- เชื่อ บ้า กล้าก้าว Bangkokian's Cut -
*เรื่องนี้สร้างจากประสบการณ์จริง
ไม่ใช้ตัวแสดงแทน แม้ว่าจะอยากใช้แค่ไหน
.

1. ภายนอก. ถนนลาดพร้าว - ตอนเย็น

23 กันยายน 2561
นาฬิกาบอกเวลาสี่โมงครึ่ง
ผมนั่งรถเมล์สาย 92 ออกจากถนนวิภาวดีตรงสู่ลาดพร้าวเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน
ไฟสีแดงสว่างวาบเต็มท้องถนน
รถยนต์ทุกชนิดพากันจับจองพื้นที่ของตัว
หากไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดังอยู่ผมคงคิดว่านี่คือลานจอดรถ ไม่ใช่ถนน
ผู้คนที่เคยเต็มรถเริ่มร่อยหรอด้วยพากันลงเดินเสียครึ่งหนึ่ง

สามชั่วโมงผ่านไป
หลังเล่นมือถือจนแบตหมด และอ่านหนังสือใหม่จบไปครึ่งเล่ม
ผมตัดสินใจลงจากรถเมล์สาย 92 หมายเลข 37-133
เมื่อเวลาประมาณ 7.40 นาฬิกา
ผมหอบกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊กและหนังสือสำหรับทำงานขึ้นแบกบนบ่า
เนื่องจากสายสะพายของเป้คร่ำคร่าเก่าจนกว่าจะแบกรับน้ำหนัก 6 กิโลฯ ของมันเอง
แล้วเดินฝ่าความมิดและฝนโปรยตามผู้คนมากมายที่นำไปก่อนหน้า

จากซอยลาดพร้าว 43
ผมเดินผ่านรถสายที่นั่งมาคันแล้วคันเล่า
เรื่องน่าเศร้าบนถนนคือไม่มีรถคันใดที่ผมเดินผ่านมาสามารถแซงผมกลับได้เลย


ผมยกเท้าซ้ายไปวางหน้าเท้าขวา
และยกเท้าขวาไปวางหน้าเท้าซ้าย
กระบวนการดำเนินสลับกันไปเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนทางมืดมนแต่ไม่วังเวง
ผมพบและผ่าน 'เพื่อนร่วมทาง' มากมาย
.

2. ภายนอก. ถนนลาดพร้าว - กลางคืน

"รอนแรมมาเนิ่นนานจนเหนื่อยใจ
กับทางที่โรยเอาไว้ด้วยขวากหนาม"

ภาพที่ผมเห็นชวนให้นึกถึง Exodusในพระคัมภีร์ไบเบิล
ที่โมเสสพาชาวยิวอพยพออกจากอียิปต
รอนแรมกลางทะเลทรายไปสู่จุดหมายที่ได้แต่เชื่อด้วยใจศรัทธาว่าจะสักวันเราจะไปถึง
ผมหวังให้พวกเราทุกคนไม้ต้องใช้เวลาเนิ่นานเท่ากับโมเสส

ได้ยินเสียงถอนหายใจ ตามด้วยคำพูด "ไม่ขยับเลย"
ผมหันไปเห็นพี่คนหนึ่ง
ด้วยความเบื่อหน่ายผมหวังใช้บทสนทนาเบี่ยงเบนความสนใจจากระยะเดินที่มองไม่เห็นปลายทาง
เมื่อเห็นว่าจังหวะการก้าวเดินของเราไม่เร็วช้าไปกว่ากัน
จึงเริ่มต้นทักทาย "สวัสดีครับพี่ พี่เดินมาจากไหนเหรอ"
"ใต้ดินรัชดานู่น" เขาตอบ ขณะนั้นเราอยู่ประมาณซอยลาดพร้าวสี่สิบกว่าๆ
เขาตั้งใจจะกลับบ้านที่ซอยลาดพร้าว 110 ส่วนผมต้องเลยไปถึงแยกลำสาลี
เพื่อไปสู่ซอยรามคำแหง 60 เมื่อจุดหมายของเขาอยู่ในระหว่างทางของผม
เราจึงกลายเป็นเพื่อนร่วมทาง

สัพเพเหระไร้ความหมายแลกเปลี่ยนกันโดยต่างรู้ว่าทำไปเพื่อฆ่าเวลา
บ่นถึงสถานการณ์ที่พบอยู่ การก่อสร้างรถไฟใต้ดินที่ทำให้การจราจรเป็นคอขวด
และสภาพอากาศที่ไม่ได้มีความปรานีคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ฟ้า
เราเดินผ่านผู้คนนับไม่ถ้วน บ้างแลกเปลี่ยนถ้อยคำ
ขณะที่จักรยานยนต์หลายคันพากันยกล้อขึ้นบนทางเท้าเพราะถนนไม่เหลือหนทาง

