แวะมาขอคำปรึกษากับ Gladwell
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเล่มไหน แต่จำได้ว่าเขาเขียนว่า ถ้าอยากอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ก็เลือกเล่มที่เขียนโดยนักธุรกิจเพราะพวกเขามีประสบการโดยตรง การเลือกเล่มที่เขียนโดยอาจารย์สอนธุรกิจที่ไม่เคยทำธุรกิจมันไม่สามารถถ่ายทอดได้ดีเท่าคนที่ลงมือทำเอง

ซึ่งดูเผินๆมันก็จริง

แต่....

พอนึกอีกที แบบนี้คนที่ไม่เคยลงมือทำจริงก็ไม่มีสิทธิพูดเลยงั้นเหรอ

ถ้าเราเลือกตั้งธงว่า จะเลือกหนังสือที่คนที่ลงมือทำจริงเท่านั้นมาเขียน เราอาจจะมีหนังสือให้อ่านน้อยกว่านี้แน่ (คิดว่ามีกี่คนที่อยากเขียนจริงๆ)

การที่เราจะขอคำแนะนำจากใครซักคนไม่จำเป็นต้องไปหาคนที่มีประสบการณ์ด้านนั้นก็ได้ เพราะพวกเขาก็มีจุดบอดที่พวกเขาก็มองไม่เห็น 


Ray Dalio กล่าวว่า “ไม่มีใครที่สามารถมองเห็นมุมมองได้ทุกมุม เพราะงั้นเราต้องร่วมมือกับคนอื่นเพื่อให้มองได้กว้างขึ้น” 

Malcolm Gladwell ไม่ได้ทำธุรกิจ แต่เป็นนักเขียน แต่เขาสามารถมองเห็นจุดที่ผู้ประกอบการทั้งหลายมองไม่เห็นได้

ปกติผมมักจะได้ยินคนอยากทำธุรกิจ แต่ไม่ค่อยเห็นคนอยากเป็นนักเขียนเท่าไหร่ ไม่รู้เพราะคำว่านักเขียนไส้แห้งมันทำให้หลายๆคนไม่อยากเป็นรึเปล่า แต่อย่าง Gladwell นี่เรียกว่านักเขียนไส้เปียก (คำนี้ผมได้มาจาก อ.เฉลิมชัย) งานเขียนของเขาเป็นที่เลื่องชื่อ ผลงานของเขาผมว่าเป็นงานคลาสสิกได้เลยทีเดียว อย่างกฎ 10,000 ชั่วโมงนี่หลายๆคนยกขึ้นมาพูดทั้งนั้น

งานเขียนของเขาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับสิ่งที่หลายๆคนเข้าใจผิดและสิ่งที่ถูกมองข้ามไป ผู้ประกอบการหลายคนประสบปัญหาในการจ้างงานหรือเลื่อนตำแหน่งพนักงาน นั่นเพราะพวกเขามองข้ามปัญหาบางอย่าง แต่ Gladwell กลับมองเห็น

ทำไมเขาถึงมองเห็น?

“เพราะผมเป็นคนที่อยู่วงนอกเสมอ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนที่สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก มักจะมาจากคนนอกวงการเช่นกัน พวกเขามีความสดใหม่ มีมุมมองที่ใหม่ นอกจากนั้นคนกลุ่มเดิมมักไม่ค่อยชอบเปลี่ยนแปลง ความจริงแค่รักษาตำแหน่งเดิมให้มั่นก็เหนื่อยเกินพอแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เข้าทางพวกที่มีไอเดียใหม่กว่า”

ดูธุรกิจสื่อที่ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างหนักเป็นตัวอย่างได้ คนที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้มาจากวงการสื่อ แต่มาจากสายเทคโนโลยี และพวกนี้มีทั้งไอเดียใหม่และลงมือทำด้วยวิธีใหม่

ถ้าอยากทำธุรกิจให้โตเร็ว การสร้างนวัตกรรมย่อมเป็นทางเลือกที่ดี แล้วถ้าอยากเป็นนักเขียนไส้เปียกล่ะ ต้องหาอะไรใหม่ๆมาเขียนเหรอ

“สิ่งที่ผมเขียนนั้นก็เคยมีคนเขียนมาแล้วเป็นล้านเรื่อง แต่ผมนำเสนอคุณค่าในมุมมองใหม่และในบริบทที่ใหม่” 

นั่นคือจุดเด่นของ Gladwell เมื่อได้ยินชื่อ Malcolm Gladwell ก็แทบจะการันตีได้เลยว่างานเขียนนั้นข้อมูลแน่นปึ้กแต่อ่านสนุก ไม่ปวดหัวแน่นอน เรียกว่าเป็นแบรนด์เฉพาะตัว (Personal Branding) ได้เลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่อยากที่จะสร้างแบรนด์เฉพาะตัว

