ฉันก็แค่เรียงโดมิโนให้เป็นแถวยาวแล้วค่อยแตะให้มันล้มสวยๆ ก็แค่นั้น
.....................................
.................

ฉันชอบวินาทีที่โดมิโนที่ตัวเองตั้งใจวางไว้ถูกแตะจนล้มระเนระนาดมากๆ
ยิ่งถ้าหากโดมิโนที่ฉันตั้งนั้นถูกจัดวางด้วยความยาวระดับหนึ่งแล้ว
เวลามันค่อยๆ ล้มตามลำดับการเรียงนี่มันช่าง....
จะว่าไปแล้วมันก็น่าจะมีอยู่จริงๆ ล่ะมั้ง
มนุษย์จำพวกที่ชอบนั่งมองตัวเองที่เพิ่งพังพินาศมาเพราะการตัดสินใจที่น่าจะผิดของตัวเองอะไรงี้
สำหรับคนอื่น ฉันว่านี่เป็นวิธีการข้ามตัวตนไปสู่ความเหนือชั้นของการมองโลกในอีกรูปแบบหนึ่งเลยแหละ ซึ่งบางครั้งฉันก็สับสนตัวเองนิดหน่อยว่า
การที่คนเราสามารถคิดกับตัวเองในแง่นี้มันถูกต้องหรือเปล่านะ


"ไม่เป็นไรหรอก ก็พอจะรู้อยู่แล้วน่ะ"
ฉันค่อยๆ ซึมซับนิสัยแบบนี้มาจากคนๆ หนึ่ง
พอนึกถึงคำพูดแบบนี้ของเขา โครงหน้าของผู้ชายจืดๆ เรียบๆ ที่มักจะตัดผมจนสั้นเกรียนเสมอๆ
แม้บ่อยครั้ง เขาจะพยายามไว้ผมจนยาวมากพอประมาณก็ตาม
แต่ความหยักศกของเขาก็มักจะทำให้สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะยอมไปตัดผมในที่สุด
ทรงผมที่พอยาวแล้วก็จะจับทิศทางไม่ถูก...
ไม่ว่าเรื่องราวต่างๆ จะแสดงคำตอบข้อสุดท้ายชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่สมหวัง
แต่ฉันก็มักจะเห็นเขาเดินเข้าไปในเส้นทางนั้นอย่างสบายใจ

"อือ"
ฉันคิดว่าความรู้สึกเศร้าเสียใจของเขานั้นอยู่ลึกเกินกว่าที่คนภายนอกจะรู้สึกล่ะมั้งนะ
หลังจากที่คนเหล่านั้นเดินออกไปแล้ว
ความว่างเปล่าในมวลอากาศที่คนที่เพิ่งจะเดินออกไปทิ้งไว้นั่นแหละคือความเศร้าของเขาล่ะมั้ง

"ต้องทำยังไงหรอ"
"หืม?"
ปกติแล้วฉันกับเขาน่าจะเป็นมนุษย์ที่ต่างสายพันธุ์กันอย่างชัดเจนในแง่ของการตัดสินใจล่ะมั้ง
ฉันคิดว่า การที่ตัวเองไม่พยายามเข้าไปสู่สนามรบที่มองออกชัดเจนว่าในนั้นมีกับระเบิดเต็มไปหมดนั่นคือเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือ
พอคิดแบบนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นใครคนไหนก็ตาม หากเวลาของความรู้สึกใช่มาถึง
ฉันก็มักจะไปหยุดยืนอยู่ที่ตรงปากทางเข้า
แล้วก็คำนวนถึงผลลัพท์ที่ได้จากระยะเวลาที่ไม่พอดีกันระหว่างฉันกับคนๆ นั้นในช่วงอายุแบบนี้
ฉันเป็นคนคิดมากเกินไปด้วยล่ะมั้งก่อนหน้านี้
ไม่สิ บางครั้งฉันก็คิดน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แล้วก็ปล่อยให้คนเหล่านั้นค่อยๆ หายไปอย่างไม่ไปแตะต้องความรู้สึกที่เหมือนจะเป็นส่วนเกินของชีวิตในตอนนั้น

ซึ่งทุกครั้งในขณะที่จ้องมองภาพรวมของผู้คนในบริเวณนั้น
เราทุกๆ คนล้วนแต่กำลังตัดสินใจจ้องมองสิ่งที่อยู่ข้างในสนามรบข้างหน้านั้นอย่างระมัดระวัง
ไม่มีใครก้าวเข้าไป
พอมองไปรอบๆ อีกครั้งเผลอแปบเดียว เขาก็เดินมาจากไหนก็ไม่รู้
แล้วก็เข้าไปข้างในด้วยความเร็วปกติ

ตู้ม

"โถ่ นึกว่าจะไปได้"

ตู้ม

คนบ้าอะไรเลือกที่จะเดินเข้าไปง่ายๆ แล้วก็เหยียบกับระเบิดซ้ำแล้วซ้ำอีกซะอย่างนั้น
"เล่นไหม"
เขาหยิบกล่องโดมิโนขึ้นมาชวนฉันเล่นในระหว่างการนั่งคุย
เราสองคนสลับกันตั้ง
ในระหว่างนั้นเขาก็พูดขึ้นมาว่า
"ปกติแล้วถ้าเราไม่เล่นต่อแต้มตามตัวโดมิโน แล้วก็เลือกที่จะเรียงเฉยๆ พอหมดกล่องแล้ว หน้าที่ของเราก็คือทำให้มันล้มอย่างสวยงามแล้วก็ต่อเนื่องกันเท่านั้นแหละ"
"หมายถึงอะไรหรอ"
"เปล่า ไม่ได้หมายถึงอะไรหรอก แค่รู้สึกชอบเฉยๆ ตอนที่ได้แตะให้มันล้มทั้งหมดได้ในครั้งเดียวน่ะ"

