คนตาบอดที่ยังมองเห็น.
ช่วงเวลาตอนนั้นมันดีจังเลยนะ... เวลาที่ยังมีเธอคอยอยู่ข้างๆ กัน "

                   ณ ช่วงเวลานั้นผมไม่เคยคิดเลยว่า มันจะมาถึงจุดๆ นึง...
                       ในจุดที่เราไม่สามารถพูดคุยกันได้อีกต่อไปแล้ว

                          ช่วงเวลานั้นผมมักจะถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า  
                                    " มันมาได้แค่นี้เองหรอ? "  
                             " ทำไมมันถึงไปได้ไม่ไกลไปกว่านี้ละ? "
                        " มันมองไม่เห็นอนาคตของสองเราเลยใช่มั้ย? "

                                                 " ใช่... "
                  นั่นคือคำตอบเมื่อผมมีสติไม่ได้คิดถึงเรื่องเธออีกต่อไปแล้ว

เธอมีอนาคตที่แน่นอนรออยู่ข้างหน้าเมื่อเธอนั้นเรียนจบ เธอจะได้เข้าทำงานในที่ดีๆ 
ประกอบกับทางบ้านของเธอมีฐานะที่ค่อนข้างดีมากๆ ซึ่ง... มันก็ต่างจากตัวผมไปโดยสิ้นเชิง.... 

ในแต่ละวัน.. ผมต้องขวนขวายทุกวิถีทางเพื่อที่จะหาเงินมาใช้จ่ายในทุกๆ วันที่ผมต้องใช้ 
ไม่ว่าจะเป็นค่า อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ของใช้ หรือค่าใช้จ่ายรายเดือนอะไรก็ตาม
และมันก็แน่นอนว่ามันยากสำหรับผมมากที่จะมีอนาคตที่มั่นคง และ แน่นอน แบบนั้น..

ผมมีอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งก็ไม่ใช่ฟรีแลนซ์ที่เก่งอะไรมาก เพราะฉะนั้นมันก็ต้องมีซักเดือนที่ผมจะไม่มีงานเข้ามาเลย ก็แน่นอนว่าฟรีแลนซ์ไม่มีงานก็เท่ากับไม่มีเงินด้วยเช่นกัน... 

แต่ในช่วงเวลาที่มีเธออยู่กับผมนั้น เธอมักจะควักกระเป๋าสตางค์ของเธอขึ้นมาแล้ว
หยิบแผ่นกระดาษทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีเทา และยื่นมาให้ผมแล้วบอกกับผมว่า...

                                    "อันนี้เงินเก็บเราเอง เอาไปไว้ใช้ก่อนสิ"

แน่นอนว่าผมไม่มีทางที่จะรับมันไว้เป็นอันขาด.. ผมตอบเธอกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็ง และ มั่นใจว่า "ไม่เป็นไร เรายังมีเงินใช้เยอะอยู่เลย" ถึงแม้ในความเป็นจริงนั้นผมแทบจะไม่มีใช้เลยก็ตาม

ทุกครั้งที่เราเดทกัน ผมมักจะชวนเธอไปดูหนังอยู่บ่อยๆ เพราะมันสะดวกทั้งผมและเธอที่สุดแล้ว
ผมมักจะเป็นคนออกค่าตั๋วหนังให้เธออยู่ตลอด โดยที่ผมไม่คิดลังเลที่จะควักเงินของผมจ่ายในส่วนของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็มักจะยื่นข้อเสนอมาว่า "เดี๋ยวเราจ่ายส่วนของเราเอง"
หรือบางครั้ง เธอแทบจะออกในส่วนของผมให้เลยด้วยซ้ำ...
แต่ผมก็เป็นผู้ชายทั่วไปที่จะไม่ยอมให้แฟนของเราต้องมาจ่ายในส่วนของเราแน่นอน...

นอกจากเรื่องตั๋วหนังแล้ว เรื่องอาหาร นอกจากร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วไปแล้ว
ผมก็ไม่เคยพาเธอกินอาหารอะไรในห้างเลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะผมมองว่ามันแพงเกินกว่าเหตุจริงๆ ... ผมมักจะพาเธอเดินออกมาข้างนอกและหาร้านอาหารข้างทางกินกันซึ่งมันสบายสำหรับผมมากที่จะจ่ายในส่วนของผมและส่วนของเธอ และมันเป็นแบบนี้ทุกครั้งตลอดเวลาที่เราคบกัน

