ชีวิตยามสายที่หายไป
เป็นเช้าที่ได้สัมผัสแดดอ่อนๆยามสายปลายเดือนกันยายน ที่ฝนเริ่มจางลงบ้าง อากาศไม่ร้อนไม่หนาว แต่เป็นเช้าหนึ่งที่สภาพอากาศดี
วันนี้...เดินคนเดียว ขึ้นรถแท็กซี่ ไปทำงาน เจอผู้คน ดูคนไข้เสร็จ และนั่งแท็กซี่กลับคอนโดมาลำพัง...
เวลาได้เดินคนเดียวและปราศจากสิ่งรบกวนใจ อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง 
ปราศจากความคิดของผู้คนรอบข้างมาแทรกกับคลื่นความคิดของเราเอง
ก็รู้สึกว่าความคิดของตัวเอง และความรู้สึก ในด้านหนึ่งปรากฏชัดขึ้น...
ความรู้สึกในด้านที่ค่อนไปทางบวก แต่ก็ไม่ถึงกับสร้างสรรค์มากมาย เป็นความคิดที่แสดงตัวออกมา... จากตัวตนภายในของเรา
ช่วงเวลาเช้าๆจนถึงสายๆ ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการตื่นมาทำบุญตักบาตร เดินไปกินอาหารเช้าร้านใกล้ๆบ้าน ...จิบกาแฟ และดื่มด่ำและใช้ชีวิตอย่างเชื่องช้าบ้าง...

แต่ในความจริงที่มีอยู่ ชีิวิตก็ต้องดำเนินไปตามหน้าที่ มีสิ่งอื่นกำหนดเราไว้ เราไม่ได้กำหนดตัวเอง...

มีหลายเช้าที่รีบเดินจ้ำออกจากคอนโด เพื่อจะไปโรงพยาบาลให้ทันเวลาราวด์เช้า
เดินผ่านร้านข้าวราดแกงที่ดูหน้าตาน่ากิน กลิ่นยั่วยวนใจ แต่ไม่เคยได้แวะซื้อ เพราะไม่มีเวลามากพอจะยืนรอคิวสักสองสามคิว และก็เป็นอย่างนี้หลายเช้าผ่านพ้นไป ก็ไม่เคยได้กินข้าวร้านนี้ ทำได้แค่มอง...
หากวันไหนตื่นเช้า ได้ออกมาเช้ามากจนมีเวลาเหลือที่จะยืนรอได้  แต่ร้านก็ยังทำอาหารไม่เสร็จ

อีกความคิดความรู้สึกที่ปรากฏตัวขึ้นมา ก็คือคิดถึงยามเช้าที่ตื่นสายที่บ้าน
มีเวลาเปิดรายการโทรทัศน์ดูกับครอบครัวสมัยเด็กหรือโตมาชั้นมัธยม...
ความสุขช้าๆชิวๆ ที่อาจไร้ความหมายที่จะเปลี่ยนแปลงโลก 
แต่วันนี้ก็ได้ระลึกรู้ว่าอะไรแบบนั้น...มันมีความหมายกับการมีอยู่ของเราเหมือนกัน

ความรู้สึกนั้น...ที่ได้มี 'พื้นที่' ใช้ชีวิตแบบธรรมดา ยามเช้า มันเหมือนจะหายไปนานแล้ว...

เช้าไหนที่ว่างเร็วในวันเสาร์อาทิตย์ เรากลับมา ก็มาทำงานนำเสนอ ค้นหาข้อมูลความรู้ที่ไม่สิ้นสุด ไม่นาน ความเหนื่อยที่สะสมตัวมาตลอด ก็ทำให้เราง่วงจนผล็อยหลับไป
หรือพอเบื่อๆ ทำงานไม่ถึงไหน ก็ไปหาอะไรอร่อยกิน ไปร้านกาแฟ หรือไปห้าง เพราะเป็นที่ที่สะดวก และช่วยผ่อนคลายบ้าง ในความเร่งรีบของชีวิตเมืองกรุง

เส้นทางที่เคยฝันว่าจะทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลก จะทำเพื่อคนอื่นนั้น บางทีที่เคยกล้าฝัน ก็เพราะคิดว่าเมื่อถึงเวลามันจะอยู่บนความสมดุลย์ และเราจะควบคุมมันได้...

แต่มาคิดดู ยิ่งเดินมายาวไกล ความฝันก็ค่อยๆสลายหายไป ที่เหลืออยู่ มีเพียงสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้อยู่รอด และอยู่บนบทบาทหน้าที่ที่กำหนดมาว่าเป็นหน้าที่ที่่จะทำเพื่อคนอื่น...
แต่เราไม่อาจได้เห็นความรู้สึกของตัวเองที่ชัดเจนหนักแน่นอีก...

ชีวิตทุกวันช่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ใจร้อนรนว่าจะทำทันหรือเปล่า
จะตรวจคนไข้เสร็จทันเวลาเพื่อที่จะไปทำอีกอย่างหนึ่งหรือเปล่า
โดนกดดันในความสามารถ
นี่แหละ คือสิ่งที่บดบังความรู้สึกที่ต้องการ
และโอกาสที่จะได้ใช้จังหวะชีวิตที่ช้าลง ได้สัมผัสชีวิตอันเรียบง่ายที่อยากจะมีบ้าง สลับกันไปกับวันเร่งรีบ และทำงานอย่างจริงจัง มันไม่ค่อยจะมีอยู่..

ที่จริงแล้ว ช่วงเวลายามเช้า ยามสายที่น่าสัมผัสมันก็มีอยู่ของมันทุกๆวัน...
สายลม อากาศนอกสิ่งที่เรียกว่า "ตึก" ก็มีอยู่ทั่วไป
ทุกเช้าพระอาทิตย์ขึ้นเหมือนๆเดิม และตกในตอนเย็น 
แต่มันกลับเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยได้ออกมารับสัมผัส ด้วยชีวิตที่หมุนวนในความเร่งรีบ
เราถูกดูดกลืนและกดดันด้วยหน้าที่ ผู้คนรอบตัว

ก็แค่รู้สึกว่าลึกในใจเราต้องการบ้าง...ถึงสิ่งที่มันหายไป และไม่อาจทำได้ในตอนนี้
แค่รู้สึกว่าสิ่งที่่เราต้องการนั้นมันธรรมดามาก
และรู้สึกดี แม้เพียงชั่วครู่ที่วันนี้ไดัสัมผัสถึงและมีความทรงจำของความรู้สึกเหล่านั้นล่องลอยมา...

ถึงวันหนึ่งที่ลงตัวขึ้น เราคงจะได้ค้นหาจุดที่พอดีสำหรับตัวเราเอง

SHARE

Comments