one shot : anklet of november (seola x soobin)
BGM : AKB48 - 11 gatsu no Anklet

วันนี้เจอกันหน่อยดีไหมคะ ร้านเดิมนะ
คิมฮยอนจองเบิ่งตากว้างเมื่อเห็นข้อความปรากฎบนหน้าจอมือถือ มือเรียวยกข้ึนมาขยี้ตาตัวเองพร้อมทั้งมองไปยังข้อความอีกครั้งแต่กลับเห็นเหมือนเดิม นี่เธอไม่ได้ตาฝาดจริงๆเหรอ

เธอรีบลุกขึ้นเพื่อไปชำระล้างร่างกายในทันที ในขณะที่สายน้ำไหลผ่านไปในหัวก็เอาแต่คิดว่าวันนี้จะใส่ชุดไหนดี สวมเดรสตัวเก่งที่เคยใส่ไปเที่ยวกันในวันสำคัญวันนั้นดีไหม หรือควรจะสวมกางเกงยีนส์ที่อีกคนเคยบอกว่ามันเข้ากับเขาที่สุด

ไม่ถึงสามสิบนาทีฮยอนจองก็เดินออกมาจากห้องน้ำหยดน้ำเกาะตามกรอบหน้าสวยทำให้ดูน่ามองขึ้นไปอีก เธอเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าก่อนจะเปิดออก เธอหยิบเสื้อสีเหลืองและสีแดงออกมา ใส่ตัวไหนดีนะ

ซูบินบอกว่าสีแดงน่ะเข้ากับเธอที่สุดเลยนะ

แต่สีเหลืองก็เป็นสีแห่งความอบอุ่น ความสุข.. และความหวัง


ใช่.. การที่ซูบินทักมานัดเจอกันวันนี้หลังจากที่เราเลิกกันไปกว่าสามปีมันทำให้เธอมีความหวัง ไม่ใช่แค่มีความหวังเฉยๆ แต่เธอคาดหวังกับมันมากๆเลยด้วย

ฮยอนจองสวมเสื้อสีเหลืองเป็นอย่างสุดท้าย เธอค่อยๆหวีผมยาวสลวยที่ผ่านการไดร์มาอย่างพิถีพิถันเมื่อครู่แล้วยิ้มให้กับกระจก แต้มสีปากด้วยลิปสีที่ซูบินเคยซื้อให้ก็เป็นอันเสร็จ เธอยิ้มให้กับตัวเองในกระจกเบาๆแล้วก้มลงมองกำไลข้อเท้าที่เธอสวมใส่มาตลอดอย่างเอ็นดู

"วันนี้จะได้ไปเจอกับคนที่ซื้อแกมาให้ฉันแล้วนะ" เธอพูดพึมพำคนเดียวแล้วยิ้มร่า เธอเดินมาใส่รองเท้าผ้าใบคู่โปรดแล้วเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันที่ดีล่ะมั้งอะไรข้างทางก็เลยหน้าดูไปหมด 

ไม่นานนักฮยอนจองก็เดินมาถึงคาเฟ่ใกล้ๆคอนโดที่นัดกับคนรักเก่าเอาไว้ ในตอนที่เธอกำลังจะเปิดประตูเข้าไปก็ต้องหยุดชะงักเมื่อบังเอิญเจอกับใครคนหนึ่งเข้าพอดี ใครที่เป็นคนนัดเธอมาเจอที่นี่..

"ซูบิน.." เธอเอ่ยเรียกอีกคนเบาๆ

"มาไวจัง เค้าว่าเค้าเร็วแล้วนะ" หญิงสาวพูดพร้อมทั้งยิ้มอย่างที่ทำเป็นประจำ ฮยอนจองยิ้มตอบแล้วเปิดประตูให้อีกคนเดินนำเข้าไปก่อน เราทั้งคู่เดินมาจนถึงด้านในของร้าน พนักงานเปลี่ยนไปหลายคนจนดูไม่คุ้นตา คงเป็นเพราะเราไม่ได้มาที่นี่อีกเลยหลังจากที่เลิกกันไป

ฮยอนจองเลือกที่จะสั่งฮ็อตช็อกโกแลตแพนเค้ก และโกโก้เย็นของโปรดซูบินไป ถึงแม้ในใจอยากจะกินฮันนี่โทสต์ก็ตามล่ะนะ..



