ทางผ่าน
    สวัสดีค่ะนักอ่านทุกๆท่าน บนโลกนี้มีคนหลายประเภท หลายรูปแบบ และเราเชื่อว่า หลายๆคนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ต้องเคยเจอคนประเภทนี้เหมือนกัน นั่นคือ คนประเภทที่เห็นเราเป็นแค่ทางผ่าน 
    
เห็นเราเป็นแค่ทางผ่าน
   เรารู้จักกับพี่คนหนึ่ง พี่คนนี้เป็นพี่ที่เรารู้จักจากการเล่นดนตรีด้วยกัน แต่ถึงจะเล่นอยู่ในวงเดียวกัน ก็ไม่เคยได้คุยกันเลยสักครั้ง มีแต่เคยสบตากันแค่ครั้งเดียว ตอนนั้นยอมรับว่าเราเริ่มชอบเขาเข้าแล้ว
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ
    ตอนนั้นเราคิดชอบเขา แต่พอถึึงช่วงที่การซ้อมเสร็จสิ้นและเดินทางก้าวเข้าสู่การแสดงในหอประชุมกว้างที่มีผู้ชมมากหน้าหลายตา เราโชคดีที่การแสดงตอนนั้นเป็นการแสดงออเคสตร้า ทำให้มีจำนวนผู้แสดงมาก และนั่นทำให้เราไม่ตื่นเต้น 

    ตอนนั้น เราจำได้เลยว่าพี่คนนั้นนั่งอยู่ตรงกลางของเวทีพอดี แสงสปอร์ตไลท์ส่องมาที่พี่เขาเต็มๆ เชื่อสิ ตอนนั้นเราหยุดที่จะมองเขาไม่ได้เลย เขาดูโดดเด่นขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าผู้คนมากมายจะอยู่ล้อมรอบเขา แต่เรากลับมองเห้นเขาอย่างชัดเจน 
เปรียบเธอเหมือนดาวที่ส่องแสงในฟ้ามืด
    ที่นั่งของเรานั่งอยู่ในแนวระนาบเดียวกันกับเขา ซึ่งการแสดงออเคสตร้า เขาจะจัดให้มีลักษณะโค้งเหมือนต้องการจะโอบอุ้มผู้ฟังด้วยเสียงดนตรีเรานั่งอยู่ตรงริมของแถวนั้นพอดี จุดๆที่เราสามารถมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจน
ถึงจะไกล...แต่ก็ชัดเจน
    พอการแสดงเสร็จสิ้นลง เราก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลย ตอนนั้นเราก็เริ่มทำใจได้และไปๆมาๆเราก็เลิกชอบเขาไปโดยปริยาย...

    แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี... เรากลับมาเจอเขาอีกครั้ง การกลับมาของเขาครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นของเรื่องที่กำลังจะเล่า
กลับมาทำให้ใจหวั่นไหว
    ใจเราในช่วงนั้นกำลังหวั่นไหว เราถึงขั้นไปนั่งแอบมองเขา เราไปทุกๆวัน แอบมองทุกๆวัน ทำให้เราหยุดที่จะให้ความสนใจเขาไม่ได้...
หยุดสนใจเธอ... ไม่ได้แล้วล่ะ
    เรามองเขาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเขาสังเกตเห็นและนั่นทำให้เขาก็แอบมองเรากลับในทุกๆวันเช่นกัน คุณผู้อ่านทุกท่าน พวกคุณอาจจะคิดว่า ทำไมเราถึงโชคดีแบบนี้ คนที่แอบมองมาแอบมองกลับ เราจะให้เวลาคุณสักครู่คิดถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้... ถ้าคุณใช้จินตนาการวาดเรื่องราวต่อไปนี้เสร็จแล้ว ก็ลุยอ่านต่อไปเลย
คนที่เราชอบ...เขาชอบเรา
    เย็นวันหนึ่งหลังเรากลับบ้าน พี่เขาทักเรามา เราตกใจมาก เราไม่คิดว่าพี่เขาจะทักมา ตอนนั้นเราก็ตอบไปแบบไม่รู้จะตอบอะไร พี่เขาก็เริ่มชวนเราคุยต่อไปเรื่อยๆ เราก็คุยกับเขา จนเราตกหลุมเขาเข้าให้แล้ว...
ฉันตกหลุมเธอเข้าให้แล้วล่ะ
    เรานั่งยิ้มเวลาคุยกับเขา มีความสุขทุกครั้งเวลาได้คุยกับเขา แต่พอนานไปๆ เราก็ได้รู้ว่าตัวเองอาจจะไม่สำคัญกับเขาก็ได้ ตอนแรกๆเขาทำให้เราสำคัญตัวเองผิด เขาตอบข้อความเราอย่างรวดเร็ว พอพักหลัง เขาเริ่มไม่ตอบเราเหมือนแต่ก่อน เขาเริ่มอ่านไม่ตอบ เริ่มที่จะปิดบังเรื่องบางอย่างและเขาไม่ทักเรามาก่อน...

    ซึ่งการกระทำแบบนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่า เรากำลังตามง้อตามจีบเขาอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายทักมาหาเราด้วยซ้ำ... เรายอมรับว่าเราไม่ยินดีีีที่่่่จะเป็นฝ่ายตามง้อเขา...

    เหตุการณ์ที่พูดมาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ถ้าแค่เวลาแค่นี้ เขายังทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้ เขาก็คงไม่ใช่สำหรับเราแล้วล่ะ เขาคงเห็นเราเป็นแค่่่ทางผ่่่าน...
คนที่ใช่มักจะมาในเวลาที่ใช่เสมอ
   สำหรับเรา เขาก็สำคัญนะ แต่ใจเราสำคัญกว่า... 
    เราอยากฝากเรื่องนี้ให้เป็นข้อคิดข้อเตือนใจให้กับคนหลายๆคน สำหรับคนที่มีคนๆนั้น คนที่ทำให้เราเจ็บ คุณลองคิดดีๆว่า ถ้าคุณไม่มีเขา คุณจะมีความสุขกว่านี้หรือเปล่า? ถ้าคำตอบคือใช่ เราแนะนำให้คุณอย่าทรมานตัวเองทนอยู่กับคนที่ทำให้เราเจ็บปวดใจในทุกๆวันเลย ชีวิตเรายังต้องเดินต่อ ส่วนคนที่คำตอบคือ ไม่ใช่ คุณก็ลองคิดดูว่าคุณควรจะจัดการหรือแก้อะไรได้บ้าง ดีกว่านั่งเฉยๆแล้วรอความเจ็บปวดที่มาจากเขาอย่าฝืนใจตัวเอง
                                         หนวดจิ้งหรีด
SHARE
Writer
cricket_world
writer
หนวดจิ้งหรีด

Comments