TESLA
ฟังสิ!เสียงในความเงียบ!แสงในความมืด!คุณได้รับรู้ถึงมันไม่? 
พลังที่แม้ในกายคุณก็มี 
พลังที่มิอาจจะบรรยาย
พลังนั้นคือ
ไฟฟ้า
ลองนึกสิ ถ้าบ้านคุณยังใช้โคมไฟจากน้ำมัน ยังไม่มีหลอดไฟ ลองนึกสภาพที่คุณต้องขี่รถม้าแทนรถยนตร์ 
แล้วถามกลับมาว่า 
ไฟฟ้าคืออะไร?มันเป็นคำถามที่คุณ ไม่สามารถตอบได้ !!
จากยูโกสลาเวีย ชายคนหนึงเดินทางข้ามโลกมายังโลกใหม่ สหรัฐอเมริกา
ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ แต่มันสมองที่เหนือกว่าใคร
ไม่มีใครที่กล้าท้าทายเขา นอกจาก ชายนามว่า โทมัส เอดิสัน
เรียนก็ไม่เก่ง แต่ประดิษฐ์ได้หลายๆอย่าง เขามีโอกาสมากกว่าเทสล่า ด้วยการเข้าสู่วงการธุรกิจกับเจพี มอร์แกน เขาสร้างโลกใบใหม่ด้วยหลอดไฟเหล็กๆ 
แต่ความทรนงตนของเขาที่มองข้ามชายคนหนึง ที่มาจากแดนแสนไกล เดินทางมาข้ามมหาสมุทร ทำงานในห้องเดียวกับเขา จ้องสายตาไปที่หลอดเล็กๆหลอดเดียวกัน ชายที่หลายๆคนเรียกเขาว่า ผู้ถูกทรยศ นิโคล่า เทสล่า ก็ถูกลืมออกจากสายตาของเอดิสัน และ ของโลก

ก่อนจะมีหลอดไฟ ผู้คนยังไม่เข้าใจว่า ไฟฟ้าคืออะไร? และมันก็เป็นคำถามโลกแตกว่าไข่กับไก่อะไรเกิดก่อน ในช่วงชีวิตแรกของเทสล่า เขาเป็นเด็กเร่รอนในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ที่เข้ายึดครองยูโกสลาเวีย บ้านเกิดของเขา เขาทำงานครั้งแรกในบูดาเปสต์โดยทำงานที่บริษัทโทรศัพท์ เทสล่าได้ประดิษฐ์ลำโพงสำหรับโทรศัพท์ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่นั้น แต่มันก็ยังนิยามชีวิตของเขาไม่พอ วัยเด็ก เทสลามีปัญหาทางประสาทจาก โรคย้ำคิดย้ำทำ เขามักเป็นคนที่ถูกหลงลืม หรือ มองข้ามจากสังคม 
1884 เทสล่าขึ้นฟังที่นิวยอร์ก ในสหรัฐอเมริกา เขาเดินทางเร่รอนในโลกใหม่เพื่อหาชีวิตใหม่ เขามองรถไฟ ซึ่งพึ่งทำให้อเมริกันฟื้นตัวจากสงครามกลางเมือง และ เชื่อมทั้งประเทศเข้าด้วยกัน เขามองเหล็กกล้าของคาร์เนกี้ ที่ทำให้เกิด สะพาน ตึกสูง ใหญ่โตในนิวยอร์ก เขามองน้ำมันของร็อกกี้เฟลเลอร์ ผู้ที่ทำให้ทุกบ้านสว่างด้วยโคมไฟจากตะเกียงน้ำมัน และผู้ทำให้การขนส่งคมนาคมสะดวกขึ้น หัันหมอมาพันธบัตรของสหรัฐ ที่เจพี มอร์แกน หุ้นส่วนของเอดิสัน ได้ผลิตออกมา และนั้น เป็นที่มาให้เขาพบกับชายที่แรกเริ่มเขามองว่าเป็นคนมหัศจรรย์ โทมัส เอดิสัน ในช่วงชีวิตที่เขาทำงานกับเอดิสัน เขากลายเป็นกำลังหลัก ที่ทำให้ทุกคนรู้ว่า ไฟฟ้า นั้นคืออะไร สิ่งประดิษฐ์ที่โลกต้องตะลึง สิ่งประดิษฐ์ที่จะทำลายโคมไฟจากตะเกียงน้ำมันของร็อกกี้เฟลเลอร์ นั้นคือ หลอดไฟ ทั้งโลกจ้องไปที่เอดิสัน ในฐานะตำนานแห่งความมหัศจรรย์ผู้มอบแสงสว่างให้โลก แต่หารู้ไม่ว่า ทุกความสำเร็จย่อมมีคนถูกเหยียบ เทสล่า คือชายที่ประดิษฐ์หลอดไฟนิออน ให้มนุษยชาติ หลังเอดิสัน ได้กำไรมากมายจากการร่วมธุรกิจกับมอร์แกน เขาก็เริ่มเตะเทสล่าออกจากสายตา ในงานวิจัยที่พวกเขาทำด้วยกัน การใช้ไฟฟ้ากระแส่ตรงกับกระแส่สลับ พวกเขาสองคนมีความเห็นไม่ลงรอย ท้ายที่สุดจบลงด้วยการไล่เทสล่าออกจากงาน 
