อ่านแล้วเล่า Blue Ocean Shift วิถีสู่น่านน้ำสีคราม
หนังสือภาคต่อของ Blue Ocean Strategy ที่โด่งดังเมื่อร่วมสิบปีก่อน จนทำให้เกิดกระแสที่ใครๆก็ต้องการหนีจากน่านน้ำสีแดงฉานไปสู่น่านน้ำสีครามกันถ้วนหน้า

.

เพราะในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยพ่อค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ลูกค้านั้นกลับไม่ได้เพิ่มตาม ทำให้จากเดิมที่หนึ่งแบรนด์มีหลายคนมารุมเลือก แต่วันนี้แค่หนึ่งคนก็มีหลายแบรนด์มารุมล้อม

.

เอาแค่ว่า “หิวตอนดึก” ก็ไม่จำเป็นต้องกินแค่มาม่าเหมือนสมัยก่อน แต่เราสามารถสั่งพิซซ่า หรือสั่งแมค หรือแม้แต่สั่งไลน์แมนให้ออกไปต่อคิวซื้อมาม่าเจ๊โอมาให้เรากินที่บ้านก็ยังได้

.

เป็นยังไงครับ พอเห็นภาพการแข่งขันที่เกิดขึ้นที่ไม่ใช่แค่ มาม่า กับ ไวไว หรือ ยำยำ แล้วหรือยัง เพราะวันนี้มาม่านั้นเต็มไปด้วยคู่แข่งมากมาย

.

Blue Ocean Shift เล่มนี้ผ่านมาสิบปีเลยเต็มไปด้วยเรื่องราวที่หลายบริษัท หรือแม้กระทั่งรัฐบาลมาเลเซียยังเอาแนวคิดและวิธีการไปปรับใช้จนเกิดขึ้นจริงและได้ผลจังๆมาแล้ว

.

เช่น Group SEB บริษัทผลิตเครื่องครัวอย่างเครื่องทอดเฟรนซ์ฟรายที่แสนธรรมดา ที่ตลาดนั้นเติบโตช้าจนหยุดนิ่ง จนแทบไม่เหลือส่วนแบ่งให้ใครได้อีกแล้ว พาเครื่องทอดเฟรนซ์ฟรายตัวเองเข้าสู่น่านน้ำสีครามด้วยการนำเสนอเครื่องทอดเฟรนซ์ฟรายเพื่อสุขภาพ กินแล้วไม่อ้วน ให้กับกลุ่มคนที่ใส่ใจสุขภาพหรือไม่เคยสนใจการทอดเฟรนซ์ฟรายกินเองที่บ้านมาก่อนเลย

.

Group SEB ค้นพบว่าปัญหาในอุตสาหกรรมเครื่องทอดเฟรนซ์ฟรายตอนนั้นคือ ต้องใช้น้ำมันเยอะในการทอด ทำให้มีปัญหาในการกำจัดน้ำมันหลังทอดที่ยุ่งยาก แถมยังกินแล้วอ้วนเพราะอุดมไปด้วยน้ำมัน แถมเทรนการรักและใส่ใจสุขภาพของคนก็กำลังมาด้วย

.

Group SEB เลยนำเสนอนวัตกรรมเครื่องทอดเฟนซ์ฟรายใหม่ที่ชื่อว่า ActiFly ที่ใช้น้ำมันแค่ 1 ช้อนโต๊ะในการทอดเฟรนซ์ฟรายถึง 2 ปอนด์ ทำให้มีแคลอรี่น้อยกว่าการทอดแบบเก่าถึง 40% มีไขมันน้อยลง 80% แถมยังไม่ต้องหาที่ทิ้งน้ำมันหลังการทอดเหมือนเก่าให้ยุ่งยาก

.

ผลคือใครๆก็รักการกินเฟรนซ์ฟรายกันมากขึ้น ทำให้ทั้งตลาดโตขึ้นโดยไม่ต้องไปแย่งเค้กการตลาดก้อนเดิมเลย

.

