ผู้หญิง, ผู้ให้ชีวิต
ภาพลักษณ์ของคนเป็นแม่นั้น ทุกคนคงมองว่าแม่คือ ผู้เสียสละ ผู้ให้กำเนิด ผู้มอบชีวิต และความรักให้แก่ลูกทุกคน

ลูกต้องกตัญญู เชื่อฟัง ดูแล ทำตามที่แม่บอกทุกอย่าง

ฉันมักถูกทุกคนมองว่าเป็นเด็กอกตัญญูมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะฉันไม่เคยชอบแม่ของตัวเอง

ผู้หญิงที่บอกว่าความรักไม่สำคัญเท่าเงิน

ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองเคยลำบากมามากมาย ลูกก็ต้องลำบากเหมือนกับเธอ

ผู้หญิงที่ไม่เคยจำเวลาเข้าเรียน และเลิกเรียนรวมทั้งวันเรียนพิเศษของลูกได้

ผู้หญิงที่ไม่เคยมารับลูกตรงเวลาแม้ว่าเธอจะไม่ได้ทำงานอะไรเลย

ผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากการช็อปปิ้งจนพื้นที่ในบ้านไม่มีที่ว่าง

ผู้หญิงที่ไม่เคยจำวันเกิดลูกได้สักคน

ผู้หญิงที่ไม่เคยมาร่วมงานอะไรเลยที่โรงเรียนของลูก

ผู้หญิงที่ไม่เคยชมลูกสักครั้งไม่ว่าจะทำคะแนนได้ดีแค่ไหน

ผู้หญิงที่ดุว่าลูกทันทีที่ทำผิด

ผู้หญิงที่ชอบไปต่างประเทศแล้วทิ้งลูกๆไว้ให้ดูแลตัวเองนานหลายเดือน

ผู้หญิงที่บอกว่างานสำคัญกว่าการเรียน

ผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจว่าลูกจะป่วยหนักแค่ไหน

ผู้หญิงที่คิดว่าการทำงานพาร์ไทม์มันเสียเวลาเปล่า

ผู้หญิงที่คิดว่ามนุษย์เงินเดือนมันไม่ก้าวหน้า

เธอไม่เคยทำหน้าที่แม่แบบคนปกติทั่วไปเลย

ฉันเดินไปเรียนเองตั้งแต่อนุบาล

ฉันถูกแม่พาไปตัดผมด้วยเหตุผลเพราะขี้เกียจถักเปียให้ฉันทุกเช้าแต่เธอยินดีจะเสียค่าตัดผมให้ฉันตลอดเมื่อฉันถูกครูตักเตือนว่าผมเริ่มยาว

ฉันต้องช่วยแม่ทำงานตั้งแต่ประถมบางครั้งกว่าจะได้กลับบ้านก็ปาไป 5 ทุ่ม

ฉันมักได้กลับบ้านไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืนเกือบทุกวัน

ฉันไม่เคยได้เรียนสิ่งที่อยากเรียนเพราะแม่เชื่อว่า เป็นเภสัช หรือไกด์ยังไงก็รวย

แน่นอนว่าฉันไม่เคยลำบาก เธอใช้เงินในการดูแลฉันให้ฉันได้เรียนโรงเรียนดีๆ เสื้อผ้าดีๆ ของใช้ดีๆ มีเงินใช้เสมอ แม้ว่าฉันจะไม่เคยชอบมันก็ตาม

ฉันเองก็คิดว่ามนุษย์เราคงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ฉันสุขสบายดี

ถ้าไม่นับการนั่งรอแม่เวลาที่เธอต้องการมารับไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

การไปส่งฉันที่โรงเรียนสายไม่ต่ำกว่า 10 โมงทุกครั้งที่เธออยากไปส่ง

การที่ต้องไปรอเธอเม้ามอยกับเพื่อนๆจนดึกดื่นเป็นประจำ สุดท้ายกว่าจะได้นอนก็ตี 2 กว่า

การที่ต้องช่วยทำงานจนไม่มีเวลาทำการบ้าน ฉันเลยกลายเป็นคนทำการบ้านเร็วมากเพื่อจะได้ไม่ต้องเอากลับมาบ้านเพราะยังไงก็ไม่มีเวลาทำ

การที่ฉันต้องเซ็นต์และจัดการทุกเอกสารของผู้ปกครองเพราะเธอไม่เคยสนใจจะหยิบมันขึ้นมาดู

นอกนั้นก็คงนับว่าชีวิตฉันช่างสุขสบาย แม้จะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ

เพราะเหตุนี้ฉันจึงชอบการไปเข้าค่ายมากๆเพราะมันทำให้ฉันไม่ต้องอยู่บ้าน การทำงานให้แม่ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เราเจอหน้ากันน้อยลง

ฉันชอบการไปไหนก็ได้ที่ไม่ต้องเข้าบ้าน ร้านหนังสือการ์ตูนเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจอย่างดีของฉัน ระหว่างทางกลับบ้านฉันจะต้องแวะนั่งเล่นที่ร้าน 30 นาทีก่อนกลับทุกวัน และพี่เจ้าของร้านก็ใจดีมากไม่ว่าฉันจะซื้อหรือไม่ก็มักชวนฉันอ่านการ์ตูนที่หลุดQCที่ลูกค้านำมาเปลี่ยนเสมอ

ฉันไปโรงเรียนสายเป็นกิจวัตร ถูกอ.ดุและหักคะแนนความประพฤติจนเลิกสนใจแล้วเพราะสนใจไปก็เท่านั้น ยังไงฉันก็ไม่สามารถมาโรงเรียนเร็วได้ การวิ่งรอบสนามและลุกนั่ง หรืออื่นๆก็สนุกดีสำหรับการออกกำลังกายยามเช้า แต่ส่วนใหญ่ฉันมักถึงโรงเรียนหลังจากการลงโทษด้วยซ้ำ