เทสล่ามุ่งมั้นที่จะบอกกับโลก ในยุคที่มอร์แกนบุกเบิกการใช้ไฟฟ้าแก่โลกว่า กระแส่ไฟฟ้าที่ดีและมีประสิทธิภาพ นั้นคือ กระแส่ไฟฟ้าสลับ ขณะที่เอดิสัน และ มอร์แกน โฆษนาชวนเชื่อว่ากระแส่ไฟฟ้ากระแส่ตรงปลอดภัยกว่า และ กระแส่ไฟฟ้ากระแส่สลับเป็นอันตรายถึงชีวิต
ในการประหารนักโทษคนสุดท้ายในคุกของฟิลาเดลเฟีย เอดิสัน และ มอร์แกนนำกระแส่ไฟฟ้ากระแส่สลับมาใช้ประหารชีวิตนักโทษ เพื่อแสดงว่ากระแส่ไฟฟ้ากระแส่สลับโดนนิดเดียวอาจถึงตาย แต่เขาก็ต้องหน้าแตกเพราะว่า มันใช้เวลานานมากกว่าจะทำนักโทษตาย และมันเป็นการย่างสดนักโทษคนนั้นอีกต่างหาก 
หลังถูกไล่ออก นิโคล่า เทสล่า ก็เริ่มก่อตั้ง ห้องปฏิบัติการ/บริษัท พัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้า ของตัวเองโดยมีผู้สนับสนุนด้านการเงินให้ สิทธิบัตรมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับแบบเหนี่ยวนำ และ หม้อแปลงไฟฟ้า ได้รับการจดทะเบียนโดย จอร์จ เวสติงเฮ้าส์ ผู้ที่จะกลายมาเป็นคู่ปรับด้านการไฟฟ้ากับเจพี มอร์แกน 

ปลายศตวรรษที่19 สหรัฐอเมริกา กำลังรุ่งโรจน์ ด้วยอำนาจทางน้ำมันของร็อกกี้เฟลเลอร์ อำนาจทางเหล็กกล้าของคาร์เนกี้ และ อำนาจการเงิน และการไฟฟ้าของ เจพี มอร์แกน กำลังไปได้สวย ด้วยความเก่งของหุ้นส่วนโทมัส เอดิสัน ทำให้เจพี มอร์แกนผูกขาดอำนาจการไฟฟ้าและการเงินของอเมริกัน เฉกเช่นร็อกกี้เฟลเลอร์และคาร์เนกี้ แต่สิ่งที่จะทำให้เขาหกล้ม ก็บังเกิด 
ด้วยการเมินชายที่เคยเป็นลูกจ้างของเอดิสัน เอดิสันเพื่อปล่อยยักษ์หลับให้ตื่น นิโคล่า เทสล่า เริ่มประดิษฐ์สิ่งของใหม่ๆและวิทยาการความรู้ใหม่ๆไม่ว่าจะเป็น สัญญาณวิทยุ การค้นพบหลักการสนามแม่เหล็กไฟฟ้า รีโมตคอนโทรล ทฤษฎีของเครื่องเรดาร์ การทดลอง X-ray ของเขาเขายังเป็นผู้คิดค้นตัวกำเนิดสัญญาณ (oscillator) หลากหลายรูปแบบอีกด้วย และ โครงการ Wardenclyffe Tower ซึ่งเป็นความพยายามในการส่งสัญญาณไร้สายข้ามทวีปแต่โชคร้ายที่โครงการนี้ไม่ประสบความสำเร็จ
แต่ในศึกประลองครั้งสำคัญของเขาคือ การค้นคว้าพัฒนาไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งในขณะนั้นมีการแข่งขันกับไฟฟ้ากระแสตรงที่ถูกพัฒนาขึ้นมา โทมัส เอดิสัน อย่างที่เรารู้ และในที่สุด  จอร์จ เวสติงเฮ้าส์กลับประสบความสำเร็จอย่างมากจากกระแส่ไฟฟ้ากระแส่สลับของเทสล่า เพราะด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่า และการขนส่งกระแส่ไฟฟ้าในระยะไกลกว่า ทำให้มอร์แกนโกรธ เอดิสันมาก เมื่อเขารู้ว่า เด็กน้อยที่ทำให้เวสติงเฮ้าส์ชนะเขา คือ เด็กคนเดียวที่ผลิตหลอดไฟให้เขา เอดิสันกับมอร์แกนจึงขาดกัน นับตั้งแต่นั้นมา มันดูไม่เหมือนชัยชนะ แต่เป็นเหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยนไปของชีวิตทำงานทั้งหมดของเอดิสัน 