จะเห็นว่า Blue Ocean Strategy หรือน่านน้ำสีครามนั้นไม่ใช่การแบ่งเค้กก้อนเดิมที่หดเล็กลงทุกวัน แต่เป็นการสร้างขนมเค้กทางเศรษฐกิจก้อนใหม่ขึ้นมา

.

เพราะแทนที่จะแข่งกันแย่งชิงลูกค้ากลุ่มเดิม Blue Ocean Strategy จะมองหาคนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เป็นลูกค้าในอุตสาหกรรมนั้นมาก่อน ด้วยการสำรวจว่าเพราะอะไรทำไมเค้าถึงยังไม่เป็นลูกค้าเรา และจะทำยังไงให้เค้ากลายมาเป็นลูกค้าเรา

.

ก็เหมือนกับธนาคารกรามีนที่โด่งดังในบังคลาเทศ จนกลายเป็นโมเดลธุรกิจธนาคารรูปแบบใหม่ที่ขยายออกไปทั่วโลก

.

เริ่มจากที่แต่เดิมอุตสาหกรรมธนาคารนั้นไม่เคยมองคนจนเป็นลูกค้ามาแต่ไหนแต่ไร ธนาคารกรามีนเลยเกิดขึ้นมาเพื่อให้โอกาสคนยากจนที่เป็นคนส่วนใหญ่ในบังคลาเทศได้เข้าถึงสินเชื่อก้อนเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้

.

และผลที่ได้คือทำให้เกิดเค้กก้อนใหม่ทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญขึ้นมา และทั้งหมดนี้จะเห็นว่าธนาคารกรามีนแทบไม่ได้ไปยุ่งกับลูกค้าของอุตสาหกรรมธนาคารเดิมเลย

.

หลายคนอาจเข้าใจว่า “นวัตกรรม” ที่จะพาองค์กรไปสู่น่านน้ำสีครามหรือ Blue Ocean ได้นั้น ต้องเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี หรือสิทธิบัตรการคิดประดิษฐ์ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

.

แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลยครับ เพราะ Blue Ocean จะเน้นถึงความสำคัญของ “นวัตกรรมทางคุณค่า” หรือ Value Innovation ที่ไม่เคยมีใครมอบให้ผู้บริโภคมาก่อน

.

เช่น สมัยก่อนหน้า iPod จะโด่งดังเป็นพลุแตก ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีเครื่องเล่น MP3 เกิดขึ้นมาก่อน และเครื่องเล่น MP3 ที่จุเพลงได้มากมายก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีแบบที่ iPod ทำ

.

แต่ที่ iPod ทำคือการมอบคุณค่าด้านความง่ายในการเข้าถึงเพลง MP3 เป็นพันๆเพลงอย่างง่ายๆโดยไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

.

จากเดิมการอัพโหลดเพลงลงเครื่อง และการหาเพลงที่ลงไว้ในเครื่องนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยถ้าเครื่องยิ่งจุเยอะก็ยิ่งยากที่จะหาเพลงที่อยากฟังเจอ

.

แต่ iPod นำเสนอพร้อมกับ Wheel หรือแป้นวงกลมที่ทำให้การค้นหาเพลงเป็นพันๆในเครื่องง่ายนิดเดียว และมาพร้อมกับ iTune ที่ทำให้การเอาเพลงเข้าและออกจากเครื่องนั้นง่ายเช่นกัน

.

เทคโนโลยีไม่ใหม่ แต่การนำเสนอใหม่ นำเสนอความง่ายให้กับคนอีกนับล้าน จนสร้างยอดขายให้หลายพันหลายหมื่นล้านกับ Apple

.

หรือ Saleforce บริษัทที่ให้บริการด้านโปรแกรมการจัดการลูกค้า หรือ CRM ที่สร้างตลาด Blue Ocean ขึ้นมา ด้วยการจับกลุ่มใหม่ กลุ่มคนที่ยังไม่เคยเป็นลูกค้า นั่นก็คือบริษัทขนาดกลางและเล็กอีกนับล้าน ที่ไม่เคยเข้าถึงโปรแกรมการจัดการลูกค้า หรือ CRM ได้

.

