สุดยอดไอเดียเกิดจากสิ่งรอบตัวเรา
การค้นพบที่ยิ่งใหญ่หรือไอเดียในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆมักจะเกิดจากสิ่งที่เห็นเป็นประจำแต่ถูกมองข้ามไป

Sir Isaac Newton ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลกได้จากความบังเอิญที่เห็นแอปเปิ้ลตกลงพื้น 
นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อน Newton ต่างก็เคยเห็นสิ่งของตกกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครเอะใจถึงเรื่องนี้

แก้วกาแฟร้อนๆมักจะสร้างความลำบากในการหยิบจับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายๆคนต้องประสบ แต่มีเพียงคนเดียวขึ้นมาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

วันหนึ่งในปี 1989 Jay Sorensen ขับรถมุ่งหน้าไปรับลูกสาวที่โรงเรียน แต่ระหว่างทางเขาแวะไปซื้อกาแฟร้อนที่ร้าน drive-through

เขารับกาแฟมาจากพนักงาน แต่เพราะมันเป็นกาแฟร้อนทำให้รับจากมือได้ยาก แถมดันซุ่มซ่ามทำกาแฟลวกนิ้วตัวเองอีก ทำให้ต้องรีบเอาแก้วกาแฟมาวางบริเวณหน้าตัก

วันนั้นเขาจึงเกิดความคิดที่จะแก้ไขปัญหาแก้วกาแฟลวกนิ้วขึ้นมาทันที

หลังจากที่ทั้งคิดค้นและทดลองทำ

ในปี 1991 เขาจึงสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ นั่นคือ ปลอกสวมแก้วกาแฟ 
 
มันอาจจะไม่ใช่นวัตกรรมเปลี่ยนโลก แต่มันก็แก้ปัญหาแก้วกาแฟลวกนิ้วได้ชะงัด 
เมื่อพูดถึงนวัตกรรม เรามักจะนึกถึงสิ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ต่อโลกของเราเท่านั้น แต่ความคิดเช่นนั้นทำให้เราติดชะงัก สิ่งประดิษฐ์เล็กๆที่แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ก็เรียกว่าเป็นนวัตกรรมเช่นกัน  

ตอนที่ Sorensen ประดิษฐ์ปลอกสวมแก้วกาแฟขึ้นมา เขาก็ไม่ได้คิดจะสร้างสุดยอดนวัตกรรม เขาเพียงแค่หาวิธีที่จะจัดการกับปัญหาที่เขาพบเท่านั้น แม้ปัญหาที่ Sorensen จัดการจะเป็นปัญหาในชีวิตประจำวันทั่วๆไปที่ดูไม่สำคัญ แต่สุดยอดสิงประดิษฐ์ทั้งหลายต่างก็มาจากปัญหาทั่วๆไปนี่แหละ

ช่วงหน้าฝนเรามักพบปัญหาถนนแฉะ ทำให้รองเท้าของเราต้องเลอะเทอะเสมอ จะให้ไปใส่รองเท้าบู้ทเฉิ่มๆก็กระไรอยู่ แต่ปัญหานี้แก้ได้ด้วย Dry Steppers พลาสติกคุณภาพสูงที่จะคลุมรองเท้าของคุณไม่ให้เลอะเทอะ อีกทั้งมีลวดลายในเลือกมากมายอีกต่างหาก เมื่อคุณใช้ Dry Stepper คุณก็ไม่ต้องกังวลปัญหารองเท้าเปื้อนอีกต่อไป

หรือถ้าคุณต้องการพกขวดน้ำไปทำงาน แต่ด้วยรูปทรงของมันทำให้คุณยัดเข้าไปในกระเป๋าเอกสารคุณไม่ได้ จะถือมันไว้ตลอดก็เกะกะมือ ยังดีที่มีคนที่พบปัญหานี้และออกแบบทรงขวดน้ำซะใหม่ให้เหมือนเป็นสมุดเล่มหนึ่ง ขวดน้ำที่มีรูปร่างเหมือนสมุดทำให้คุณพกใส่กระเป๋าได้สะดวก คุณสามารถดูรูปของมันได้โดยเสิร์ชหาคำว่า Letter paper shaped bottle 

ปัญหาต่างๆพวกนี้เราพบเจอมาแล้วทั้งนั้น แต่เราไม่ได้เอะใจว่า มันน่าจะมีทางแก้ที่ดีกว่านี้ 
-ความแตกต่างของปัญหาแต่ละระดับ-
ทีนี้เราน่าจะเห็นแล้วว่าปัญหามีอยู่ทุกที่ แต่ปัญหานั้นก็มีหลายแบบ ปัญหาบางอย่างก็สามารถกระตุ้นให้เกิดไอเดียในการสร้างนวัตกรรมได้ง่าย แต่ปัญหาบางอย่างก็ยากเกินกว่าที่เราจะคิดหาทางแก้ ดังนั้นถ้าเราสร้างนวัตกรรมขึ้นมาแก้ปัญหา เราก็ควรหาวิธีแยกประเภทของปัญหาก่อนว่าปัญหาแบบไหนที่สามารถนำไปสู่ไอเดียการสร้างนวัตกรรมได้ง่าย 
 
