[บทความนี้ไม่ใช่รีวิว] FRIEND ZONE ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน
คุณเคยแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเองมั้ยคะ ?
นานขนาดไหนที่ตกอยู่ในความสัมพันธ์นี้ ?

ตั้งแต่ Teaser ปล่อยออกมา ก็ยอมรับว่าคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้สูงมาก
พออ่านรีวิวที่มีเสียงออกมาว่าไม่ค่อยซึ้ง หนังตามสูตรเกินไปก็กลัวว่าตัวเองจะไม่ประทับใจ
กลับกันสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเข้าไปดูเองก็คือ...

"น้ำตาไหลตั้งแต่ 10 นาทีแรก"

มันซึ้งขนาดนั้นเลยหรอ?

ด้วยตัวเนื้อเรื่องและการรับรู้ของเราตอนนั้นก็อยู่ในระดับกลาง ๆ ค่ะ ไม่ได้ประทับใจเส้นเรื่องขนาดนั้น แต่จุดที่ทำให้ร้องไห้หนักขนาดนี้เป็นเพราะหนังเรื่องนี้ได้ เล่าเรื่องของเราให้เราฟัง เหมือนขนาดที่ว่า เราเห็นภาพในความทรงจำของเรากับภาพบนจอถูกฉายไปพร้อม ๆ กันเลยทีเดียว
 
[SPOIL 80%] ทุกอย่างที่เราบอกว่าใกล้เคียงคือใกล้จริง ๆ

1. เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

เรากับเพื่อนคนนี้เรียนห้องเดียวกันมาตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 จนมหาลัยก็ยังได้มาเรียนที่เดียวกันอีก
รวม ๆ ก็เกือบ 9 ปีแล้วที่เรามีคน ๆ นี้อยู่ในชีวิต

2. รู้ตัวว่าชอบเขา ตอนที่เขาไปมีแฟน!
เหมือนกับในหนังเลยค่ะ เคยมีเขาอยู่ข้าง ๆ มาตลอด พอเห็นเขาไปอยู่กับคนอื่นก็มีอาการหึง
ใช่ค่ะ กว่าจะรู้ตัวว่าชอบเขาก็ตอนเขามีแฟนแล้ว หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็เหมือนพังลงเพราะเราเองทำใจไม่ได้ เขาก็เหมือนจะรู้นั่นแหละค่ะว่าเราคิดยังไงก็เลยตีตัวออกห่างเรา คนที่นั่งเรียนข้างกันแต่ไม่พูดกันเลยมันเป็นช่วงเวลาที่อึดอัดที่สุดในชีวิตแล้ว พอเห็นเขาเป็นแบบนี้เราก็เฮิร์ทมากตามสเตป แต่ก็ลองเปิดใจกับคนอื่น ๆ ดูบ้าง ช่วงนั้นก็คุยหลายคนมาก เคยมีคนคุย มีแฟนแต่ก็ไปกับใครไม่ยืดสักคน
 
2.1 อันนี้ขอไม่ลงดีเทล หลังจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ผ่านไป เราทำใจได้กับสถานะเพื่อนที่แม้จะไม่ได้สนิทเท่าเดิม อย่างน้อยก็ยังได้กลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

3. บอกเลิกนัดทุกคน เพราะเขาเป็นความสำคัญลำดับที่ 1 ในลิสต์ของเรา
จากในทีเซอร์ ไม่ว่าปาล์มจะอยู่ที่ไหนกับใคร แค่กิ๊งโทรมาเท่านั้นเขาก็พร้อมจะไปหา
สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเรา(อีกแล้ว) ตอนนั้นที่คณะจัดทริปไปเที่ยวพม่า เราเองก็อยากไปเลยเป็นคนชวนเพื่อนในกลุ่มพร้อมกับเป็นคนแจกแจงรายละเอียดเสร็จสรรพพร้อมส่งเอกสาร

จนคุณเพื่อนสนิทคนนี้ทักมา
"วันที่ xx ไปดูหนังกัน"
"(คิดในใจ : เชี่ย วันนั้นอยู่พม่า เอาไงดีวะ)"
//อีกแชท "เราไปพม่าไม่ได้แล้วอ่ะ วันนั้นมีธุระ"

ตามคาดค่ะ เพื่อนคนสำคัญมาก่อนเสมอ ตั้งทริปเอง เทเอง.