วันเวลาผ่านไป...
เรานั้นก็เข้ากันได้แบบสุดๆ ในแบบที่เธอคิดว่าผมคือจุดสูงสุดของความสุขในชีีวิตของเธออย่างที่
เธอไม่สามารถหาได้จากอะไร ในโลกใบนี้ ผมเข้าใจเธอในแบบที่เธอคิดว่าคนอื่นๆ ไม่สามารถเข้าใจและนั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงเลือกที่จะอยู่กับผม
โดยถึงแม้ว่าผมนั้นแทบจะไม่มีปัญญา หาเลี้ยงเธอเลยก็ตาม

ในช่วงเวลาที่เรากำลังมีความสุขและไปกันได้ด้วยดีอยู่นั้น วันหนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น
ปรากฏเบอร์โทรปริศนา ผมรับสายแล้วพูดอย่างเป็นทางการว่า "ฮัลโหล สวัสดีครับ" ...ปลายสายนั้นเป็นเสียงผู้ชายที่ค่อนข้างมีอายุ เสียงเหมือนกำลังอยากจะเอาเรื่องใครบางคนให้ได้
ถามกลับมาทางโทรศัพท์ว่า "ผมคือแฟนของ___ใช่มั้ย?" ผมตอบกลับไปอย่างเกรงใจว่า "ใช่ครับ" นาทีนั้นผมมั่นใจเลยว่าคนที่ผมกำลังคุยด้วยอยู่นั้นเป็นพ่อของเธออย่างแน่นอนแบบไม่ต้องสงสัย
                                 และผมก็ได้รับคำขอร้องจากผู้ชายคนนี้มาว่า 

                    "ขอละ อย่ามายุ่งกับลูกสาวของชั้นอีก ชั้นไม่อยากที่จะมีปัญหา"

ผมตอบกลับไปอย่างเกรงใจเช่นเดิมว่า "ได้ครับ" และก็วางสายไป จบการสนทนาครั้งแรกในแบบที่ทำให้ผมนั้นสตั้น มึน งง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมทำอะไรไม่ถูก ผมได้แต่คิดอยู่ในหัวว่า
"ทำไมต้องเลิกวะ? ในเมื่อคนมันไม่อยากเลิกจะให้เลิกง่ายๆ ได้ยังไง?" 

หลังจากผมวางสายผู้ชายคนนั้นไปแล้ว ผมก็ได้โทรไปหาเธอ น้ำเสียงของเธอที่พูดขึ้นมาหลังจาก
รับสายของผมแล้วนั้น มันทำให้ผมรู้เลยทันทีว่าเธอคงจะมีปากเสียงกับพ่อของเธอ...
ก่อนที่พ่อของเธอจะโทรมาขอร้องกับผมอย่างแน่นอน...
เธอบอกกับผมว่า "เราไม่อยากเลิก.. ไม่เลิกได้มั้ย?" ผมบอกกับเธอไปว่า "ผมไม่เลิกหรอก..."
ผมอยากจะพิสูจน์ให้พ่อของเธอเห็นว่าผมกับเธอนั้นรักกันและเข้ากันได้มากขนาดไหน....

หลังจากวันนั้นผมก็ยังคงคุยกับเธออยู่ นัดเดทดูหนังกันอยู่ แต่ก็ไม่ได้บ่อยเหมือนอย่างที่เคย
ผมต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ เพื่อไม่ให้ทางบ้านของเธอนั้นรู้ว่า เรายังคบหากันอยู่ แต่มันก็ผ่านมาได้
ไม่นานนัก.. เบอร์โทรศัพท์เบอร์เดิม เบอร์เดียวกันกับคราวที่แล้วได้โทรเข้ามาหาผมอีก
ผมรับสาย "ฮัลโหล สวัสดีครับ"
"นี่ยังได้ติดต่อกับ___อยู่ใช่มั้ย?" 
"ก็... ยังคุยกันอยู่ครับ" 
ผมตอบแบบนั้นไปแล้วแต่ดูเหมือนว่าปลายสายก็ค่อนข้างที่จะมีอาการโมโหอยู่พอสมควร...
"ทำไมละ?? ไหนว่าขอกันดีๆ แล้วไง ทำไมถึงยังไม่เลิกติดต่อกันอีก อยากมีปัญหามากนักใช่มั้ย?"
"ก็___ไม่อยากเลิกกับผมอะครับ จะให้ผมทำยังไง" ผมตอบกลับไปแบบนั้น... เพื่อหวังที่ว่า...
ผู้ชายคนนี้จะให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเอง แต่ละคร มันก็เป็นแค่เพียงละคร ในความเป็นจริง....
ปลายสาย : "เดี๋ยวชั้นจะบอกกับลูกสาวชั้นเองให้เลิกติดต่อกับแก แกก็ไม่ต้องติดต่อกลับมาอีก" 

                        "แกมันไม่มีอะไรเลย มีปัญญาที่ไหนจะมาดูแลลูกสาวชั้น??

