มันจะไม่เข้ามาในชีวิตเลย จนกว่าเราจะยอมให้ออกไปบ้าง
1
สมัยก่อนเวลาได้ยินคำพูดประมาณว่า "ยิ่งให้ยิ่งได้" ผมจะรู้สึกว่าเป็นคำลวงโลก เป็นโฆษณาชวนเชื่อในหนังสือประเภทฮาวทู ที่เอาไว้หลอกล่อให้คนตกเป็นเหยื่อ
"ยิ่งให้ยิ่งได้" จะเป็นไปได้ยังไง เพราะเห็นอยู่ว่าให้ออกไปก็หมด ผมคิดว่า "ยิ่งให้ยิ่งเสีย" น่าจะถูกกว่า

ผมเชื่อว่าหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่งของคนเราก็คือ เราต้องไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ก่อน ซึ่งก็มีหลายครั้งที่เราเข้าใจถูก และหลายครั้งที่เราเข้าใจผิดก่อนเข้าใจถูกในภายหลัง เพราะหากสิ่งนั้นคือความจริง มันจะพิสูจน์ให้เราเห็นผ่านกาลเวลาเอง

2
สมัยทำงานหนังสือช่วงแรกๆ ผมจะเช่าอพาร์ทเม้นต์อยู่ เพราะใกล้ออฟฟิศ สามารถเปลี่ยนที่ทำงานได้ตลอด โดยผมมักจะเลือกห้องที่อยู่ทางด้านทิศใต้เสมอ 

แม้ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แดดจะส่องที่ระเบียง แต่ช่วงหัวค่ำเวลาออกไปยืนริมระเบียงแล้วชะโงกหัวออกไปนอกอาคาร จะสัมผัสได้ถึงลมตะเภา ที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี แต่แม้ผมจะเปิดประตูริมระเบียงกว้างมากแค่ไหน ทว่าสายลมดังกล่าวก็ไม่ยอมพัดเข้ามาในห้องเลย

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงตอนเรียนสถาปัตย์ เวลาออกแบบบ้านหรืออาคาร สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการดูทิศ เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน จะมีลมจากทิศตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามาเป็นเวลา 10 เดือน ส่วนอีกสองเดือนจะเป็นลมหนาวจากทางทิศเหนือ 

ดังนั้นสิ่งที่นักศึกษาสถาปัตย์ต้องทำก็คือ การวางตัวอาคารตามยาวไว้ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อให้ตัวบ้านหรืออาคารรับลมจากทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้มากที่สุด โดยจะต้องเจาะช่องลม (ประตู หน้าต่าง) เพื่อเปิดรับลมเข้ามา ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นพื้นฐานการออกแบบที่อาจารย์จะให้คะแนนเป็นสิ่งแรก และก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่สถาปนิกทุกคนใช้ในการออกแบบไปตลอดชีวิต

ส่วนสาเหตุที่เราต้องวางอาคารด้านยาว ทางทิศตะวันออกและตะวันตกนั้น นอกจากจะรับลมได้ดีแล้ว ยังทำให้ตัวอาคาร โดนแดดน้อยที่สุดด้วย

แต่มีเรื่องที่น่าสนใจคือ แม้จะทำเช่นนั้นเพื่อให้อาคารรับลมเต็มที่แล้ว แต่ก็มีอีกปัจจัยสำคัญที่หากไม่ทำควบคู่กันไป ไม่ว่าจะวางอาคารตามยาวมากเท่าไร ก็ไม่มีวันที่ลมจะพัดเข้ามาในอาคารเลย ซึ่งมันจะมีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น

3
หลังกลับจากทำงาน ทุกคืนในหอพัก โดยเฉพาะหน้าร้อน ผมจะเดินไปเปิดประตูห้องทิ้งไว้ บางครั้งผมจะเอาเก้าอี้มาวางไว้ไม่ให้ประตูปิด แม้ผู้พักอาศัยคนอื่นที่เดินผ่านตรงทางเดินจะแอบมองห้องของผมได้ แต่ก็ไม่ซีเรียส 

เพราะทันทีที่เปิดประตูห้อง โดยไม่ต้องวิงวอน ร้องขอ สายลมจากนอกอาคาร ก็จะพัดผ่านริมระเบียงพุุ่งเข้ามาในห้อง แล้วทะลุผ่านประตูไป 

เพียงเพราะมีทางให้ลมออกในทิศตรงข้ามนี่เอง 

เช่นเดียวกับอาคารทุกหลังที่นักศึกษาสถาปัตย์ออกแบบ นอกจากจะต้องมีหน้าต่างรับลมด้านหน้าแล้ว ด้านหลังก็จะต้องมีหน้าต่างให้ลมพัดออกในทิศตรงข้ามด้วย

เรื่องตลกก็คือ ดูเหมือน "กระแสเงิน" และอีกหลายๆ สิ่งในชีวิตนั้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ความสุข กำลังใจ คำชม ความเคารพ ฯลฯ ก็จะทำตัวไม่ต่างจาก "กระแสลม" เลย คือ ไม่ว่าเราจะเรียกร้องหรือวิงวอนหามันมากแค่ไหน มันก็จะไม่ยอมเข้ามาในชีวิตเราเลย จนกว่าเราจะยอมให้มันออกไปบ้าง

ส่วนคำพูดที่ว่า "ยิ่งให้ยิ่งได้" จะเป็นจริงหรือไม่นั้น
คุณคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ เริ่มทำงานหนังสือด้วยการเป็น กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) ปัจจุบันเป็นบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ springbooks และ สำนักพิมพ์ shortcut / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / นักสะสมความรู้สึก / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ / โลกนี้สอนให้รู้ว่า... ฯลฯ

Comments

Deux
10 months ago
ส่วนใหญ่จะออกมากกว่าเข้าน่ะสิครับ
Reply
porglon
10 months ago
แสดงว่าทางออกกว้างมากครับ 555
Cakecre
6 months ago
คิดว่าจริงนะคะ แต่ห้ามเกินกำลังนะคะ
Reply