เมื่อฉันเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (4)




อัพเดตอาการล่าสุดของตัวเองหน่อย
หลังจากที่ไปหาคุณหมอมาเมื่อวันที่ 20/09/18
มีการปรับเปลี่ยงตัวยา ตัวยาที่ช่วยทำให้นอนหลับแค่ตัวเดียว
ตัวอื่นยังเหมือนเดิม 



คุยกับหมอก็ไม่มีอะไรมาก
ความจริงก็ลึกๆยังเครียดเรื่องงานอยู่
คุยกันเรื่องความฝันหลังจากเรียนจบว่าอยากทำอะไร
ก็คงอยากเอางานที่ตัวเองเขียน พวกนิยายอัพลงเว็บอีกรอบ
ความจริงก็อยากไปเที่ยวต่างประเทศ ใกล้ๆก็คงเป็นมาเลเซีย เวียดนาม ลาว
แล้วก็สมัครงานไปเรื่อยๆก่อน ขอให้มีเงิน
เงินคือปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตไปซะแล้ว
เล่าเรื่องครอบครัวที่ดูสดใสขึ้น ล่าสุดพี่ชายหนีไปมีแฟนก่อนซะแล้ว
เรื่องต่อมาที่เล่าให้หมอฟังก็คงเรื่องเลี้ยงแมว 
วันเสาร์นี้ก็ไปรับน้องมาอยู่ด้วยกัน...





สำหรับเรา การมีน้องแมวมาอยู่ในชีวิต...เหมือนตัวเองกำลังเลี้ยงลูก




เรื่องเลี้ยงสัตว์กับคนรอบตัวนี่เยอะมาก
รุ่นน้องที่รู้จักกันเลี้ยงตะพาบ
อีกคนเลี้ยงแมว
อีกคนกำลังจะเอาหมาที่บ้านมาเลี้ยง
เหมือนกลายเป็นชมรมคุณแม่มือใหม่ สัตวแพทย์ที่คิลนิกไหนดี
พาออกไปเดินเล่นกันมั๊ย
ซื้อของกินแบบนี้ดีหรือเปล่า มันก็เป็นมุมที่น่ารักดีเหมือนกัน



เรื่องงานก็ดีขึ้นนะ มีช่วงที่ต้องพยายามบีบตัวเอง
ความขยันนี่มันต้องสร้างจริงๆ ไม่งั้นความขี้เกียจก็ชนะอยู่ดี
ต้องทำเป็นนิสัยให้มันติด การสร้างสมาธิให้ตัวเองหรือหาจุดสนใจให้ถูก



กลับมาเรื่องการกินยา 
ยาที่กินอย่างที่เคยเขียนไปคือมันเข้าไปช่วยการปรับสารเคมีในสมอง
ต้องกินยาอย่างต่อเนื่องและอย่าขาดยา ติดต่อกัน 1 ปี
คุยกับหมอเรื่องนี้เหมือนกันและมีช่วงที่เรารีบส่งงานลืมกินไป
ถามว่าอาการซึมๆมันกลับมามั๊ย ก็กลับมานะ
ส่วนตัวเรารู้ตัวนะ แต่มันเลยเวลาไปแล้ว...เลยไม่ได้กิน
ต่อไปคือต้องเตือนตัวเอง กลับมาตั้งนาฬิกาแจ้งเตือนว่าต้องกินยา
ส่วนหมอก็แนะนำว่า...



ยาก่อนนอนก็วางไว้หัวเตียง ส่วนยาหลังอาหารกันลืมก็ติดกระเป๋าสะพายไว้เลย



ไปรับน้องแมวมาแล้วด้วย รับมาวันที่ 22/09/18
พาไปหาหมอมาแล้ว ส่องกล้องก็เจอไรในหู
เพราะติดมาจากที่เดิมของน้องเลยรักษา นอกนั้นก็สุขภาพดี
ไรในหูของแมวก็ประมาณเหา แต่เกิดในหู
มีผลทำให้น้องแมวที่มีไรในหูเยอะสูญเสียการทรงตัว
เดินเอียงบ้าง ขี้หูน้องก็จะสีเข้มจนน่าตกใจ (หมอให้เขาไปดูตอนแคะขี้หูน้องออกมา)
แต่น้องไม่ซนมาก เป็นตัวเมียค่ะ มีชื่อว่า 'ลูน่า'
มาจากตัวละครจากแฮร์รี่ พอตเตอร์ ... ลูน่า เลิฟกู๊ด




เรื่องเขียนวิจัยก็ถือว่าก้าวหน้าไปเรื่อยๆค่ะ
จะบอกว่าเรากำลังใจดีด้วยล่ะมั้ง พยายามต่อสู้กับใจตัวเอง
มีความสุขวันต่อวัน คิดแต่เรื่องที่ดี
เรื่องไหนที่เป็นแง่ลบไม่ใส่ใจก็ดีมาก
ล่าสุดเจอมาเมื่อวานก่อน เพื่อนสมัยม.ปลายคนหนึ่งเขาเป็นโรคซึมเศร้า
แล้วเพื่อนอีกคนพูดไม่คิด...เพื่อนคนที่เป็นซึมเศร้าเลยด่า
ไอ้คนที่ไม่เป็นอะไรก็แคปเอาที่เพื่อนด่ามาสตอรี่ในไอจี
ตอนเราก็เงียบไม่ได้พูดอะไร ได้แต่อ่านแล้วก็พอเข้าใจ



พูดไม่คิดก็มีผลต่อความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม...ถึงจะเป็นแค่ข้อความไม่ใช่เสียงก็เถอะ


ตัวหนังสือไม่มีเสียง 
คนอ่านก็จินตนาการเสียงแทนไปแล้ว
แต่เพื่อนคนนี้ชอบพูดอะไรที่ไม่ค่อยคิดอยู่แล้ว
ก็ไม่รู้จะพูดยังไง บางทีก็พูดไม่เกรงใจคนอื่น...
โตๆกันแล้วก็ไม่รู้จะพูดยังไง



อาทิตย์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรมากเลย
ก็แนวจะเงียบเหงาด้วยซ้ำ...เพื่อนๆ พี่น้องก็ต่างคนต่างวุ่น
ไม่ได้มีเวลามาสมาคมพูดคุยกัน มิดเทอมด้วย
ช่วงการอ่านหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายของน้องๆ



เอาเป็นว่าขอจบตอนที่ 4 ไว้แค่นี้แล้วกันนะคะ
เจอกันสัปดาห์นะ :-)
ขอให้ทุกคนมีความสุขในทุกๆวันนะคะ




SHARE
Written in this book
บันทึกหลายสี
เมื่อเริ่มรักษาโรคซึมเศร้าที่สะสมมา 3 ปีกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง จุดหมายคือการมีความสุขที่แท้จริง
Writer
talkxritta
Night Owl.
บทสนทนาบนโต๊ะน้ำชาและหน้าหนังสือ

Comments