" กาลอวกาศ " อาจมีอยู่ในทุกสิ่ง
บางที
คำว่า " กาลอวกาศ "
ก็อาจไม่ได้มีอยู่แค่ในจักวาล

แต่อาจปรากกฎอยู่ในทุกสิ่งอย่าง
และชักนำไปสู่เหตุการณ์ต่างๆ
ไม่ใช่เพียงวังวนของจักรวาล

แต่จักรวาลต่างหาก
ที่อาจเป็นเพียงหนึ่งในวังวนของมัน






..........
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
.




11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

LIGO ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง
จากการเคลื่อนที่ชนกันของหลุมดำ 2 หลุม
ที่มีขนาดใหญ่ราว 30 เท่าของดวงอาทิตย์ 
และเกิดขึ้นตั้งแต่ 1,300 ล้านปีก่อน


ตรงตามแนวคิดที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เคยให้ไว้

ว่าตามสมการคำนวณแล้ว
เมื่อวัตถุขนาดใหญ่ยักษ์ในอวกาศมาปะทะกัน
เช่น ดาวนิวตรอนคู่หนึ่ง หรือหลุมดำคู่หนึ่ง
จะต้องเกิดคลื่นความโน้มถ่วงขึ้น

หากแต่คลื่นดังกล่าวมีขนาดเล็กมาก
ร้อยกว่าปีที่ผ่านมาจึงไม่มีใครพิสูจน์ได้



เมื่อปรากฎคลื่นความโน้มถ่วงมีอยู่จริง
ก็อาจเป็นเช่นที่ไอน์สไตน์ได้เคยคำนวนไว้

อวกาสไม่ใช่เป็นแค่พื้นที่ที่ว่างเปล่า
และมีดาวต่างๆ ลอยอยู่
เหมือนกับลูกโป่งที่ลอยในอากาศ
แต่เป็น " กาลอวกาศ "
ที่รวมกันระหว่าง space และ time
และเทหวัตถุทั้งหมดในอวกาศนั้น
เหมือนลูกบอลที่จมบ้างลอยบ้างอยู่ในน้ำ




อาจฟังดูคล้ายสิ่งใหม่
แต่บางทีอาจไม่ใช่เช่นนั้นเลยก็เป็นได้
มันไม่แปลกไม่ใช่หรือ
หากสิ่งของสองสิ่งกระทบกัน
แล้วจะเกิดคลื่นอะไรขึ้นสักอย่าง

เราอาจได้ยินเสียงของลูกบอล
ที่ตกกระทบพื้นตรงหน้าในทันที
แต่อาจต้องรอหลายวินาที
เมื่อเกิดระเบิดในอาคารที่ห่างไกล

การระเบิดไม่ได้เกิดเมื่อเราได้ยินเสียง
แต่มันเกิดก่อนหน้านั้นสักเท่าไรใครจะรู้

ในขนะที่เรามัวศึกษาอวกาสที่ห่างไกล
เพื่อค้นหาที่มาของสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อาจทำในสิ่งที่ตรงข้าม
ศึกษาสิ่งต่างรอบตัว เพื่อค้นหาที่มาของจักรวาล

ใครจะรู้ว่าบางที อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
อาจกำลังนั่งกุมท้องหัวเราะเยาะเราอยู่
พร้อมกับไอแซก นิวตัน และคนอื่นๆ
ที่เรามัวทำในสิ่งที่เป็นเรื่องง่ายให้มันยุ่งยาก




...........
..........
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
.




17 สิงหาคม พ.ศ. 2560 

หอสังเกตการณ์ไลโกและเวอร์โก
ตรวจพบการรวมตัวกันของดาวนิวตรอน
ในกาแล็กซี NGC 4993
อยู่ห่างจากโลกราวหนึ่งพันล้านล้านล้าน กม.
และเกิดเมื่อ 130 ล้านปีที่แล้ว
แต่ด้วยระยะทางที่ห่างไกล
ทำให้แสงและคลื่นความโน้มถ่วง
จากเหตุการณ์นี้เพิ่งเดินทางมาถึงโลก

ดาวนิวตรอนคู่ดังกล่าว
มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ราว 10-20%
แต่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างเพียง 30 กม.
มีมวลหนักถึง 1 พันล้านตัน
จากปริมาตรเพียงช้อนชาเดียว

การชนและรวมตัวกันของดาวนิวตรอนครั้งนี้
ทำให้เกิดการระเบิดแบบ "กิโลโนวา"
ที่รุนแรงกว่าซูเปอร์โนวาถึง 1,000 เท่า
ส่งคลื่นความโน้มถ่วง
ที่เกิดจากการกระเพื่อมของกาล-อวกาศ
ออกไปรอบทิศทางในจักรวาล


การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงดังกล่าว
ได้ทำให้กล้องโทรทรรศน์บนโลก 70 แห่ง
สามารถปรับทิศทางเพื่อติดตามบันทึกภาพ
และข้อมูลจากการชนกันของดาวนิวตรอนได้




มีทฎษฏีมากมายว่าไว้ในเรื่องการข้ามเวลา
ทฤษฎีสัมพัทธภาพคือหนึ่งในนั้น
เราต่างเคยได้ยินกันบ่อยครั้ง
แม้มันอาจไม่ได้เป็นความจริง