“มันอันตรายเกินไป ถ้าคุณทำงานด้านความคิดสร้างสรรค์และคุณไปจำกัดความของตัวคุณ ถึงแม้คุณจะให้คำจำกัดความถูกก็เถอะ แต่มันจะไปจำกัดความคิดของตัวคุณ ส่วนตัวผมจะใช้วิธีคิดที่ว่าผมสามารถสร้างสิ่งต่างๆอะไรก็ได้ที่ไม่เหมือนใคร ผมว่าการคิดแบบนี้มันก็ได้ผลดีนะ”

ในตลาดหุ้น เราควรเลือกลงทุนบริษัทที่โฟกัสกับธุรกิจของตัวเอง ถ้าบริษัททำเกี่ยวกับค้าปลีก ก็ไม่ควรจะไปสนใจเรื่องเก็งกำไรราคาน้ำมัน แต่การที่ Gladwell บอกว่าสร้างอะไรก็ได้ มันดูขัดกับการโฟกัสรึเปล่า

ที่จริงก็ไม่ สิ่งที่ Gladwell โฟกัสคือสิ่งที่หลายๆคนมองข้ามและสิ่งที่คนเข้าใจผิด ส่วนงานที่เขียนจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น Richard Branson เองก็มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งเพลง เครื่องบิน ธนาคาร ฯลฯ แต่เขาโฟกัสที่ความสนุก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหน ต้องให้ความสนุกในแบบ Virgin

แม้ Gladwell จะเป็นนักเขียน เขาก็ไม่ได้คิดว่าต้องเขียนงานที่คนอ่านคาดหวัง เขาคิดว่าการคิดถึงความคิดของผู้อ่านมักไม่ใช่วิธีที่ดี

“เวลาที่คนฟังคุณก็เพราะว่าเขาชอบคุณ ไม่ใช่เพราะว่าคุณคิดเหมือนกับเขา พวกเขามีความอยากรู้อยากเห็นและนั่นคืองานของผมที่จะต้องทำการค้นคว้า”

Gladwell ต้องการให้ความคิดมีอิสระ ไม่ยึดติด ในการทำธุรกิจเราก็ไม่ควรยึดติดเช่นกัน ตัวอย่างที่ยึดติดจนล้มละลายเราก็เห็นมาแล้วอย่าง Kodak ที่ดึงดันจะใช้กล้องฟิล์มและไม่สนใจที่จะพัฒนากล้องดิจิตอล แต่อย่างที่ Gladwell บอก คนกลุ่มเดิมมักไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง บางที Kodak อาจจะเหนื่อยล้าจนไม่อยากเปลี่ยนตัวเอง

แต่ถ้าไม่อยากเป็นแบบ Kodak เราก็ต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงบ้าง Gladwell ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

หลายๆคนไม่รู้ว่า Gladwell เริ่มมาทำรายการ Revisionist History ซึ่งเป็นรายการ Podcast (ผมก็เพิ่งรู้) ตอนแรกก็กะจะทำแก้ขัดเพราะเปลี่ยนบรรยากาศจากงานเขียนบ้าง แต่ไปๆมาทำมาได้ 3 season แล้ว

“การทำ Podcast ทำให้ความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมทำเปลี่ยนไป ผมได้เข้าไปอีกโลกหนึ่งที่ไม่คิดจะไป ผมแค่ลองทำเพราะเพื่อนชวนทำเท่านั้นเอง ตอนนี้ผมต้องทำงานร่วมกับคนอื่นมากกว่าแต่ก่อน การสื่อสารกับผู้ชมก็เปลี่ยนไป แต่ก่อนใช้แต่ปากกาในการสื่อสาร แต่ตอนนี้ต้องใช้เสียงตัวเอง ผมเคยคิดจะทำแค่แปปเดียวเท่านั้น แต่จู่ๆก็เหมือนว่าผมได้ค้นพบสิ่งที่ใช่กับตัวผม” 

“ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนบทภาพยนตร์ซึ่งไม่เวิร์คกับตัวผม แต่ผมก็สนุกกับมันนะ และผมก็ได้ทำ MasterClass ที่ผมก็ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน ผมเปิดรับคำแนะนำ สิ่งสำคัญคืออย่าไปจำกัดทางเลือกของคุณเอง คุณอาจจะมีกรอบเฉพาะตัวของคุณ แต่นั่นแหละคือการปิดกั้นโอกาส ถ้าคุณยังไม่ได้แก่ขนาดอายุ 85 ก็ไม่ควรทำเรื่องโง่ๆแบบที่ผมเคยนะ”
Gladwell ไม่ใช่นักธุรกิจ แต่คำแนะนำของเขาก็นำมาใช้กับธุรกิจได้ ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าไม่จำเป็นปิดตัวเอง อ่านแต่งานเขียนของคนทำธุรกิจ คุณอ่านงานของใครก็ได้ที่คุณคิดว่ามีประโยชน์ ถึงเขาคนนั้นจะไม่ได้มีประสบการณ์ที่คุณต้องการ แต่เขาอาจจะมีมุมมองที่คุณคาดไม่ถึง






ข้อมูลอ้างอิง : https://www.entrepreneur.com/article/317458
SHARE
Writer
Stikpost
Readaholic / INFJ
กอบโกยความรู้ให้มากแล้วแบ่งใหักับผู้อื่น

Comments