สร้างคลังข้อมูลแบบนักเขียน Best Seller
สมัยที่ผมเรียน จะมีเพื่อนคนหนึ่งที่จดเลคเชอร์อย่างเรียบร้อย ผิดกันกับผม ผมจดไปเรื่อย จดทั้งในสมุดและหนังสือเล่มใหญ่ ค่อนข้างไร้ระเบียบ

บางครั้งผมก็ไม่จดแต่จะใช้วิธีอ่านทบทวนหลายๆรอบแทน ซึ่งวิธีของผมอาจจะได้ผลในช่วงเรียนปริญญาตรี แต่ถ้าเริ่มเรียนสูงกว่านั้นและต้องทำงานไปด้วย มันจะเป็นการสร้างภาระที่หนักไปหน่อย

เราจดเพื่อที่เราจะดึงสิ่งที่ต้องการออกมาได้ทันที ถ้าคุณเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย หรือแม้กระทั่งเขียนหนังสือซักเล่ม ก็ควรจะหาวิธีเก็บข้อมูลที่สามารถดึงข้อมูลง่ายๆกันหน่อย

Ryan Holiday (อีกแล้ว) เขียนหนังสือดีๆออกมาหลายเล่มเพราะมีวิธีเก็บข้อมูลที่เป็นระบบ คราวนี้เราจะมาลงลึกวิธีของเขากัน

หลักการของ Holiday คือ ตีวงข้อมูลให้แคบลง สกัดข้อมูลออกมา จากนั้นเอาข้อมูลที่ได้มาจัดเข้าที่

อ่านให้กว้าง
เริ่มแรกในการเขียนหนังสือ เราควรอ่านให้กว้างเข้าไว้ การอ่านแต่เรื่องเดิมๆ ไม่สามารถขยายมุมมองของเราได้ ถ้าไม่ชอบออกไปข้างนอกแต่ชอบขลุกตัวอยู่ในห้อง ก็ควรใช้วิธีอ่านให้หลากหลายเพื่อขยายมุมมอง

บางครั้งการที่เราอ่านสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่เราจะเขียน มันก็ทำให้ได้ไอเดียบางอย่างมาเชื่อมต่อ หลังจากที่อ่านเรื่องของ Issac Asimov ที่แนะนำให้อ่านนวนิยายเพื่อเพิ่มความรู้หลากหลายในเวลาเดียวกัน ผมก็เริ่มซื้อนวนิยายเยอะขึ้น

นอกจากนี้การเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพย์ข้อมูลก็ได้ผลเช่นกัน โดยปกติผมไม่ชอบเปิด youtube เท่าไหร่ (เปลืองเน็ตน่ะ) แต่ใช้วิธีอ่านหนักๆแทน พอเปลี่ยนมาดู Youtube บ้าง ผมก็รู้สึกมุมมองผมมันกว้างขึ้นทันที

ขีดเส้นใต้และจดโน้ต
เวลาผมเจอประโยคโดนๆ ผมก็ขีดเส้นใต้เช่นกัน ใครจะใช้ปากกาหรือไฮไลท์ก็แล้วแต่ถนัด นอกจากนั้น Holiday ยังแนะนำให้จดโน้ตลงบนหนังสือด้วย

สิ่งที่จดจะเป็นอะไรก็ได้ จะเป็นการย่อให้เข้าใจหรือจะเป็นข้อโต้แย้งหรือคำถามถึงสิ่งที่นักเขียนเขียนก็ได้ 

ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งคำถาม (เหมือนผม) วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดี ไม่ต้องเขินคนอื่นอีกต่างหาก มันเป็นเหมือนสนามให้คุณฝึกซ้อมการถาม การตั้งคำถามเก่งนั้นเจ๋งกว่าการหาคำตอบเก่งซะอีก

และอย่าลืมแปะ Post It เพราะคุณต้องกลับมาอ่านมันอีกรอบ

หาสิ่งที่สามารถเปิดโลกคุณได้
เวลาขีดเส้นใต้ ขอให้ขีดสิ่งที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่รู้ๆกันก็อย่าไปขีด คุณต้องหาจุดที่คนเขียนต้องการสื่อ คุณต้องดูว่ามุมมองของนักเขียนเป็นแบบไหน สิ่งไหนที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ

สิ่งที่คุณขีดเป็นสิ่งที่คุณต้องกลับมาทบทวนเวลาที่ต้องการ มันเป็นสิ่งที่อยู่กับคุณตลอดไป ฉะนั้นอย่าขีดไปเรื่อย

อ่านอย่างมีจุดหมายเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการจริงๆ
เวลาที่เดินห้างแบบไม่มีจุดหมาย เรามักจะได้ของติดไม้ติดมือมั่วไปหมด บางทีดันลืมซื้อของที่ต้องใช้ด้วย การอ่านเช่นกัน ควรนึกไว้ก่อนว่า เราอ่านเพื่ออะไร 
เพื่อเพิ่มความรู้
เพื่อพัฒนาตัวเอง
เพื่อหาไอเดีย
เพื่อความสนุก

