Dear mom
ตั้งแต่จำความได้ เราก็โตมาในห้องเช่า หรือจะเรียกว่าห้องแถวก็ได้ 
สำหรับเรามันคือตึกช็อคโกแลต  ทำไมน่ะหรอ
เพราะสีของมันนั่นแหละ 

ทุกครั้งที่ฝนตก จะมีน้ำขังและมันจะขังจนท่วม 
เราก็จะเอาถุงก๊อปแก๊ปใส่หัว แล้ววิ่งเล่นกับเพื่อนๆ 

ไม่รู้ว่าเราอยู่ตึกช็อคโกแลตนานแค่ไหน 
เพราะตอนเด็กแค่ได้วิ่งเล่นก็คงมีความสุขแล้ว 
ไม่ได้ทุกข์ร้อนกับความเป็นอยู่ที่แสนลำบาก ถ้าเทียบกับตอนนี้

เวลาผ่านไปเราก็ได้ย้ายที่อยู่ 
จากซอยลึกๆ ไปอยู่ตึกแถวที่มีสี่ชั้น 
หรือที่สมัยนี้เรียกว่าตึกพาณิชย์

ตอนนั้นเรารู้สึกเซงที่ต้องห่างจากเพื่อนๆ 
และที่อยู่ใหม่นี้ ก็ไม่มีสีสันเอาซะเลย 
เป็นเพียงการฉาบปูนเท่านั้น มีแต่สีเทา กับผนังที่ขรุขระ

เรียกได้ว่าแม่เราเริ่มทุกอย่างจากศูนย์จริงๆ
เพราะแม่ย้ายมาจากต่างจังหวัด เพื่อมาอยู่กับพ่อ
 แม่ไม่มีเพื่่อน แม่ไม่มีญาติที่นี่

 
ฉันไม่รู้ว่าความประทับใจที่ฉันมีต่อแม่มันเริ่มขึ้นวันไหน
วันที่อุ้มท้องฉัน หรือวันที่ฉันจำความได้

เริ่มจากวันที่พี่สาวฉันต้องเข้าเรียนอนุบาล
ในสมัยนั้นจะต้องมีการจับฉลากเพื่อที่จะได้อยู่โรงเรียนของรัฐบาล
แต่พวกเราโชคร้ายที่จับฉลากเข้าไม่ได้ 
เลยต้องเรียนโรงเรียนของเอกชน 
ซึ่งค่าเทอมแต่ละเทอมในตอนนั้น 
ฉันรู้สึกได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจ่ายตรงเวลา
แต่แม่ก็ไม่เคยปล่อยให้เลยวันสุดท้ายที่กำหนด 

ตอนนั้นพ่อก็ต้องไปทำงานต่างจังหวัด เราไม่ค่อยได้เจอกัน 
แต่พ่อก็ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าขาดอะไร 

เมื่อปิดเทอมหรือมีวันหยุดฉันก็มักจะตามพ่อแม่ไปทำงานด้วยเสมอ เรียกได้ว่าฉันเป็นลูกที่ติดพ่อแม่
 
ต่างจากคนพี่ คือพี่สาวของฉัน เพราะเธอมักจะดูแลตัวเองได้ดี เข้มแข็ง รอบคอบในการใช้ชีวิต 
และไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ  
 
แม่เริ่มเรียนรู้การทำงานจากพ่อ ตอนที่ฉันอยู่ป.3 
จนแม่พอจะมีความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับธุรกิจที่พ่อทำ 

แต่สิ่งที่แตกต่างคือไหวพริบ และความเฉลียวที่มีมากล้น
มากพอที่จะทำให้พ่อยังต้องยอมรับ และยอมแพ้ให้กับความรู้เท่าทันคนอื่น 
ยอมให้กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานหนักได้เหมือนกับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีผิดหรือเพี้ยนเลย

ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ปีที่พ่อได้มอบหน้าที่การตัดสินใจให้เป็นของแม่ แต่เพียงผู้เดียวเลยก็ว่าได้

สิ่งที่แม่มีคือไหวพริบและสติปัญญา ที่พลิกแพลงได้ตลอดเวลา แม่เป็นตัวอย่างเมียที่ดีมากในสายตาของฉัน 

เพราะแม่ช่วยส่งเสริมการงานและชีวิตของพ่อได้อย่าง
ที่เรียกว่า สมบูรณ์แบบ เพราะนับจากวันที่แม่ลงแรงช่วยพ่อทำงาน บ้านเราก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปแบบที่ฉันเองยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมแม่ของตัวเองแบบสุดหัวใจ

แม่ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ยังเด็ก 
เพราะว่าฐานะของที่บ้านเรียกได้ว่า จนแบบสุดๆ 

จนพอที่จะทำให้ยายต้องพาไปทำงาน ตั้งแต่แกะกุ้ง, ปั่นไอติมขาย เกือบทุกอย่างที่มีคนจ้าง

มีอะไรให้ทำก็ต้องทำ ไม่มีสิทธิ์เลือกแบบฉันทุกวันนี้หรอก ...


แม่ทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวเราเติบโตอย่างรวดเร็ว    

              ทุกอย่างอยู่ในสายตาของฉัน 
เป็นภาพความทรงจำที่มหัศจรรย์ของเด็กอย่างฉัน

    กับการที่ได้เห็นมนุษย์คนหนึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองและคนในครอบครัว


จากพื้นปูนซีเมนต์  ก็เริ่มปูกระเบื้อง ...
.
เริ่มกั้นห้องกระจก 
.
สร้างห้องครัว 
.
กั้นห้องนอนและติดแอร์1 ตัว 
เป็นห้องนอนที่เราใช้นอนร่วมกัน
จนฉันเรียนจบชั้นมัทธยมศึกษาปีที่6

สร้างห้องน้ำชั้นลอยใหญ่มาก
และอีกมากมายที่ฉันเห็นมากับตา 
จนคิดว่าชีวิตนี้คือฉันโชคดีที่สุดแล้วที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่

สาเหตุที่ฉันอยากระบายความประทับใจนี้ออกมา
เพื่ออยากให้แม่เขารู้ว่า 

ความเหนื่อยของเขาไม่เคยศูญเปล่า ความไม่ท้อแท้ของเขาจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่นๆ โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็กอย่างฉันไง :) 
To be continued 
 

SHARE
Writer
Insomniac_13
Daughter, Writer
〝เปลี่ยนไปทุกวัน〞

Comments