แผนการก่อรัฐประหารที่นำไปสู่สงครามกลางเมือง
แผนการก่อรัฐประหารรัฐบาลท้องถิ่นสาธารณรัฐสังคมนิยมโครเอเชีย ของกองทัพแห่งชาติยูโกสลาเวีย

ในปี1991 หลังการประกาศเอกราชตามประชามติของประชาชนที่อยากแยกโครเอเชียออกจากสมาพันธสาธารณรัฐประชาชนยูโกสลาเวีย

เหตุการณ์นั้นเรียกว่า Log Revolution ในวันที่17สิงหาคม 1991 กองทัพภาคที่5จากเมืองบีฮาช และกองทัพภาคที่6จากเมืองกนิน ก็ได้ทำการเคลื่อนกำลังพลเข้าซาเกร็บเพื่อก่อรัฐประหาร แต่พวกเขากับปะทะกับพวกชาตินิยมจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ปะทะดุเดือดจนกลายเป็นสาเหตุของสงครามประกาศเอกราชโครเอเชีย

การรุกรานโครเอเชียจึงเริ่มขึ้นหลังกองทัพภาคที่7ก่อการกำเริบเข้ากับฝ่ายชาตินิยม ทหารบอสเนียและทหารเซอร์เบียในนามกองทัพยูโกสลาเวียรุกรานโครเอเชียจนถึงเมษายน1992 ยูโกสลาเวียล่มสลาย และสงครามในโครเอเชียก็กลายเป็นสงครามกลางเมือง สามฝ่าย ระหว่างฝ่ายชาตินิยม ฝ่ายเซิร์บ และฝ่ายนิยมบอสเนีย

กลับมาที่Log Revolution นายพลมิลาน มาร์ติน กับนายพลอาตีฟ ดูดาโกวิชเคลื่อนกำลังพลในเช้ามืด โดยวางจุดยุทธศา่สตร์การรัฐประหารไว้คือ เมืองดูบรอฟนิก เมืองวูโกวาร และเมืองซาเกร็บ โดยฐานบัญชาการอยู่ที่เมืองกนินและบีฮาช รับคำสั่งโดยตรงจากซาราเยโว แม้การก่อรัฐประหารจะล้มเหลว แต่ก็ถือว่า เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่ยูโกสลาเวียพยายามทำให้โครเอเชียอยู่ภายใต้อำนาจยุโกสลาฟต่อไป แต่การใช้นโยบายกำปั้นเหล็กดังกล่าว รังแต่สร้างสงคราม และมันเป็นบทเรียนต่อทั้งคาตาลัน และปาตานี/สามจังหวัดชายแดนใต้ในประเทศไทย ต่ออนาคตชะตากรรมหากจะมีการของแยกดินแดน หรือ ประกาศเอกราช เพราะสุดท้ายกำปั้นเหล็กก็นำมาซึ่งสงคราม แม้แต่ในสามจังหวัดเรา เราก็เห็นอยู่ว่ากำปั้นเหล็กนั้นเองที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นในยุครัฐบาลทักษิณ จากที่ช่วงรัฐบาลนายชวน เหตุการณ์ได้ลดลงเหลือแค่ระดับสิบครั้งต่อปี นี้คือบทเรียนสำคัญต่อประเทศไทยและต่อทุกๆประเทศในโลกใบนี้
SHARE

Comments