และนั่นก็เป็นประโยคที่ทำให้ผมนั้นน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวและก็วางสายกันไป
จบการสนทนากัน ครั้งที่สอง ในตอนนั้นมันก็มืดมากแล้วละ ผมได้แต่คิดว่าเรื่องแบบนี้
ผมเคยอ่าน เคยเห็นมันแต่ใน นิยาย หนัง หรือ บทความ อะไรต่างๆ นานา 
แต่พอมันมาเกิดขึ้นกับผมจริงๆ มันทำให้ผมนั้นเจ็บและจุกแบบบอกไม่ถูก มันเจ็บที่รู้ว่า 

                                  "ความรักของผมนั้นมันกินไม่ได้"
  "ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ว่า "ผมนั้นแค่ไม่สามารถยอมรับกับมันได้ ก็เท่านั้นเอง"

เหตุการณ์นั้นผ่านไป ผมนอนตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เธอโทรมาหาผมบอกว่าวันนี้จะมาหา...
แต่ผมได้บอกกับเธอไปว่า "ผมไม่อยากให้เธอมา ผมอยากให้มันจบกันแค่ตรงนี้ไม่ดีกว่าหรอ?"
เธอตอบกลับมาพร้อมกับเสียงที่ดูเหมือนจะร้องไห้มาว่า "เราจะเลิกกันจริงๆ ใช่มั้ย?"
ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ และตัดสินใจตอบเธอกลับไปว่า.. 
           "เธอคิดว่าเราอยากเลิกหรอ?? แต่พ่อเธอบอกมาแบบนั้นจะให้เราทำยังไง??" 
ด้วยความที่ผมเป็นคนใจอ่อนมากเมื่อเห็นคนที่ผมรักนั้นต้องเสียน้ำตา ผมจึงตอบกลับไปเช่นนั้น
เธอตอบกลับมาพร้อมกับน้ำเสียงสะอื้นว่า "ก็ไม่ต้องทำอะไร ก็แค่คุยกันแบบนี้เหมือนเดิมนี่แหละ"
นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการและผมก็ไม่อาจจะที่จะปฏิเสธในสิ่งนี้ได้เพราะเพียงแค่คำว่า "ผมเห็นแก่ตัว"

แน่นอนอยู่แล้วว่าผมไม่อยากที่จะเสียเธอไปและผมก็มักจะหาทางใดทางหนึ่งอยู่แล้ว
เพื่อที่เรานั้นได้จะได้คบกันต่อ...
ผมเห็นแก่ตัวที่ว่าผมอยากให้เธออยู่กับผมเพราะเธอทำให้ผมมีความสุข.. แต่ในความเป็นจริงนั้น
เธอทำให้ผมนั้นตาบอด.....

ผลสรุปในวันนั้นเธอก็มาหาผม ผมได้ตกลงกับเธอว่า เราจะยังคบกันอยู่ แต่ว่าในหนึ่งเดือนเราจะได้เจอกันแค่ 1 ครั้งนะ.. ซึ่งเธอก็ตอบ "ตกลง" และเราก็ยังคงคบกันต่อไป...

เรา Video Call คุยกัน.. หลับพร้อมกันทุกวัน เรายังคงมีความสุขด้วยกัน แต่ว่าในใจลึกๆ ของผม
ผมรู้ดี ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ได้อีกไม่นานนักหรอก ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

ผมได้รับโทรศัพท์เบอร์เดิมที่ผมรู้ทันทีว่าเป็นของใครถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ Save รายชื่อไว้ก็ตาม
ผมรับสาย"ฮัลโหลครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แข็ง และพร้อมที่จะรับคำด่า คำปรามาส 
ต่างๆ จากผู้ชายคนนี้.. ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูโมโหมาเช่นเดิมว่า 
"นี่ยังติดต่อกับ____อยู่อีกหรอ?"
"ครับ.."
"นี่อยากจะมีปัญหากันมากนักหรอ? ทำไมบอกแล้ว ขอแล้ว และยังจะติดต่อกันอยู่อีก? 
แกคิดว่าแกเป็นใคร? มีปัญญาเลี้ยงลูกสาวชั้นให้ได้ดีแบบชั้นหรือไง? 
นี่ชั้นจะบอกแกเป็นครั้งสุดท้ายนะถ้ายังจะมายุ่งวุ่นวาย ติดต่อกับลูกสาวของชั้นอีก 
เดี๋ยวชั้นจะไปหาแกถึงตัวเลย"
"ครับ..."
แล้วก็วางสายกันไปทั้งที่ผมนั้นพูดเพียงแต่เพียงคำว่า "ครับ" อยู่อย่างนั้น....

