Playlist No.1 : Perfect - Simple Plan
เราต่างเดียวดายเพราะความสิ้นหวัง และบางครั้งความหวังที่พังสลายอาจไม่ได้เกิดขึ้นด้วยฝีมือเรา แต่เกิดจากคนที่เขาบอกว่ารักเราที่สุด ทว่าความผุพังนั้นบังเกิดอยู่ภายในใจของตัวเราอย่างยากจะจางหาย

เรามักมีไอเดียความคิดโผล่มาตอนฟังเพลงบนรถเมล์ เราก็คิดว่าถ้าลองจับประเด็นเกี่ยวกับเพลงที่ฟัง แล้วลองเขียนออกมาดูจะเป็นยังไง ช่วงนี้เปลี่ยนมาใช้เนตมือถือแบบรายเดือน ก็เลยสมัครแพคเกจที่ใช้เนตได้ตลอดเวลาเพราะต้องทำงานข้างนอก เลยจากเดิมที่ฟังเพลงแบบ offline โหลดใส่เครื่อง เป็นการใช้ app แล้วก็เลยได้ขุดๆ หาเพลงเก่าๆ มานั่งฟัง เพลงนี้ก็คือหนึ่งในนั้น และเป็นเพลงที่โดนใจมาตลอดตั้งแต่ยังแปลไม่ออก

คือเราอาจจะแปลได้บ้างแค่ท่อนฮุคแหละ แค่นั้นก็สะเทิือนใจพอแล้ว คงเพราะเราหมกหมุ่นที่จะพยายามเก่งให้ได้มากที่สุด ทำอะไรให้ได้เยอะ คิดว่ายิ่งทำได้เยอะก็ยิ่งดีกับเราเอง แต่ความคาดหวังที่มีจากคนรอบข้างก็เยอะขึ้นและดูเหมือนไม่เคยจะพอ

ทางครอบครัวจะมีความคาดหวังในตัวลูกสาวคนโตสูงมากเหลือเกิน สูงขนาดที่...เราต้องแต่งตัวเรียบร้อย เรียนให้ได้ 3.5 ไปถึง 4.00 ได้ยิ่งดี ต้องไปโรงเรียนให้ทันเวลา และกลับบ้านเร็วก่อนห้าโมงเย็น เราไม่ได้ไปไหนกับเพื่อนจนประมาณม.ปลาย ยกเว้นงานโรงเรียน ห้ามเรามีเรื่องไม่ดีในโรงเรียนเด็ดขาด เพื่อนก็ต้องคบกับเพื่อนที่เรียนเก่งๆ ไม่ให้ทำกิจกรรมอะไร เรียนอย่างเดียวเท่านั้น

บางคนอาจจะบอกว่า หูว ไม่ขนาดนั้นหรอก แกอ่ะคิดมาก เราก็คิดนะว่าไม่อย่างไรเราก็ลูกพ่อลูกแม่ เราทำผิดได้บ้างก็ตามประสามนุษย์ พ่อแม่ก็น่าจะเข้าใจว่าเราไม่เก่ง แต่หลายครั้งที่เราล้ม มันเหมือนเราอยู่คนเดียวมากเลย

ตอนประถม เราต้องเรียนพิเศษทุกเย็น และเสาร์-อาทิตย์ก็ต้องเรียนอีก เรียนจนเรียกว่าบางวิชาเราเรียนเกินเพื่อนไปเยอะมาก แบบอยู่ป. 4 แต่เราเรียนเนื้อหาถึง ป.6 แล้ว น่าเสียดายนะที่อ.ไม่อนุญาตให้พาสชั้นขึ้นไป อ้างว่าเราเกิดช่วงท้ายปีของรุ่น ตลกดี จริงๆ อาจเพราะคุณสมบัติเราคงไม่ดีพอ

หลายครั้งที่เราเกลียดประตูรั้วบ้านตัวเอง เกลียดการที่ได้แต่มองออกไปข้างนอกแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไป ไม่ให้เล่นกับเด็กนอกบ้าน เราได้แต่เล่นคนเดียว ออกไปก็มีพี่เลี้ยงตามไปด้วย นั่นก็...จนกระทั่งพ่อกับแม่เจอพิษเศรษฐกิจ และเขาไม่มีเงินมากพอจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลเรา นั่นก็เหมือนเรามีอิสระมากขึ้นนะ แต่ในการปรับตัวก็ยาก

เราเริ่มต้องทำงานบ้านเพิ่มอีกอย่าง และต้องทำให้ถูกใจแม่ด้วย เพราะถ้าไม่ถูกใจจะโดนลงโทษรุนแรงสำหรับเรา แม่เราไม่สบาย ป่วยด้วยโรคทางประสาทที่ทำให้เวลาเครียดเขาควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ บางครั้งจะทุบตีเราหรือน้อง ทำลายข้าวของ บางทีก็ทะเลาะตบตีกันเองระหว่างพ่อแม่ เราได้แต่ก้มหน้าก้มตา เก็บตัว และคิดว่าเดี๋ยวไปโรงเรียนแล้ว ไปที่ไหนที่ไม่ใช่บ้าน 