ถ้าอ่านแบบไม่มีจุดหมาย คุณจะทำให้การอ่านเป็นเรื่องเสียเวลา

ทบทวน
หลังจากทั้งขีดเส้น จดโน้ต และอ่านจนจบเล่ม ให้ทิ้งไว้ซักอาทิตย์นึงเพื่อที่คุณจะกลั่นกรองความรู้ จากนั้นค่อยกลับมาอ่านใหม่

การอ่านรอบแรกเพื่อเพิ่มมุมมอง การอ่านรอบที่สองจะสามารถทำให้เรามองสิ่งที่อ่านในมุมมองที่ต่างจากครั้งแรก

เมื่อคุณทบทวนจบ ก็ถึงเวลาขนข้อมูลให้เข้าที่

เก็บข้อมูลให้เข้าที่
Holiday ใช้การ์ดขนาด 4x6 นิ้วเพื่อจดสิ่งที่ได้มาจากการอ่านและที่มาของมัน (มันมาจากหนังสือเล่มไหน หน้าไหน ถ้าเป็นคลิปวิดีโอก็ควรมีชื่อด้วย) โดยเขาจะแยกเป็นเรื่องๆไป ที่มุมขวาบนเขาจะจดว่าเรื่องนี้อยู่ในหมวดไหน

เรื่องที่ Holiday เขียนอย่างเช่น Life, Death, Writing, Stoicism, Strategy และอื่นๆอีกมาก

เมื่อเขียนลงการ์ดเสร็จ เขาจะเก็บลงกล่อง เขาจะมีทั้งกล่องใหญ่ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมข้อมูลทั้งหมดที่จดมา และกล่องเล็กที่แยกเป็นหนังสือแต่ละเล่ม

เช่น กล่องใหญ่จะรวมหมวดทั้งหมดที่เขาจะเขียน ส่วนถ้าเขียน The Obstacle is the way เขาก็แยกเป็นกล่องนึง ส่วน Ego is the enemy ก็แยกเป็นอีกกล่อง และในกล่องก็แยกหมวดหมู่อีกที

เวลาจะเขียนบทๆหนึ่งก็ดึงเฉพาะการ์ดในหมวดที่เกี่ยวข้อง มันอาจจะดูยุ่งยากนิดหน่อยเวลาที่ต้องพกติดตัวไปข้างนอก แต่ก็ไม่น่าจะลำบากเกินไป

การเก็บข้อมูลด้วย app อาจจะสะดวกกว่า แต่การจดด้วยมือตัวเองอาจจะทำให้จำสิ่งที่จดได้มากกว่า แต่จุดนี้ก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน

รักษามันให้ดี
นี่คือคลังข้อมูลส่วนตัวที่มีค่าสำหรับคุณ ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าข้อมูลหายจนไม่รู้จะเอาอะไรไปเขียน ถ้าโจรขึ้นบ้าน Holiday แล้วเอากล่องข้อมูลของเขาไป ก็บอกได้เลยว่าชิบหาย

Ronald Reagan เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบจดข้อมูลลงบนการ์ด เขาเก็บมันเหมือนของสะสม Douglas Brinkley เคยพูดถึง Ronald Reagan ไว้ว่า 

“ถ้าบ้านของ Reagan ไฟไหม้ สิ่งที่เขาจะลากออกมาด้วยก็คือการ์ดพวกนั้นแหละ เขาพกมันเหมือนที่ช่างไม้ต้องมีเครื่องมือติดตัวตลอดเวลา” 

และขั้นตอนสุดท้ายคือ

เริ่มทำตอนนี้เลย

สร้างคลังข้อมูลที่มีแต่คุณที่ใช้ได้ เท่านี้คุณก็จะเป็น google ขนาดย่อมที่มีไว้เพื่อสร้างผลงานของคุณเองโดยเฉพาะ



ข้อมูลอ้างอิง : https://ryanholiday.net/how-and-why-to-keep-a-commonplace-book/
https://ryanholiday.net/the-notecard-system-the-key-for-remembering-organizing-and-using-everything-you-read/

SHARE
Writer
ChanWrite
Readaholic / INFJ
เพจนี้เป็นเหมือน sandbox ของผมครับ เอาไว้ฝึกปรือการเขียน เอาไว้ทดลองเขียนแนวคิดต่างๆ เอาไว้แบ่งปันสิ่งที่ผมพบเจอ เพราะงั้นบางทีเนื้อหาอาจจะมีหลายๆแนว หวังว่างานเขียนของผมจะมีประโยชน์และทำให้ผู้อ่านเพลินไปกับมันนะครับ

Comments

yian
2 years ago
จะรออ่านหนังสือหัวนะคะ. อ่านมาหลายบดแล้วยังไม่เจออันที่ไม่ชอบเลีย. 😃😃
Reply
ChanWrite
2 years ago
:D