ประเภทที่ 1 ปัญหาที่มีทางแก้ที่ดีอยู่แล้ว 
ระดับความยาก : AAA 
ปัญหาบางอย่างมันก็มีทางแก้ที่ดีอยู่แล้ว อย่างเช่น ช่วงหน้าร้อน เราต้องการอากาศเย็นๆเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น เราสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเปิดพัดลมหรือเปิดแอร์

ถ้าคุณจะหาวิธีแก้ปัญหาประเภทนี้ให้ดีกว่าเดิม คุณต้องเค้นความคิดออกมาอย่างหนักซึ่งมันจะยากเกินตัว ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้น ดังนั้นทางที่ดีคือมองหาปัญหาประเภทอื่นที่ง่ายกว่า คุณไม่จำเป็นต้องรีบร้อนสร้างสิ่งที่ยากเกินไป

ประเภทที่ 2 ปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังไม่ค้นพบวิธีแก้
ระดับความยาก : AA 
ปัญหาพวกนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขเนื่องจากขนาดของปัญหาหรือความซับซ้อนของมัน ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาความยากจน ปัญหาการศึกษา เรารู้ถึงปัญหาเหล่านี้แต่ก็ยังไม่มีใครที่แก้ปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ เพราะมันจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรอย่างมากในการแก้

แต่ปัญหาพวกนี้ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ เพียงแต่ต้องรอเวลาเท่านั้น คุณเองก็สามารถแก้ปัญหาพวกนี้ได้ แต่ก่อนอื่นไปลองฝึกแก้ปัญหาที่ง่ายกว่านี้กันก่อนดีกว่า

ประเภทที่ 3 ปัญหาที่มีทางแก้อยู่แล้ว แต่ทางแก้เหล่านั้นยังมีจุดบกพร่อง 
ระดับความยาก : A 
นวัตกรรมทั้งหลายเริ่มต้นด้วยการมองหาปัญหาประเภทนี้ คุณสามารถสร้างนวัตกรรมด้วยการศึกษาทางแก้ที่มีอยู่แล้ว จากนั้นหาทางทำให้มันดีกว่า อย่างเช่น สมาร์ทโฟน นวัตกรรมที่เราต่างคิดว่ามันคือสิ่งสุดยอด แต่ไอเดียเริ่มต้นของมันเรียบง่ายมาก เพราะมันคือการใส่ฟังก์ชั่นหลายๆอย่างเข้าไปในมือถือธรรมดาๆเพื่อให้ทำงานได้หลากหลายมากขึ้นเท่านั้นเอง 
-เริ่มต้นแก้ปัญหาที่เอื้อมถึง-
เมื่อรู้ประเภทของปัญหาแล้ว คุณก็น่าจะเริ่มจำแนกปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ ทีนี้ลองคิดดูว่าคุณมีความเชี่ยวชาญด้านไหน คุณจะใช้ความเชี่ยวชาญที่คุณมีไปทำอะไรได้บ้าง 

จากนั้นมองหาปัญหาที่คอยกวนใจคุณตลอดเวลา ถ้าคุณคิดว่าคุณสามารถใช้ความเชี่ยวชาญจัดการมันได้ ให้ศึกษามันอย่างลึกซึ้ง เอาให้รู้ถึงสาเหตุของปัญหา ถ้าคุณเจอสาเหตุแล้ว ก็ถึงเวลาหาค้นหาทางออก

ในการค้นหาทางออก เริ่มแรกดูก่อนว่ามันมีคนหาวิธีแก้มาแล้วหรือยัง ถ้ามี วิธีนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอมั้ยหรือว่ามีจุดบกพร่อง ถ้าทางออกดังกล่าวยังมีจุดบกพร่อง สาเหตุอาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้ศึกษาไปถึงรากของปัญหานั้นก็ได้ ถ้างั้นแล้วลองคิดดูว่าคุณสามารถเอาทางแก้ที่ยังไม่สมบูรณ์เหล่านั้นมาพัฒนาให้ดีขึ้นได้อีกหรือไม่  

การพัฒนาสิ่งที่มีให้ดียิ่งขึ้นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา

ถ้าเป็นกรณีที่เป็นปัญหาที่ยังไม่มีทางออก ให้ร่วมมือกับคนอื่นเพื่อระดมความคิด ปัญหาที่ยังไม่มีทางออกนั้นเราไม่สามารถแก้ได้ด้วยเจาะไปที่รากของปัญหาได้ในทีเดียว แต่เราสามารถค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละส่วนได้ 

ถ้าคุณต้องการสร้างนวัตกรรม แล้วคุณพยายามนั่งเค้นสมองเพื่อหวังจะให้เกิดไอเดียสุดบรรเจิดล่ะก็ คุณมาผิดทางแล้ว

คุณต้องหันไปเดินทางใหม่

คุณต้องออกไปข้างนอกและมองหาปัญหาต่างหาก 



ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือ In Search of Time : What the smart invest in, that the average do not
SHARE
Writer
Stikpost
Readaholic / INFJ
กอบโกยความรู้ให้มากแล้วแบ่งใหักับผู้อื่น

Comments