เฉกเช่นเทสล่า เขาประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักและทำให้ผู้คนเห็นถึงความสามารถของจากโชว์สิ่งประดิษฐ์ที่ดูน่าอัศจรรย์ทั้งหลาย ถึงแม้ว่าเขาจะได้เงินจากสิทธิบัตรต่าง ๆ แต่เขาก็ได้ทำการทดลองอย่างมากมายด้วยเช่นกัน ทำให้ในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขาต้องเป็นหนี้ และ มีปัญหาด้านการเงิน ต้องอาศัยอยู่อย่างโดษเดี่ยวในห้องพักหมายเลข 3327 ที่โรงแรม New Yorker ด้วยลักษณะและธรรมชาติในการทำงานของเทสลาทำให้เขาถูกขนานนามว่าเป็น 
นักวิทยาศาสตร์เพี้ยนแต่นักวิทยาศาสตร์เพี้ยนก็เริ่มเจอทางตันของชีวิต เมื่อ มอร์แกนใช้อำนาจการเงินทั้งหมด ร่วมมือกับร็อกกี้เฟลเลอร์และคาร์เนกี้ในการทำลายบริษัทไฟฟ้าของจอร์จ เวสติงเฮ้าส์ ผลงานของเทสล่าก็ตก แม้เขาจะจัดโชว์ไฟฟ้าแสนมหัศจรรย์มากมายเท่าไหร่ก็ตาม ค่าตอบแทนของมันก็ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาเสียในงานวิจัยและพัฒนาต่างๆอันมากมาย
กลับมาประเทศยูโกสลาเวีย หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่1 ประเทศก็ฟื้นตัวจากสงคราม เทสล่ายอมกลับไปเที่ยวบ้านเกิดของเขาหนึ่งครั้ง นั้นคือ เมืองวิโสโก ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา อันเป็นที่ๆในอนาคตต่อมาหลังสงครามเย็น ที่ ดร.เซเมียร์ ออสมานากิช ค้นพบพีรามิดของเทสล่า อันชื่อว่า พีรามิดแห่งพระอาทิตย์แห่งวิโสโก อันที่จริงแล้ว มันไม่ใช่ของเทสล่า แต่เทสล่าเป็นคนที่สนใจในประวัติศาสตร์โบราณของมนุษย์ เขาคำนวนความเป็นไปได้ที่ชาวอิลลีเรียนโบราณจะสร้างพีรามิดที่ลากเส้นจากเบรุตในเลบานอน ผ่านวิโสโก เพื่อไปสโตนเฮนจ์ในบริเตน นั้นทำให้เขาเทสล่า กลายเป็นนักอนาคตนิยมคนหนึง ที่ประสบความสำเร็จ แต่เขาไม่ยอมบอกใครในเรื่องการค้นพบ เขาเขียนบันทึกและเก็บเป็นความลับ เพราะลักษณะนิสัยส่วนตัวของเขาประกอบกับช่วงยุคนั้น ทุกความคิด ทุกทฤษฎีจะกลายเป็นเครื่องมือหากินของร็อกกี้เฟลเลอร์ ไม่ก็มอร์แกน ไม่ก็คาร์เนกี้ เขาเลยเก็บมัน จนกระทั้งวันเขาตาย 
วันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1943ร่างของนิโคลา เทสลาถูกพบเสียชีวิตที่ห้อง 3327 โรงแรม New Yorker Hotel ในเมืองนิวยอร์ก โดยผู้พบศพเป็นคนแรกคือพนักงานทำความสะอาดชื่อ อลิซ โมนาร์คฮัน ที่เธอถือวิสาสะเปิดประตูห้องของเทสลาเข้าไปโดยไม่สนใจป้ายห้ามรบกวนที่เทสลาแขวนไว้ที่ประตูห้องเมื่อ 2 วันก่อน แพทย์วินิจฉัยว่าเทสลาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว รวมอายุได้อายุได้ 86 ปี ซึ่งไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่นอนของการเสียชีวิตได้ แต่มีการคาดว่าน่าจะอยู่ระหว่างช่วงบ่ายของวันที่ 5 มกราคม ถึงช่วงเช้าของวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 1943