4. เป็นผู้ฟังที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของเขากับคนรักของเขา
ตอนที่เขาเฮิร์ทเรื่องแฟนเก่า เขาก็มาระลึกความหลังให้ฟังว่าเคยไปที่นั่นที่นี่กับเขา
ตอนที่เขามีความรักเข้ามาอีก เขาก็เล่าให้เราฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ความสัมพันธ์แบบเฟรนด์โซนมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ

5. ใส่ใจกับเรื่องเล็ก ๆ
มันจะมีมนุษย์บางคนเท่านั้นแหละที่ใส่ใจกับเรื่องเล็ก ๆ อย่างปรับเวลาในนาฬิกาให้ แต่ไอ้ความใส่ใจนี้มันทำให้ใจเราฟูเพราะบางอย่างที่เขาทำให้เรามันเป็นความใส่ใจเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องทำให้ก็ได้อย่างเช่นย้ำกับแม่ค้าว่าให้ใส่พริกเยอะ ๆ เพราะจำได้ว่าเราชอบกินเผ็ด

6. เพลงโปรดของเราคือเพลงที่มีเขาอยู่ 
ฉากที่กิ๊งไปซื้อของกับพี่เท็ดแล้วบังเอิญได้ยินเพลง "คิดมาก" ที่เคยฟังกับปาล์มตอนไปทะเล มันเหมือนกับตอนที่เขายื่นหูฟังให้เราฟังเพลง ๆ นึงตอนกลับจากไปเที่ยวด้วยกัน กลายเป็นว่าเพลงไม่ใช่แค่เพลง แต่เป็นเครื่องมือบรรจุความทรงจำเอาไว้และคิดถึงเสมอเวลาได้ยิน

7. เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ "ข้ามเส้น"
กระบี่ สปาเบียร์ ชเวดากอง จุดเปลี่ยนของความรู้สึก
เป็นซีนที่มีการไต่ระดับของอารมณ์ได้สับสน งุนงง มีความสุขและเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กัน
"เป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว" ของนางเอกคือคำตอบของคนที่รักแต่ไม่กล้าเสี่ยงกับความสัมพันธ์แบบแฟนและถึงแม้ว่าตอนจบของเรื่องจะ Happy Ending ก็ตามเรื่องจริงของเราก็ยังข้ามเส้นตรงนี้ไปไม่ได้ เพียงแต่คงต้องยืมอีกประโยคในหนังมาบอกว่า
"การที่คนเราอยู่ในชีวิตของกันเเละกันมานานยังไงก็ตัดกันไม่ขาด"
เพราะถึงเราจะไม่ได้สนิทกันเท่าเมื่อก่อน เราก็ยังมีกันอยู่ในชีวิต

ใช่มั้ย ?

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ เราไม่ได้เขียนอะไรยาว ๆ แบบนี้มาหลายปี จนมาเจอหนังเรื่องนี้ที่รู้สึกว่าถ้าไม่เขียนก็คงอีกนานกว่าจะเจอหนังที่ทำให้รู้สึกอยากถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้มากขนาดนี้ แล้วถึงจะบอกไว้ว่านี่ไม่ใช่รีวิวหนังก็อดไม่ได้ที่จะขอพูดถึงบทและภาพรวมที่สติน้อย ๆ ในตอนนั้นพอจะวิเคราะห์ได้แล้วกันค่ะ

โดยรวมให้คะแนน 6/10 เพราะบทอ่อน มีความไม่สมเหตุสมผลอยู่หลายจุด มุกตัดมาใส่ในทีเซอร์เยอะเกิน ความที่เป็นหนังรอมคอมเลยทำให้จุดดราม่าไปไม่สุด ถ้าตัดเรื่องอารมณ์ร่วมทั้งหมดออกไปแล้ว ถือว่าเป็นหนังเกรด B ที่ดูเพลิน ๆ แต่ไม่ได้ตราตรึงใจเท่ากับหนังแอบรักเพื่อนเรื่องอื่นที่เคยดู
 บทส่งท้าย

เราไม่คาดหวังว่า ถ้าเแกได้ดูเรื่องนี้แล้ว
จะนึกถึงเรื่องระหว่างเราอย่างที่เรานึกถึงรึเปล่า

เราไม่คาดหวังว่าความสัมพันธ์ของเรา
จะต้องลงเอยด้วยความสุขเหมือนกับฉากสุดท้ายในเรื่อง

แต่สิ่งที่เราอยากให้มันเป็นจริง
คือคำอธิษฐานของปาล์ม
คือคำขอร้องในฉากขี่จักรยานของกิ๊ง
คือคำพูด ที่แกเคยพูดกับเราในวันเกิด

"อยู่ด้วยกันต่อไปนะ"

SHARE

Comments