดไม่ได้ที่จะแบ่งปันความรู้ที่เขามี ต่อให้รัฐบาลทำกับเขาขนาดไหน แต่ถ้าเขาเห็นว่าข้อมูลที่เขามีจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศเขาก็ไม่ลังเลที่จะให้คำแนะนำ  

ถึงจะโดนเนรเทศเขาก็ยังเขียนบทความชี้แนะแนวทางปฏิรูปให้รัสเซียและให้คำแนะนำแก่รัฐบาลพระเจ้าซาร์ที่เคยเนรเทศเขาออกไป จนในปี 1913 เขาได้รับอภัยโทษและเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาให้รัฐบาลพระเจ้าซาร์และภายหลังที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเขาก็ยังรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลโซเวียต

คำแนะนำของเขามักจะถูกต้องเสมอแต่มักจะไม่เป็นที่รับฟังเพราะขัดกับแนวทางของรัฐบาล เขาเตือนรัฐบาลว่าไม่ควรทำโครงการเอาหน้า (พูดโคตรตรง) จะขุดน้ำมันไปทำไมในเมื่อมีถ่านหินและก๊าซธรรมชาติราคาถูกๆยังมีเหลือเฟือ หรือว่าแค่อยากเห็นน้ำมัน "พวยพุ่ง" ออกจากบ่อน้ำมันเท่านั้น เขาจะสนับสนุนโครงการขนาดเล็กที่งานวิจัยของเขาชี้ให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าโครงการขนาดยักษ์และปกป้องสิทธิแรงงานเสมอ

ความคิดของรัฐบาลกับ Pachinsky ขัดกันสิ้นเชิง แต่ละโครงการของรัฐบาลสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนสตาลินที่รัฐบาลต้องการสร้างให้ใหญ่ที่สุดในโลกและการพัฒนาเมืองแมกนีโตกอสต์ที่อลังการกว่าเขื่อนเลนินซะอีก ทั้งสองโครงการ Palchinsky คาดการณ์แล้วว่าเกินงบประมาณมหาศาลและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างน่าสะพรึงกลัว และผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่คาดจริงๆ

Palchinsky เป็นที่ปรึกษาที่เก่งกาจ เขาไม่เกรงกลัวที่จะพูดความจริง ถึงแม้ว่าคนที่ฟังจะเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ก็ตาม ความเห็นของเขาไม่ได้เกิดจากการนั่งคิดวางแผนอยู่บนโต๊ะ แต่เขาลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลด้วยตัวเองเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนจริงๆ 

นอกจากนี้เมื่อเขาเจอปัญหา เขายึดหลักการของเขา 3 ข้อ คือ 
1) มองหาความคิดใหม่ๆและลองสิ่งใหม่ๆ
2) เวลาลองทำอะไรใหม่ๆให้ทำในระดับที่ถ้าล้มเหลวก็ต้องเอาตัวรอดได้
3) ขอคำแนะนำติชมและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดในระหว่างที่ทำ
 

Palchinsky ถือเป็นต้นแบบของที่ปรึกษาที่ดี แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเขามีความยืดหยุ่นพอที่จะยอมรับว่าตัวเองผิด เขาไม่ปิดกั้นมุมมองของผู้อื่น เขาเพรียบพร้อมทั้งความรู้และทัศนคติ เขาทุ่มเทให้กับหน้าที่ที่ปรึกษาอย่างจริงจัง

แต่ด้วยความเป็นคนซื่อตรงเกินไปก็กลายเป็นผลร้ายกับเขา แม้เขาจะเก่งกาจในการเป็นที่ปรึกษา แต่เขายังอ่อนหัดในเรื่องการเมือง เราจะเห็นว่า Palchinsky แย้งรัฐบาลตลอด เขาทำตัวเด่นเกินไปและนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตเขาตกอยู่ในอันตราย 

เขาถูกประหารชีวิตและไม่มีการพิจารณาคดี ภายหลัง Loren Graham นักประวัติศาสตร์ได้ค้นพบแฟ้มข้อมูลลับของตำรวจในนั้นระบุว่า Palchinsky ถูกกล่าวหาว่า "ตีพิมพ์ข้อมูลสถิติโดยละเอียด" และบ่อนทำลายอุตสาหกรรมของสหภาพโซเวียตด้วยการกำหนด "เป้าหมายขั้นต่ำ"  
การเป็นที่ปรึกษาไม่ใช่งานสบาย นอกจากจะต้องมีความรู้ที่ลึกซึ้งแล้วยังต้องหาคนที่พร้อมรับฟังด้วย ถ้าเราเป็นที่ปรึกษาแล้วดันไปเจอคนแบบรัฐบาลโซเวียตล่ะก็ ก่อนที่จะโชว์หลักฐานที่มีข้อมูลแน่นหนาเราคงต้องทำการเกลี้ยกล่อมให้เขาพร้อมรับฟังซะก่อน

ในชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้ทำอาชีพเป็นที่ปรึกษา แต่ก็น่าจะมีบางครั้งที่เราทำหน้าที่นี้ให้กับคนใกล้ชิด เมื่อเราให้คำปรึกษาไป เราไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ได้ เราไม่รู้ว่าเขาจะเอาคำแนะนำของเราไปใช้รึเปล่า แต่สิ่งที่เราทำได้คือตั้งใจให้คำปรึกษาอย่างจริงจัง อย่างน้อยถ้าเราส่งสิ่งที่เราคิดว่าดีออกไป เราก็พอจะคาดหวังได้ว่าคนรับก็น่าจะได้รับสิ่งที่ดีเช่นกัน



ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือ Adapt : Why success always starts with failure
หนังสือ The Ten Commandments for Business Failure
SHARE
Writer
Stikpost
Readaholic / INFJ
กอบโกยความรู้ให้มากแล้วแบ่งใหักับผู้อื่น

Comments