หลังจากเทสล่าเสียชีวิตลง เจ. เอดการ์ ฮูเวอร์ ผู้อำนวยการเอฟบีไอได้บุกไปยังห้องของเขาและเก็บเอาบันทึกเอกสารทั้งทฤษฎี เครื่องมือ และวิทยาการต่างๆของเขาไปหมด เขาได้ทำบันทึกซึ่งต่อมาถูกเปิดเผยโดยรัฐบาลยูโกสลาเวีย เรื่องราวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทสล่าต้องถูกจัดการอย่างลับที่สุด และทุกฝ่ายต้องรักษาความลับของสิ่งประดิษฐ์ของเขาให้เป็นความลับตลอดไป
ก่อนจบ ผมบอกได้แค่ว่าเทสล่าค่อนข้างเป็นคนสันโดษและปลีกตัวจากสังคมเพื่องานทางวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเข้าสังคม ผู้คนรอบข้างต่างพูดถึงในเชิงบวกและชมเชยเขา Robert Underwood Johnson บรรยายถึงลักษณะเฉพาะตัวของเทสล่าว่า "เป็นคนอ่อนหวาน, จริงใจ, ถ่อมตัว, เรียบร้อย, มีความกรุณา, และน่าเชื่อถือ" Dorothy Skerrit เลขาส่วนตัวของเทสลากล่าวว่า "ความมีไมตรีและบุคลิกส่วนตัวที่ดูสูงส่งและสง่าผ่าเผยแสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของเขา" Julian Hawthorne เพื่อนของเทสลากล่าวว่า "หายากมากที่คุณจะพบนักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรที่เป็นทั้งกวี, นักปรัชญา, ผู้ที่ชื่นชอบดนตรีดีๆ, นักภาษาศาสตร์, และผู้ที่เชี่ยวชาญทั้งเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม"
หลังสงครามโลกครั้งที่2 สหรัฐอเมริกา ส่งเอกสารส่วนใหญ่ เกี่ยวกับเทสล่า ซึ่งรวมถึงวิทยาการ ทฤษฎีและข้อมูลความรู้ให้ยอซิป บรอส ตีโต้ ผู้นำยูโกสลาเวีย หลังจากที่พวกเขาเคยผลักใส่เทสล่ามานานแสนนานโดยที่ไม่รู้ตัว ตีโต้กล่าวไปว่า มีชายคนหนึงที่เป็นชาวยูโกสลาเวีย ผู้ที่ทำให้โลกของเรารุ่งโรจน์มาถึงทุกวันนี้ คุณก็รู้ว่าเขาคือใคร เขาคือ นิโคล่า เทสล่า 
ปัจจุบัน พันธบัตรอดีตยูโกสลาเวีย บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา และเซอร์เบียมีใบหน้าของนิโคล่า เทสล่า ชายที่ซึ่งเคยเป็นความลับ และไม่เป็นที่จดจำของโลก ในมหาวิทยาลัยซาราเยโว อันเป็นที่ๆเทสล่าเคยกลับมาท่องเที่ยว ได้มีการเก็บเอกสารและสร้างห้องสมุดเทสล่าขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของเทสล่าที่มีต่อโลก ในปัจจุบันเราได้เพียงแค่คาดหวังว่า ชายหญิงหลายๆคนที่เป็นแบบเขา คงจะมีพื้นที่ๆจะทำให้เขาเป็นผู้พลิกโลก อย่างที่เทสล่าเคยทำ แม้นในยุคในสมัยช่วงชีวิตของเขา เขาไม่อาจไม่โด่งดัง แต่นักภูมิศาสตร์ท่านหนึงซึ่งเป็นอาจารย์ของผมกล่าวว่า
คนที่ทำสิ่งดีๆแก่โลก ในยุคที่เขาอยู่ เขาก็เป็นแค่สิ่งธรรมดาที่ไม่มีใครยกย่อง แต่ในยุคต่อมา มรดกของเขาอาจทำให้ลูกหลานกลับมายกย่องคนที่สังคมไม่เคยเหลียวแล
SHARE

Comments