"ทำไมยังไม่มาอีกนะ" ซูบินบ่นออดแอดขึ้นมา

"คงเพราะวันนี้วันหยุดล่ะมั้งคนก็เลยเยอะ" ฮยอนจองตอบกลับไป อยากจะถามว่าที่นัดมาวันนี้มีอะไรหรือเปล่า จะเริ่มยังไงดีนะ..

"นั่นสินะคะ ของโปรดเราก็เลยยังไม่มาเสิร์ฟซะที" คนตรงข้ามพูดไปเรื่อยแต่ในใจของเขานั่นสั่นไม่หยุดแล้ว.. 

ซูบินยกมือข้างซ้ายขึ้นมาก่อนจะเท้าคางเอาไว้ สายตาของเขาสะดุดไปเห็นกับแหวนแทบจะทันที..

"ซูบิน" ฮยอนจองเรียกชื่ออีกคนเบาๆ อีกคนหันใบหน้ามามองพร้อมทั้งขยับมือเพื่อให้เห็นแหวนชัดขึ้นอีก นี่มันจงใจจะให้เห็นชัดๆ "แหวนอะไรเหรอ" เธอตัดสินใจถามออกไป

"แหวนหมั้นน่ะค่ะ" ไม่ต้องถามอะไรอีกต่อไป
ซูบินนัดเธอมาเพื่อจะบอกว่าเธอมีคนใหม่แล้ว และเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก..
"กับใครล่ะ เขาโอเคไหม" ฮยอนจองฝืนยิ้มแล้วถามกลับออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ

"ดีมากๆเลยล่ะค่ะ" ซูบินยิ้มกว้างพร้อมทั้งเล่าสาธยายเกี่ยวกับตัวผู้ชายคนนั้นให้เธอฟัง เธอทำได้เพียงแต่ยิ้มรับ  มองซูบินกินและเล่าเรื่องของเธออย่างสนุกสนาน 

หลังจากพูดคุยกันเป็นเวลาร่วมชั่วโมงซูบินก็ขอตัวกลับไปก่อนพร้อมทั้งทิ้งท้ายเรื่องการ์ดงานแต่งเอาไว้ เธอเดินกลับคอนโดอย่างเหี่ยวเฉาต่างจากฮยอนจองคนเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิง ข้างทางที่เคยสดใสดูหม่นหมองไปหมด รอบข้างไม่มีอะไรน่าดูอีกต่อไป



เธอทิ้งตัวลงบนเตียงทันทีที่ถึงห้องนอน สัมผัสที่ข้อเท้าทำให้เธอต้องก้มลงไปมองมัน กำไลข้อเท้าที่คุ้นเคย ที่เธอสวมใส่มาตลอดเป็นเวลากว่าสามปีคงถึงเวลาต้องบอกลากันแล้วเสียมั้ง..

มือเรียวปลดตะขอกำไลออกก่อนจะวางมันไว้บนฝ่ามือ มันยังดูเหมือนใหม่ทั้งๆที่ผ่านกาลเวลามานานนัก เป็นเพราะมันคือของสำคัญที่ซูบินให้เธอมาเธอจึงดูแลรักษามันอย่างดี 

น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฮยอนจองปล่อยให้มันไหลอยู่อย่างนั้น คิดเพียงแต่ว่าเขาควรเสียน้ำตาให้พัคซูบินครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายได้แล้ว 
ฮยอนจองมองกำไลข้อเท้าเส้นเดิมแล้วเอามันเก็บไว้ในลิ้นชักหัวเตียงก่อนจะล็อกกุญแจไว้ เธอควรจะตัดใจได้แล้ว

