Whine Commencement Day Sucks
เวลาดูหนังหรือดูรูปคนอื่นบนโซเซี่ยลมีเดีย วันรับปริญญาดูจะเป็นวันสำคัญของชีวิตที่ทุกคนมีความสุข มีเพื่อนเก่าๆมาหา มีครอบครัวมาร่วมให้ความยินดี มีดอกไม้ มีตุ๊กตา มีลูกโป่งมากมายเต็มไปหมด แต่เหมือนเวลาคนพวกนี้สร้างหนังหรือลงรูป เค้าชอบลืมใส่พวกพาร์ทเบื้องหลังว่าจริงๆแล้ววันรับปริญญานี้คือหนึ่งในวันที่โคตรจะวิปโยคของชีวิต

ความยุ่งยากของการรับปริญญามันเริ่มตั้งแต่สองเดือนก่อนวันงาน หรือใครที่ต้องการจะเล่นใหญ่คุณพวกนางเหล่านี้มันเริ่มตั้งแต่นู้นจ่ะ ตั้งแต่ต้นปี เริ่มไปหาร้านตัดชุดครุย ไปสั่งตัดตั้งแต่ยังทำ Thesis จบไม่เสร็จ จะได้มีชุดครุบทันถ่ายรูปนอกรอบตอนไป work and travel ไหนจะต้องจองช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ช่างถ่ายรูป

เรื่องเงินก็อีกอย่าง การรับปริญญานี้ไม่ใช่ถูกๆนะคะคุณพี่ ขนาดไม่ยอมไปรับเอง ยังต้องจ่ายค่าส่งไปรษณีย์ให้ส่งใบปริญญากลับบ้าน ส่วนใครรับปริญญาก็จะมีค่าใช้จ่ายสารพัดนึก ชิวหน่อยก็อาจจะอยู่แค่หลักพัน เช่าชุดครุยขำๆแค่วันรับ หน้าผมก็ทำเอง ช่างภาพก็อาจจะจ้างรุ่นพี่รุ่นน้องกันไป



แต่พวกชอบเล่นใหญ่ๆนี้เป็นหมื่นนาจา สั่งตัดชุดครุยก็ตีเข้าไป 1,500 ช่างแต่งหน้าช่างทำผมก็วันละ 2,000 x 2 เพราะมีวันซ้อมใหญ่อีกหนึ่งวัน ช่างภาพวันซ้อมวันรับก็ตกวันละ 4,000 ไหนจะถ่ายนอกรอบอีก แล้วยังมียิบย่อยหอยสังข์อีกเต็มไปหมดไม่จบไม่สิ้น

แต่สำหรับเราแล้ว เรื่องเงินยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องที่เรานั้นเครียดสุดใจขาดดิ้นคือเรื่องที่ว่ามันจะมีใครมางานรับปริญญาเราป่าววะ ตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ก็ดันเป็นพวกขี้เกียจสังสรรค์กับใคร ขี้เกียจจะต้องพยายามทำตัวยิ้มแย้มเข้าหาคนและก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดีมาตลอด จนกระทั่งจะรับปริญญา เริ่มรู้สึกว่าชิบหายละ ถ้าไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องมาแสดงความยินดีนี้คือเหมือนความล้มเหลวใน social skills ที่แท้ทรู เวลามองไปรอบๆตัวมันเหมือนทุกคนยุ่งตลอดเวลา ป๊อปมาก เพื่อนเยอะสุด มีแต่คนเข้ามาถ่ายรูปด้วย มีแต่คนเอาดอกไม้มาให้ ไอ้เราที่ไม่มีใครก็ได้แต่ทำเป็นเดินไปเดินมาเหมือนว่ากำลังตามหาคน ทั้งๆที่ป่าวเลยจ้า จริงๆแล้วไม่มีใครมาหาหรอกจ่ะพี่จ๋า



อ้อ แล้วไอ้วันรับปริญญาเนี่ย ยังต้องใช้พลังกายพลังใจเยอะมากพอๆกับไปทำงานแบกหาม ยิ่งถ้าเป็นชะนีนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ไปทำแต่งหน้าทำผม หลังจากนั้นก็ยืนยาวๆไปจนกว่าเส้นเลือดคอดจะขึ้น เพราะอีกว่าเพื่อนคนสุดท้ายจะมาหาก็นู้นอะหกโมง ใช้แรงกายว่าเยอะแล้วยังไม่เท่าการใช้แรงใจในการฉีกยิ้มให้ทุกคน ทำตัวแฮปปี้ดี้ด้าตลอดเวลาทั้งๆที่ในใจร้องเรียกแม่จ๋าๆ คนนี้เต๋าเหม็น เวลามีใครมากอด แล้วไอ้พวกเพื่อนแต่ละกลุ่มก็ชอบเสล่อนัดกันคนละโยชน์ ไอ้เราก็ต้องวิ่งไปวิ่งมา แต่!! ต้องห้ามทำหน้าเลอะ ห้ามทำผมพัง ไม่งั้นรูปออกมาจะสวยปังสู้ชะนีนางอื่นในรูปไม่ได้

เรื่องสุดท้ายที่เป็นความล่มจมที่สุดของวันรับปริญญาคือเวลาได้รับรูปที่ตากล้องส่งมาแล้วพบว่าแ ม่งไม่มีสักกะรูปที่ใกล้เคียงกับคำว่าดูได้ ไอ้ท่าที่ตอนทำแล้วคิดว่าน่ารักชิบหาย ทำไมดูแล้วมันคล้ายๆกับลีน่าจัง แล้วที่คิดว่าท่านี้มันต้องปังออกมาแล้วก็พังจริงๆ ดูเสร็จก็ได้แต่สงสารพี่ตากล้องจับใจที่ต้องนั่งถ่ายคนหน้าเหมือนปลาไหลมาทั้งวัน


SHARE
Written in this book
Fine Whining
the collection of all complaints ever made since the day I was born
Writer
tinytoe
a world class whiner
I whine and I cry - living my life so fine

Comments