สำหรับมัธยม แม่พยายามบังคับให้เราต้องเข้าโรงเรียนเก่าของเขา ที่ค่อนข้างจะเรียกว่าอันดับต้นๆ ของจังหวัด เราไม่มีความคิดอยากย้ายเลย แต่โรงเรียนเดิมเป็นเอกชน ค่าเทอมล่อไปเป็นหมื่น หมื่นของเมื่อครึ่งชีวิตของเราเรียกว่าเยอะนะ สำหรับสมัยนี้อาจดูไม่มากเท่าไหร่ แม่ทำแม้กระทั่งยอมเสียเงินฝากเราเข้าไป เพราะเราสอบเข้าไม่ได้ เราเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะย้ายเลยไม่อ่านหนังสือ ทำให้โง่เข้าไว้ แต่สุดท้ายก็ต้องย้ายอยู่ดี

เราจำได้ว่าหนหนึ่งที่แม่รู้ว่าเราไม่อ่านหนังสือสอบ แม่ไล่เราออกจากบ้าน ตอนนั้นเราได้แต่งง เราโดนสอนกึ่งๆบังคับให้ทำตามคำสั่ง แล้วนี่แม่เรา...แม่ไล่เราออกจากบ้าน เราควรทำไง? เราทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่เดินงงๆ ออกจากบ้านมาตอนเกือบๆ สามทุ่ม ดีว่าละแวกบ้านเป็นครอบครัวเดียวกันหมด เราเจอป้าของเราพอดี ทีนี้ป้ากับแม่เลยทะเลาะกันอีก เพราะป้าไม่พอใจที่แม่ไล่เราออกจากบ้านแบบนี้

บางครั้งเราก็คิดนะว่าถ้าเราไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต ไม่เหลือความรู้ที่มี ความสามารถที่ทำได้ ไม่มีรูปร่างหน้าตาแบบที่เป็นอยู่ พ่อแม่จะยังเห็นเราเป็นลูกไหม มันทำให้เรารู้สึกว่าสถานภาพภายในครอบครัวนั้นง่อนแง่น และเราต้องพยายามสร้างภาพที่เหมือนทุกอย่างปกติดี

แต่มันไม่เคยปกติดีเลย
จนถึงตอนนี้...เรียกว่าเราพังสลายลงโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถทำงานได้ บางครั้งนั้นหนักหนาขนาดที่ลืมตัวว่าอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ ไม่แม้แต่จะทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ลองเป็นแบบนี้...ครอบครัวก็น่าจะเป็นที่พึ่งให้เราได้

สุดท้ายเมื่อเราไม่มีอะไรจะให้ ก็เหมือนเราเป็นภาระ ทุกคนลืมหมดว่าเราเคยทำอะไรให้ ไม่มีใครจดจำสิ่งดีๆ ที่เราพยายามทำ มีเพียงแต่ความรู้สึกขุ่นมัว ของลูกสาว พี่สาวที่ไม่เอาไหน แบกรับความเครียดไม่ได้ สารพัดสิ่ง

บางทีความตายอาจจะเป็นคำตอบที่ดี เราไม่ต้องเป็นภาระใคร ไม่ต้องอยู่ให้ใครเสียใจ ไม่ต้องเสียเวลาพยายามหายใจทุกวัน แต่ก็นะ...เราดันอยู่ในจุดที่สามารถเข้าใจได้แล้วว่าอาการเหล่านี้ไม่ปกติ และแม้ว่าครอบครัวที่เรามีมันจะไม่สวยงามนัก ทว่าถ้าเรามีชีวิตอยู่ เราก็สามารถสร้างครอบครัวใหม่สำหรับเราได้

มันต้องมีสักที่ที่เราไม่ต้อง Perfect 
แต่ fit สำหรับที่นั่น
ถ้าใครเจอชะตากรรมคล้ายๆ กัน เราก็อยากบอกว่าเราเข้าใจนะ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ในด้านความรู้สึกและเจ็บปวดในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

เราเข้าใจ 
 

SHARE
Written in this book
บันทึกสีเทาบนถนนลูกกวาด
บอกเล่าบันทึกเกี่ยวกับตัวเอง และการเดินทางผ่านถนนมืดๆ ที่ชื่อว่า "โรคซึมเศร้า"
Writer
LILITU
Vampire
Prof. of Being Dead insides. A Girl who obsessed with Death, Crime, Cat and Night Creatures. Nothing more...nothing less. [https://twitter.com/LilithDracul]

Comments

Heartlesss
7 days ago
ขอให้คุณได้มีรอยยิ้มในทุกๆวันนะคะ :)
Reply