เพราะจากเดิมโปรแกรมเหล่านี้มีค่าลิขสิทธิ์ที่ราคาแพงมาก มากจนมีแต่องค์กรขนาดใหญ่เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ จากนั้นก็ต้องติดตั้งระบบที่ยุ่งยากวุ่นวาย และต้องเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญมากมาย ทำให้ลงทุนทีต้องใช้เงินมหาศาล

.

แต่ Saleforce เข้ามาเสนอการใช้งานแบบใหม่ที่เรียกว่า Software as a service หรือที่เรียกย่อๆว่า SAAS ที่ทำให้จ่ายเท่าที่ใช้ และเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบ Web ทำให้ไม่ต้องติดตั้งอะไรให้ยุ่งยาก

.

ผลคือบริษัทขนาดกลางและเล็กกลายมาเป็นลูกค้าของ Saleforce มากมาย จนปัจจุบันมียอดขายต่อปีกว่าหมื่นล้านเหรียญไปแล้ว

.

คาถาของธุรกิจแต่ไหนแต่ไรมาคือ “ลูกค้าต้องมาก่อน” แต่กับ Blue Ocean หรือกลุยุทธ์น่านน้ำสีครามคือ “ผู้ไม่ใช่ลูกค้าต้องมาก่อน”

.

เพราะถ้าคุณยังแข่งกันเพื่อลูกค้ากลุ่มเดิม คนเดิม คุณก็กำลังแย่งกันกินเค้กก้อนเดิมอย่างที่บอก

.

คุณต้องมองออกไปยังกลุ่มคนใหม่ๆ และเริ่มตั้งคำถามว่าทำไมเค้าถึงยังไม่เป็นลูกค้า และทำยังไงให้เค้ากลายมาเป็นลูกค้า

.

หรืออีกเคสของอุตสาหกรรมหลอดไฟที่เสนอขายในกลุ่มองค์กรด้วยกัน แต่เดิมนั้นลูกค้าหรือผู้ตัดสินใจคือฝ่ายจัดซื้อ ที่มักจะมองหาหลอดไฟที่ถูกที่สุดไว้ก่อน แต่ฟิลิปส์นั้นมีหลอดไฟนีออนคุณภาพดีแต่ราคาแพงกว่าคู่แข่งเลยตัดสินใจเปลี่ยนมุมมองต่อกลุ่มเป้าหมายใหม่

.

จากเดิมที่บริษัทหลอดไฟในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นจับจ้องแต่ฝ่ายจัดซื้อมาตลอด ฟิลิปส์กลับจับจ้องไปที่ CFO หรือผู้ดูแลการเงินขององค์กรแทน

.

ฟิลิปส์นำเสนอกับเหล่า CFO ว่า ถ้าเลือกใช้หลอดไฟนีออนของตัวเองแม้จะมีราคาซื้อแพงกว่า และระยะเวลาการใช้งานไม่ต่างกัน แต่ด้วยไม่เป็นขยะมลพิษเมื่อหมดอายุการใช้งาน ทำให้สามารถทิ้งลงถังขยะทั่วไปได้ เมื่อเทียบกับหลอดนีออนอื่นๆที่ต้องเสียค่ากำจัดทิ้งมากมายเมื่อใช้เสร็จ เมื่อนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาคำนวนในระยะยาวก็จะช่วยองค์กรประหยัดได้มากมาย

.

ผลคือฟิลิปส์เข้าหา CFO ได้มากมายด้วยการนำเสนอคุณค่าใหม่กับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่อุตสหกรรมหลอดไฟเดิมไม่เคยมองเห็น

.