เพื่อนคือสิ่งที่ฉันรักที่สุด ฉันสบายใจเพราะได้เป็นตัวเองเวลาที่อยู่โรงเรียน ไม่ต้องทำตัวเป็นใบ้เพราะไม่อยากคุยกับแม่ และไม่อยากทะเลาะกันเวลาฉันพูดถึงสิ่งที่ฉันอยากทำ

ชีวิตของฉันดำเนินเรื่อยมาจนถึงจุดแตกหักของฉันกับแม่ เมื่อเราทะเลาะกันรุนแรงมาก ในวันที่ฉันไม่อยากออกไปทำงานเพราะไข้ขึ้นสูงและปวดหัวมาก ฉันหลับตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่กินอะไรเลยเพราะไม่อยากกิน แม่คิดว่าฉันไม่ยอมออกไปทำงานเพราะขี้เกียจโดยไม่สนใจจะดูให้ดีก่อนเลยว่าฉันไม่สบาย

มันเป็นวันที่ฉันทนกับคำว่า ‘แม่’ ไม่ไหวอีกต่อไป

ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยอยากให้ฉันเกิดมา แต่เมื่อเกิดมาแล้วเธอต้องการให้ฉันทำงานแลกกับที่เธอทนอุ้มท้องและเลี้ยงฉันจนโต

ฉันถูกแม่ไล่ออกจากบ้านมาในวันนั้น มันช่างว่างเปล่า ไร้ที่พึ่งพิงอย่างแท้จริง

แต่ทันทีที่ฉันก้าวออกมา ฉันก็ไม่เคยคิดอยากจะกลับมาอีกเลย ฉันย้ายมาอยู่กับพ่ออย่างถาวร แม้ว่าหลายๆอย่างจะเปลี่ยนไปมากก็ตาม

พ่อให้ฉันได้ทำตามใจมากขึ้นในเรื่องเรียนและการตัดสินใจเส้นทางชีวิต แต่ก็นั่นแหละเขาเป็นห่วงฉันไปเสียทุกเรื่องแม้จะตามใจแต่ก็มีข้อจำกัด

ฉันไม่ต้องทำงาน ที่ต้องทำมีแค่งานบ้าน และเรียนอย่างเดียว แม้จะลำบากในบางครั้งแต่เราก็อยู่ด้วยกันอย่างประหยัด ไม่สุรุ่ยสุร่าย

ผิดกับตอนที่อยู่กับแม่ ฉันมักต้องไปรอแม่ซื้อเสื้อผ้าเป็นชั่วโมงๆเป็นประจำ แล้วพอซื้อมาใส่ไม่ได้ก็จะโยนให้ฉันบอกว่าซื้อมาให้แม้มันจะเป็นดีไซน์ของผู้ใหญ่ก็ตาม

ฉันมีความสุขผิดกับอดีตที่ผ่านมาเหมือนกับได้เกิดใหม่ ความลำบากที่ฉันได้เจอฉันไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย

แม่ก็ยังคงดูถูกชีวิตฉันเสมอ เวลาที่ฉันไปทำงานพาร์ทไทม์เพื่อเก็บเงินสำหรับการเรียน

และเมื่อฉันพยายามหางานประจำทำ แม่ก็ยังคงดูถูกฉันเหมือนเดิม

ตลอดเวลาที่ฉันมาอยู่กับพ่อ แม่ไม่เคยมาหาเลยสักครั้ง ไม่เคยส่งเงินมาให้แม้แต่บาทเดียว

ฉันเองก็หยิ่งเกินกว่าที่จะแบมือขอเงินจากผู้หญิงที่ดูถูกชีวิตของฉัน

ฉันไม่เคยเกลียดแม่ แต่เราเข้ากันไม่ได้เลย ทุกวันนี้ฉันหลบหน้าแม่ ทั้งบล็อคเบอร์ และเมินคอมเม้นในเฟสบุ๊ค เพราะฉันเบื่อที่ต้องฟังคำดูถูก และฟังว่าความคิดของแม่มันดีที่สุด

ทุกครั้งฉันมักเผลอใจอ่อนและยอมรับโทรศัพท์ของแม่ แต่เมื่อออกไปเจอกันทีไรแม่ก็ยังเหมือนเดิม ไม่เคยสนใจคนอื่นนอกจากตัวเอง

มันคงเป็นความหวังลมๆแล้งๆของฉันว่าสักวันแม่จะรักในสิ่งที่ฉันเป็น...

ไม่ว่าใครจะมองว่าฉันอกตัญญูแค่ไหนฉันก็ไม่สนใจ เพราะว่าคำว่าแม่ไม่ได้แปลว่า ผู้หญิงคนหนึ่งจะรักเราเท่าชีวิตของเขา และมันก็แฟร์ดีเพราะแม่ก็ไม่ได้ดูแลฉันให้โตมาด้วยความรัก

ไม่งั้นคงไม่มีข่าวเด็กทารกถูกทิ้งในถังขยะ หรือตามสถานที่ต่างๆ คงไม่มีข่าวทำแท้ง

เมื่อฉันพิสูจน์ให้แม่เห็นได้ว่าฉันมีชีวิตที่ดีแล้วสักวันฉันคงโทรไปหาและชวนแม่ไปกินข้าวด้วยกัน
SHARE
Written in this book
วันๆหนึ่งที่ผ่านไป
ประสบการณ์ชีวิต เรื่องเล่า เหตุการณ์ที่ได้เจอในแต่ละวัน แต่ละคนก็ต่างกันไป บางทีมันอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกมากมาย
Writer
DifficultToWriteName
Designer
ชื่อเขียนยาก

Comments