ผมรู้สึกเหนื่อยกับสิ่งที่เป็นอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเหนื่อยกับเธอ....
เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากสำหรับผม แต่ผมนั้นมันไม่ใช่และไม่คู่ควรที่จะยืนอยู่ข้างๆ เธอ

                        "ผมคือเสี้ยนหนามในชีวิตของครอบครัวเธอ"

ผมทำให้ครอบครัวเธอนั้นต้องมีปัญหา ผมทำให้ลูกสาวของเขาเป็นคนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เพราะมีผมอยู่กับเธอ เธอถึงเลือกจะทำอะไรโดยที่ไม่คิดหน้า คิดหลังให้ดี..
เพราะมีผมอยู่กับเธอ เธอถึงยอมที่จะแลกทุกๆ อย่างเพราะผม....
และนั่นมันก็รวมถึงอนาคตของเธอด้วยเช่นกัน

ผมเหนื่อย ผมท้อ ผมรู้ดีว่ามันถึงจุดที่ผมควรจะไปได้ตั้งนานแล้ว แต่ผมก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้
เพื่อเป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงเธอไปโดยที่ผมและเธอไม่รู้ตัวเลยว่าเราเข้ากันไม่ได้ขนาดไหน.....

ผมและเธอกลายเป็นคนตาบอดที่ทำในสิ่งที่มันไม่ควรทำ เป็นในสิ่งที่ไม่ควรจะเป็น อันที่จริง..
ผมแม่งก็ไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้วแหละ ผมเจ็บที่จะบอกกับเธอไปว่า 

          "ผมไม่ได้รักเธอแล้ว ผมเบื่อเธอ เธอทำให้ชีวิตของผมนั้นมันวุ่นวาย มีแต่ปัญหา"                                  "ผมอยากจะไปหาคนใหม่ที่ดีกว่า"

ผมพูดกับเธอทางโทรศัพท์ไปแบบนั้นพร้อมกับวางสายใส่และไม่รับสายไม่ตอบแชทของเธออีก..
ผมเลือกทางที่ถูกต้องและมันก็ใช่และจริงที่สุด.. มันคือเส้นทางที่ผมควรจะทำมันมาตั้งนานแล้ว..
นั่นก็คือปล่อยเธอไป..
การจากลาทั้งที่ยังรักมันเจ็บขนาดไหน.. ผมเข้าใจก็ในวันนั้น...
ผมได้เข้าใจว่า ความรักมันไม่ใช่ทุกๆ อย่าง... สำหรับโลกแห่งความเป็นจริง.. 
มันไม่เหมือนกับในละครเลย... ที่ พระเอกนั้นรักกับนางเอก 
จนที่สุด พ่อของเธอนั้นเห็นใน "รักแท้" จึงปล่อยให้รักกันต่อไปแล้วละครก็ตัดจบอย่าง Happy..
แต่ของผมมันจบแบบที่ ผมยอมทำบางอย่างเพื่อให้เธอนั้นเกลียดผมและเดินจากผมไปตลอดกาล
เธอบล็อคการติดต่อทุกอย่างจากผมไปมาจนถึงปัจจุบัน........

ผมไม่สามารถติดต่อกับเธอได้ ผมแทบจะไม่ทราบข่าวอะไรเกี่ยวกับเธอเลย
ผมได้แต่เก็บเธอไว้ในความทรงจำที่ดี บางครั้งผมก็ยังอยากที่จะถามเธออยู่เหมือนกันนะ......
                            " ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?? สบายดีมั้ย? .. "

แต่ก็นั่นแหละ "คนบางคนมันไม่เหมาะที่จะเป็นได้แม้กระทั่งคนรู้จัก" เลยด้วยซ้ำ
ผมได้แต่เฝ้าภาวนา ขอให้เธอได้เจอกับคนที่ดี เพียงแค่นี้ที่ผมหวังว่ามันจะเป็นเรื่องจริง...

Story : WKstory.
Writer : WKstory. #WKstory
"สำหรับใครที่อ่านในโทรศัพท์อาจจะงงๆ กับการเว้นวรรคของผมหน่อยนะครับ เพราะผมเว้นไว้ให้มันดูมีอะไร เฉพาะคนที่อ่านในคอม ยังไงต้องขออภัยไว้ด้วยนะครับ ^^"
SHARE
Written in this book
ละครในชีวิตจริง
บางครั้งก็อยากมีความรักที่ Perfect เหมือนในละครเนอะ...
Writer
WKstory
Writer
อารมณ์ ถึง ตัวหนังสือ Call Me “EMO” Boy

Comments