ความอดทน
ความอดทนดีจริงๆน่ะหรือ...?

นี่คือคำถามที่ผมตั้งขึ้นมาหลังจากที่ผมอดทนต่อที่ทำงาน ผู้จัดการ และเพื่อนร่วมงาน(บางคน)มาร่วมเดือน มันอาจจะเป็นระยะเวลาที่หลายคนดูแล้วคิดว่ามันเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่สำหรับผมแล้วระยะเวลาแค่นี้ผมก็พอจะมองอนาคตออกว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมมักจะได้ยินผู้ใหญ่หลายๆท่าน พูดเสมอๆว่าคน GEN Y (อีกแล้ว)อย่างผมนั้น ไม่มีความอดทนเอาเสียเลย เอาแต่ใจ ชอบความสบาย ไม่พอใจอะไรๆก็ลาออก ผมว่ามันก็ถูกนะ แต่คำถามคือ ใครล่ะ ไม่ชอบความสบาย..? และยังมีผู้ใหญ่อีกหลายท่านบอกผมว่าความอดทนนั้นทำให้คนได้ดิบได้ดีมานักต่อนักแล้ว ในข้อนี้ผมเองก็เห็นด้วยนะ แต่ผมก็ได้เห็นต่างอีกว่ามันก็มีคนมากมายที่อดทนแต่ไม่ได้มีชีวิตที่ดีไปกว่าเดิมเลย...

มีคำถามว่าเพราะอะไร ผมถึงได้ตัดสินใจเร็วขนาดนั้น ในวันที่ผมเดินเข้าไปหาเจ้านายโดยตรงและขอลาออกต่อหน้าทุกคน มีแต่คนบอกผมว่า “...ไม่คิดดีๆก่อนเหรอ...?” หรือ “...ทำไมไม่อดทนต่ออีกนิด จะรีบใจร้อนลาออกทำไม...?” และยังคงได้ยินเสียงซุบซิบลับหลังผมว่า “...เขาไม่มีความอดทนเอาซะเลย แล้วแบบนี้จะหาความก้าวหน้าในชีวิตได้อย่างไร ต่อไปพอเจออะไรที่ทำให้ไม่พอใจก็คงจะลาออกอีก...” ผมเองก็ไม่ปฏิเสธนะ และนี่อาจจะจริงก็ได้ ที่ว่าในอนาคตผมอาจจะทำอย่างที่เขาพูด เพียงแต่หากจะกล่าวว่าผมไม่มีความอดทนเอาเสียเลย ก็คงจะไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะในมุมมองของผม ตัวผมเองก็เป็นคนที่อดทนมากๆคนหนึ่ง ผมอดทนได้ดีในสถานการณ์ที่ต้องใช้ความอดทน แม้ร่างกายจะไม่ทนทานแต่ใจผมก็แกร่งพอให้ยืนหยัดได้จนกว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นไป ความอดทนสำหรับผมนั้นมันจะต้องก่อให้เกิดประโยชน์บางอย่าง เช่น หากผมทนทำงานต่อไปครอบครัวผมจะสบายขึ้น กินอิ่มนอนหลับ ทุกคนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีรวมถึงตัวผมด้วย ผมก็ยินดีทนเหมือนศรีต่อไป เป็นต้น อย่างน้อยที่สุดคือต้องเกิดประโยชน์ต่อตัวผม มันต้องมีเหตุผลมารองรับ และเหตุผลนั้นต้องประคองอารมณ์ของผมที่ผมมักใช้ชี้นำให้คล้อยตามได้ด้วย 

จึงมีคำถามที่อยากจะถามหลายๆคนว่า ถ้าทุกวันทำงานของคุณ กลางวันคือการรอเวลาเลิกงาน และกลางคืนคือการภาวนาไม่ให้พรุ่งนี้มาถึงไวๆ คุณว่าคุณจะอดทนต่อความรู้สึกได้นานแค่ไหน...? คำตอบของผมคือหนึ่งเดือนก็มากพอแล้วแต่นั่นมันสำหรับผมนะ หลายคนอาจจะทนได้เป็นปีหรือสิบปีและมองว่าผมไม่ได้อดทนอย่างที่ผมพูดไว้ก็ได้ แต่ในความคิดผมก็คือ ผมหรือใครก็ตาม ไม่มีความจำเป็นต้องทนเป็นปีๆเพื่อพิสูจน์ให้ใครเห็นว่า เราอดทน ไม่มีตาชั่งที่เท่าเทียมและความเท่าเทียมก็ไม่ใช่ความสมดุลของแต่ละคน และนั่นคือสิ่งที่ผมยึดมาตลอด เมื่อเห็นสัญญานของการเสื่อมเสียสุขภาพกายและจิต หรือความสุขที่มันหายไป ผมพร้อมจะถอยเพื่อเข้าหาความสมดุลทันที...

มาถึงตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกถึงความสะเปะสะปะในสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อเสียแล้ว เหมือนมันกลายเป็นการมาแก้ตัวว่าเพราะอะไรผมถึงลาออกจากงานทั้งที่ทำไปได้แค่หนึ่งเดือน และดูมันจะหลุดออกไปจากคำถามที่ผมตั้งไว้ในตอนแรกที่ว่า ความอดทนมันดีจริงๆน่ะหรือ...? งั้นเข้าไปที่คำตอบของผมเลย คือ ความอดทนมันดีถ้ามันดีสำหรับคุณ และไม่ดีถ้าไม่ดีสำหรับคุณ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญานและมุมมองของแต่ละคนต่อสถานการณ์นั้นๆเลย หากแต่เราต้องเลิกวัดความอดทนด้วยการเอาของเราไปเปรียบเทียบกับของเขา และมองเข้าไปที่เหตุผลในสมองของเราว่า ควรจะอดทนหรือไม่..? มันก็จะมีคำตอบอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปถามในพันทิปให้คนมาด่า หรือต้องพิมพ์ถามใน google เลยแม้แต่น้อย

ยกตัวอย่างเคสของผมก็คือ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับถูกผู้จัดการกล่าวโทษเสมอทุกครั้งที่มีความผิดพลาดในการทำงานเกิดขึ้น(แม้บางครั้งนางเป็นคนพลาดเองเลย) เพราะผมประสบการณ์น้อยที่สุดและต้องยอมรับผิดเพื่อให้ถูกจ้างต่อไป สำหรับผมนี่คือ Big Hell To The No เลย ที่สำคัญมันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่หลายครั้งเกินไป และผมที่เกิดมาด้วยความคิดที่ว่ามนุษย์เรามีทางเลือกเสมอ ผมไม่มีเหตุผลที่จะทน แม้ต้องอดตายเพราะตกงานในอนาคต ทุกอย่างนี้อยู่ที่ว่าเราจะเลือกมันแบบไหน มันอาจจะมีข้ออ้างโผล่ขึ้นมาบางครั้งว่าเราไม่มีทางเลือกเพื่อแสดงให้เห็นว่าทางเลือกเราโดนจำกัดทั้งที่เราเป็นคนจำกัดมันเอง และผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบใช้คำนี้มาอ้างเสียด้วย...

ที่ผมมาเขียนบทความ(ตกม้าตาย)นี้ก็เพราะ ผมไม่ชอบเอาเสียเลยที่ถูกมองแต่เพียงด้านเดียวว่า การเป็นเด็กที่เกิดในปี1990 อย่างผมมักจะถูกมองเสมอว่าขาดความอดทน บางคนลามปามไปถึงการเลี้ยงดูของพ่อแม่พวกผมอีก(มันจะมากเกินไปแล้ว) ซึ่งแน่นอนว่าผมสามารถใช้คำพูดแรงๆย้อนกลับได้ แต่มันก็สร้างได้เพียงความสะใจ และไม่มีวันทำให้อะไรดีขึ้น ผมก็ไม่รู้จะพูดไปทำไม ก็หวังแค่จะมีคนที่เห็นอีกด้าน และไม่ตัดสินเราจากทัศนคติด้านเดียวของตนเองเท่านั้น ผมว่าถ้าเป็นแบบนั้นโลกคงจะสุขีขึ้นอีกนิดนะว่าไหม..?

ปอลอลิง ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเจ้านายที่ไม่ดี หากใครเคยอ่าน ผมอยากจะบอกว่าผมได้เจอเจ้านายที่ดีแล้วนะ แต่ทำงานกับเขาได้แค่เดือนเดียวเอง 555555 ไม่อดทนเอาซะเลย (อ้าวในที่สุดก็ยอมรับแล้วว่าไปอดทน)

ไปดีกว่า...
จนกว่าจะพบกันใหม่...

บ๊ายบายยย


SHARE
Writer
JoeyNineteen90
Astronaut
จักรวาลแห่งความ(ไม่)ลับ

Comments