ทั้งหมดนี้บอกให้รู้ว่า Blue Ocean ไม่ใช่การมองหาต้นไม้ที่ใช่เพียงหนึ่งต้น แต่เป็นการถอยมองออกมาในภาพกว้าง กว้างจากต้นไม้หนึ่งต้นเป็นเห็นทั้งป่า และถอยออกมาจากทั้งป่าเป็นภูเขาทั้งลูก และถ้าสามารถถอยออกมาจากภูเขาทั้งลูกจนเห็นทั้งโลกได้ คุณก็จะพาองค์กรไปสู่น่านน้ำสีครามได้ไกลกว่าคนอื่นครับ

.

อย่าลืมว่านวัตกรรมทางคุณค่า หรือ Value Innovation คือหัวใจสำคัญของ Blue Ocean ไม่ใช่ Technology Innovation อย่างที่เคยเชื่อกันครับ

.

Blue Ocean ไม่ใช่แค่เรื่องของนักธุรกิจ หรือนักการตลาดเท่านั้น แต่คุณสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับทุกเรื่องได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานการกุศล ในเล่มก็มีเคสที่ว่า วงดนตรีออเครสตา ก็มีเรื่องที่ผมยังไม่ได้เล่า จนถึงนโยบายระดับชาติที่ประเทศมาเลเซีย ก็มีเล่าไว้ในเล่มนี้

.

ดังนั้นผมคิดว่าไม่ว่าใครก็ตามถ้าอยากจะพาตัวเองไปสู่โอกาสใหม่ๆ ควรที่จะอ่านไว้แล้วเอาไปประยุกต์ใช้ในแบบของตัวเองครับ

.

สุดท้ายหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ทางสำนักพิมพ์ #NationBooks ส่งมาให้ผมอ่าน และยังใจดีถึงขึ้นเสนอว่าอยากได้เล่มไหนให้บอกได้ ขอบคุณสำหรับหนังสือดีๆที่ส่งให้อ่านถึงบ้านครับ

.

.

อ่านแล้วเล่า Blue Ocean Shift วิถีสู่น่านน้ำสีคราม

กลยุทธ์การเป็นผู้ชนะโดยไม่ต้องแข่งขัน

.

W. Chan Kim และ Renee Mauborgne เขียน

นรา สภัคโรจน์ แปล

สำนักพิมพ์ Nation Books

.

เล่มที่ 106 ของปี 2018

20180907
SHARE
Writer
nuinattapon
Reader
Hi my name is Nattapon I love to read and share story inside the book to everyone. I just want to share.

Comments

nananatte
1 year ago
อยากรู้เรื่องมาเลเซียค่ะคุณหนุ่ย เคสไหนเหรอคะ?
ป.ล. เล่มนี้สุดยอดไปเลยค่ะ
Reply
nuinattapon
1 year ago
เป็นเคสที่ประเทศมาเลเซียเอาแนวคิดนี้ไปใช้ในการปรับปรุงการคุมขังนักโทษครับ

จากเดิมที่เวลามีนักโทษเพิ่มต้องสร้างเรือนจำเพิ่ม ก็เลยได้แนวคิดว่าในเมื่อเรือนจำคือความปลอดภัย ทำไมไม่เอานักโทษไปไว้ในค่ายทหารที่ถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุดล่ะ

ทำให้ทหารและตำรวจทำงานร่วมกัน ใช้พื้นที่ร่วมกัน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างเรือนจำไปมหาศาล

ที่สำคัญพวกนักโทษคดีเล็กน้อยก็ปล่อยตัวให้เร็วขึ้น แล้วก็ใช้วิธีสร้างงานสร้างอาชีพให้แทน ไม่ต้องมาอยู่ปนกับนักโทษคดีร้ายแรง แล้วอาจจะกลายเป็นโรงเรียนบ่มเพาะวิชาโจรต่อไป

ผลคือคนกลับมาติดคุกซ้ำต่ำลงมากครับ
nananatte
1 year ago
omg....
ขอบคุณมากค่ะ เล่มนี้น่าอ่านจริงๆ ^___^
nuinattapon
1 year ago
แนะนำให้อ่านจริงๆครับ คุ้มค่าเวลาแน่นอน