โดยหลักการที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ให้ไว้
ทฤษฎีสัมพัทธภาพไม่ใช่การข้ามเวลา
หากแต่เป็นการใช้คลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดขึ้น
เพื่อศึกษาที่มาของสิ่งต่างๆ ในอดีต

ถ้าเราเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง
เราจะสามารถย้อนเวลาได้

ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าไอน์สไตน์ได้กล่าวไว้
แต่มันเป็นไปได้ถ้าหากเราเดินนำแสงไป
เมื่อเราหันกลับมามองที่ด้านหลัง
แสงที่กระทบกับเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น
จะตามมากระทบผ่านสายตาเรา
และเราจะมองเห็นในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

เราอาจไม่ได้ย้อนเวลากลับไป
แต่เราอาจได้นั่งดูเรื่องราวเก่าๆ ที่เคยผ่าน
ไม่ใช่แค่เพียงแต่กับภาพที่เห็นเท่านั้น
แม้แต่เสียงก็อาจไม่มีข้อแม้

( อาจคล้ายหนังที่แผ่นสดุด
ภาพกับเสียงไม่ตรงกัน
หรืออาจทิ้งช่วงนานจนภาพจบ
แล้วเสียงจึงพึ่งตามมา )

ตราบเท่าที่เราอยู่กับที่
ถ้าแม้ว่าหูเราจะดีกว่านี้สักหลายเท่า
เราอาจได้ยินเสียงรถคันหนึ่ง
ที่ขับผ่านไปแล้วหลายสิบกิโลเมตร
ลากยาวไม่มีที่สุดก็เป็นได้





..........
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
.



ผมชอบแนวคิดเรื่องสมองของคุณขุนเขา
ว่าความคิดเรามันไม่ได้เร็วไปกว่าแสง
หากแต่ด้วยพื้นที่อันจำกัด
ความเร็วเพียงเล็กน้อย
มันก็มากเกินพอสำหรับจะใช้งาน

คอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์ที่มีสเปคเท่ากัน
มันจะน่าแปลกตรงใหนที่เราจะรู้สึกว่า
โทรศัพท์เครื่องนั้นมันเร็วกว่าคอมพิวเตอร์



หลายคนถามเรื่องการมองเห็นภาพของอดีต

จะเป็นไปได้มั้ยว่าภายในของสมอง
ก็อาจมีลักษณะเช่นกันกับ กาลอวกาศ
ไม่ใช่เพียงช่องว่างให้กระแสไฟฟ้านั้นวิ่งผ่าน

คลื่นสมองอาจเกิดจากการชนกันของบางสิ่ง
คล้ายวัตถุมวลสารต่างๆ ที่ชนหรือรวมกัน
ส่งผลเป็นปรากกฎการณ์ทางความคิด


เราไม่ได้มองเห็นดาวทุกดวงบนฝากฟ้า
และไม่อาจจะรู้ว่ามันจะมีมากขนาดใหน
ในบางครั้งเราก็เห็นดวงดาวที่โคจรผ่านไป
สมองก็อาจเป็นดั่งเช่นนั้น

เราไม่รู้ว่าว่าเรารู้อะไรบ้าง
ในบางครั้งสิ่งต่่างๆ เราก็นึกขึ้นมาได้
แต่ไม่นานเมื่อมันโคจรผ่าน
ความคิดนั้นก็หายไม่ปรากฎ


อดีตอาจเป็นดาวสักดวงบันทึกไว้
ปัจจุบันก็เป็นเช่นโลกที่เราอาศัยอยู่
อนคตแสนไกลเราไม่รู้
แต่คงอยู่ในสมองคล้ายดวงดาว

ถ้าวันหนึ่งดาวอดีตทั้งสองเข้าชนกัน
คลื่นความคิดอาจสั่นให้เราได้รับรู้
สติมั่นเป็นเช่นอุปกรณ์ใช้ส่องดู
เราอาจรู้เช่นอดีตที่เป็นมา



กาลอวกาศ อาจมีอยู่ในทุกสิ่ง
มันอาจเป็นแค่คลื่นปกติบางอย่าง
ที่มีความเร็วในการเดินทางที่แตกต่าง
ปรากกฎในสภาพแวดล้อมทุกหนแห่ง
สุดแต่ว่าใครจะพบ จะรับรู้มันไปแบบใหน































อยากลองเขียนเกี่ยวกับพวกนี้แต่เขียนยาก 😂

อันนี้ข้อมูลเพิ่มเติม

ความคิดของมนุษย์ มีความเร็วแค่ไหน (ข้อคิดจากขุนเขา)
http://www.dhamdee.com/?p=14210

พบคลื่นความโน้มถ่วงจากดาวนิวตรอนรวมตัวครั้งแรก
https://www.bbc.com/thai/international-41648232


คลื่นความโน้มถ่วง คืออะไร คลายข้อสงสัย 3 ข้ออธิบายสั้นๆ เข้าใจง่าย
https://hilight.kapook.com/view/132786

SHARE

Comments