มีพี่คนหนึ่งบอกพวกเราว่าเขาเดินมาจากใต้ดินรัชดาเช่นกัน
ช่วงนี้เขาเดินแบบนี้ทุกวันเพื่อกลับบ้านที่ซอยลาดพร้าว 80

มองไปบนถนนใหญ่ ไฟสีแดงยังคงสว่างค้างอยู่บนท้ายรถทุกคัน
เราเดินผ่านรถเมล์เสียคันหนึ่งซึ่งไม่ใช่ปัญหาทั้งหมดของการจราจร
เพราะพ้นจากมันไปหนทางยังติดขัดไม่ต่างกัน

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง
ผ่านแยกเลียบด่วนท่วมน้ำที่รถจากทางแยกซ้ายขวายังคงติดยาวไร้ที่ไป
ผมโบกมือลาพี่ร่วมทางของผม
หลังเขาตัดสินใจแวะบิ๊กซีลาดพร้าวเพื่อพักเหนื่อย
และซื้อของขวัญวันเกิดให้หลานวัย 4 ขวบ ที่บิ๊กซีลาดพร้าว
เราต่างอวยพรให้อีกฝ่ายถึงบ้านโดยไว
.

3. ภายนอก. ถนนลาดพร้าว - กลางคืน

"ต้องโทษดิน ต้องโทษฟ้า ต้องโทษเดือน และดาว"

ผมใช้ความหนุ่มพาตัวเองเดินต่อไป
และใช้เสียงเพลงที่แว่วมาจากร้านข้างทางเป็นครั้งคราว
ดับความเหนื่อยล้าและเบื่อหน่าย

จนเวลาล่วงเลยมาถึงสองทุ่มครึ่ง
เมื่อสังเกตเห็นว่ารถราทางขวาเริ่มตื่นจากนิทรายาวนาน
ผมจึงหยุดนั่งที่ป้ายประจำทางโรงพยาบาลลาดพร้าว
ซึ่งตั่งอยู่ระหว่างซอยลาดพร้าว 95 กับ 97
เพื่อรอรถโดยสารคันต่อไปที่พอจะพาผมเข้าใกล้บ้านของตัว

สาย 8 คันหนึ่งผ่านมา
แม้ใจยังกังขา
แต่ผมก็ยื่นมือออกโบกด้วยความหวังว่าครั้งนี้
รถจะพาผมไปถึงที่หมายได้ไวกว่าเดิน

เป็นครั้งที่สองของวันที่ได้นั่งรถโดยสารจนเมื่อย bottom
สถานการณ์ดีขึ้นแต่ไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นไปดังฝัน
ทว่าทางเลือกมีไม่มาก ผมจำทน
เปิดโน้ตบุ๊กขึ้นพิมพ์นิราศบ้านที่ท่านอ่านอยู่นี้แก้รำคาญ
.

4. ภายนอก. ถนนลาดพร้าว - กลางคืน

"ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง"
โรส ศิรินทิพย์ ร้องไว้อย่างนั้น

ผมขอเถียงสุดใจในฐานะชายผู้ชอบทำร้ายตัวเองว่า
การจราจรกรุงเทพฯ ทำร้ายผมมากกว่าที่ผมทำร้ายตัวเองมาก

"เชื่อ บ้า กล้าก้าว"
ผมคิดว่าวันนี้คนไทยหลายคนได้เข้าใจความหมายของคำๆ นี้ในแบบของตัวเอง
แม้พี่ตูนและทีมงาน GDH อาจจะไม่ได้ตั้งใจหมายความมันแบบนี้
และผมอดคิดไม่ได้ว่าหากมีใครสักคนบริจาคให้คนไทยทุกคนที่ลงเดินในวันนี้
เราคงสามารถช่วยพี่ตูนซื้ออุปกรณ์สนับสนุนโรงพยาบาลที่ขาดแคลนได้อีกหลายแห่ง

คำถามคือเราควรต้องใช้เวลาเดินทางในกรุงเทพฯ ยาวนานถึงเพียงนี้หรือ
5 ชั่วโมงจากจตุจักรถึงลำสาลี

ไม่สมควรเลย แทนที่จะได้ทำงาน
ไม่สมควรเลย
ไม่สมควรเลย

รถกลับมาติดใหม่ในแยกย่านคุ้นเคย
ลำสาลียังคงเป็นสีแดง
ผมหอบสัมภาระขึ้นบนบ่า
สืบเท้าผ่านประตู
ก้าวสู่ความมืดมิดอีกครั้ง

จบบริบูรณ์
(แต่ผมว่ามี continue แน่ๆ กับจราจรนี้)
###

Post-credits scene
เผื่อใครอยากทราบ ผมถึงบ้านเวลา 21.33 น.


SHARE
Writer
ThatGuy
consumer
เราเอง

Comments

Deux
2 years ago
น่าเห็นใจคนกรุงจริงๆ
Reply