ฉันไม่เข้าใจความคมคายของสิ่งที่เขาพูดเลยตอนนั้น
แต่ก็พอจะรู้สึกได้อย่างหนึ่งว่า เขาชอบที่จะปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้
เป็นตัวโดมิโนที่จัดเรียงเอง แล้วก็ชอบที่จะทำให้มันล้มเองด้วยตัวเองล่ะมั้ง
ฉันไม่เข้าใจ
เธอไม่คิดหรอว่า การเป็นโดมิโนที่มันไม่ล้มก็สวยงามยิ่งกว่าอะไรแบบนั้น
บ้าชะมัด สร้างตัวเองขึ้นมาเป็นตัวตนในเกมที่จะต้องล้มถึงจะสมบูรณ์แบบ
มันเป็นความสุขชนิดไหนหรอ

"แล้ว... จริงๆ แล้วแกชอบที่จะเป็นแบบนี้หรอ"
วันหนึ่งที่ฉันพอจะสามารถเข้าไปแทรกแซงความว่างเปล่าของมวลอากาศตรงนั้นได้
ฉันก็เลยอยากที่จะถามลงไปให้ลึกยิ่งขึ้น
ลึกดิ่งลงไปจนกระทั่งได้ยินเสียงกึกก้องของพื้นน้ำหรือพื้นดินที่ตรงนั้นน่าจะมีประตูไปสู่ห้องลับของความรู้สึกที่แท้จริงของเขาอาศัยอยู่

"อะไรคือชอบที่เป็นแบบนี้หรอ"
"แบบ... แกมักจะเข้าไปยุ่งกับคนที่ไม่น่าจะโอเคอะไรประมาณนั้นน่ะ"

ไม่มีมนุษย์คนไหนแข็งแกร่งจนความเศร้าทุกอย่างเท่าที่มนุษย์ค้นพบนั้นจะทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
ฉันเชื่อแบบนั้น
เราก็แค่สร้างความซับซ้อนให้มันมากๆ ในความรู้สึก
ทำให้มันเข้ามาถึงตัวเองได้ช้าที่สุดก็แค่นั้นแหละ

".... ทำไมแกคิดแบบนั้นล่ะ"
"ก็ใครๆ ก็ดูออกน่ะ มันเป็นไปไม่ได้..."
"หรอ"

'มันไม่มีคนไหนหรอกที่จะชอบความรู้สึกแบบนี้'
ทุกครั้งที่ฉันเจอเขาในแต่ละช่วงอายุนั้น สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยก็คือความลึกของส่วนที่เก็บกักความรู้สึกเศร้าของเขานั้นคือสิ่งที่ฉันคิดว่าไม่ว่าจะขว้างหินอะไรลงไป
กว่าที่ฉันจะได้ยินเสียงก้องกังวาลนั้นกลับมา
ฉันก็ไม่ได้อยู่ข้างเขาเพื่อฟังเสียงอะไรตรงนั้นแล้ว

ความเงียบที่เขาจัดสรรมาให้ในช่วงเวลาเหล่านั้นค่อยๆ ตอบฉัน
รู้สึกตัวอีกทีกว่าจะได้ยินสิ่งที่ฉันอยากจะฟังก็ต้องรอจนกว่าเขาจะวางโดมิโนตัวสุดท้ายเท่าที่มีในตอนนั้นมาถึงฉัน
ซึ่งมันก็ช้าเหลือเกิน
แต่ก็เป็นสิ่งที่ฉันอยากได้ยินมันมากๆ
มันทำให้ฉันค้นพบความสวยงามจากการเจ็บไปเจ็บมาซ้ำๆ ในอนาคต
แน่นอนว่า ปลายทางของมันคือสิ่งที่คนเราเลือกที่จะจดจำมากที่สุด
แต่ฉันกลับคิดถึงช่วงเวลาก่อนหน้านั้นได้มากกว่า

ฉันค่อยๆ รับความเป็นเขาเข้ามาสู่ฉัน
เปลี่ยนแปลงบางสิ่งที่ไม่สมควรจะหาคำอธิบายแล้วก็เดินเข้าไปเหยียบกับระเบิดอย่างไม่สนใจระยะเวลาของการตัดสินใจที่ฉันเคยใช้ก่อนหน้านั้น
รู้สึกตัวอีกที
บนร่างกายของฉันนั้นก็เต็มไปด้วยรอยแผลที่วันหนึ่งฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันอีกต่อไปแล้ว
จ้องมองท้องฟ้าแล้วก็คิดถึงสิ่งที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้นแล้วก็สิ่งที่ฉันตัดสินใจทำให้มันเกิดขึ้นอย่างสบายใจ


ฉันนั่งลงในห้องแล้วก็จ้องมองกล่องโดมิโน
ก่อนจะเปิดมันขึ้นมาแล้วก็นึกถึงเสียงตอนที่มันล้มลงด้วยมือฉัน


................................................
........................


....
SHARE
Written in this book
From the Inside of My Oldest Heart
จากหัวใจเสี้ยวเก่าในโลกก่อนหน้านี้ที่ยังมีอยู่
Writer
Itymtakhang
mind writer
There's a monster in your head. :) (From Monster - Slow Reverse)

Comments

Cheloline
1 year ago
ถ้าเรายอมรับการเรียงโดมิโน่และล้มมันด้วยตัวเองรวมถึงความเจ็บปวดระหว่างล้มอย่างปิติ เราคงจะไม่คิดว่าความพยายามที่วางลงแล้วล้มมันกับมือเป็นสิ่งน่าผิดหวัง.. มั้ยนะ
Reply