ต่อไปนี้เสื้อสีเหลืองไม่ได้นำโชคอย่างที่คิดอีกต่อไป

แพนเค้กและโกโก้ก็ไม่อร่อยอีกต่อไปเช่นกัน

อยากจะไปล้วงคอเอาสิ่งที่กินไปออกแต่ก็เสียดาย ยังไงนี่ก็เป็นอาหารมื้อสุดท้ายที่เรากินด้วยกันในฐานะคนรักกันที่เธอคิดไปเองแค่คนเดียว 

แค่คิดว่าต้องกลับมาเจอกันอีกเธอจะเสียใจไหม เธอจะลืมได้ไหม ตัดใจได้หรือเปล่า แค่คิดฮยอนจองจะบ้าตายแล้ว ในหัวเอาแต่ย้อนคิดกลับไปถึงวันนั้น

เราเลิกกันทำไมนะ

"พี่ฮยอนจอง" เสียงใสของคนรักเอ่ยเรียกชื่อของเขาหลังจากที่กลับมาจากพรีเซนต์งานที่มหาลัย เขาหงุดหงิดจนอะไรก็น่ารำคาญไปหมด รวมถึงคนตรงหน้า


เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะไม่อยากจะทะเลาะกันจึงเลี่ยงที่จะเดินเข้าห้องนอนไป แต่ไม่วายอีกคนเดินตามเข้ามาจนได้ "เค้าเรียกไม่ได้ยินเหรอ"


"ได้ยินแล้ว" เธอตอบกลับในขณะที่กำลังปลดกระดุมเสื้ออย่างเอื่อยเฉื่อย "มีอะไรล่ะ"

"นี่อะไร" ซูบินชูโทรศัพท์ขึ้นมาตรงหน้าเผยให้เห็นภาพของรุ่นน้องที่ลงคู่กับเขาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว "ไหนบอกไปพรีงาน"

"ก็ไปพรีไง" เธอตอบกลับ

"แล้วนี่อะไรอะ อธิบายให้เค้าฟัง"

"น้องแค่ถ่ายรูปเฉยๆป่ะ"

"ต้องแก้มแนบแก้มเลยป่ะ" เธอไม่ตอบแต่หยิบผ้าขนหนุแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป "พี่ตอบเค้ามานะ!!" เสียงเล็กตะโกนตามหลังทันที

"รำคาญนะซูบิน" เธอหันกลับมาแล้วพูดกลับไป "ทำไมเป็นคนน่ารำคาญแบบนี้"

คนตัวเล็กทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินคำนี้ออกมาจากปากของเธอ เธอเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะหลุดพูดไปแบบนั้น.. แต่ฮยอนจองหงุดหงิดทุกสิ่งเกินกว่าจะมานั่งคิดว่าอะไรดีไม่ดี หากโดนเซ้าซี้มากๆผลก็ไม่น่าประทับใจแบบนี้แหละ

"พี่.."

"พี่หงุดหงิดอะ ไว้ค่อยคุยได้ไหม"

"ไม่รักเค้าแล้วใช่ป่ะ.." คำที่อีกคนพูดออกมาทำให้เขาขมสดคิ้วแล้วเดินตรงมาหาอีกคนทันที คนตรงหน้าเงยหน้ามองเขาด้วยน้ำตาที่คลอพร้อมทั้งพูดอีกรอบ "พี่ฮยอนจองไม่รักซูบินแล้วใช่ไหม.."

"พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าพูดคำนี้"

"ค่ะ แล้วพี่ก็เคยบอกว่าจะไม่มีวันรำคาญเค้า" เธอนิ่งไป "ตกลงไม่รักกันแล้วใช่ไหม"

"ถ้าคิดว่าพี่ไม่รักก็ไปสิ ออกไปจากชีวิตกันเลย"



และซูบินก็ไปจริงๆ หลังจากนั้นเราไม่ได้ติดต่อกันอีก ทุกอย่างพังลงเพราะฮยอนจองเอง ที่เธอพูดไปแบบนั้นเพราะเธออยากให้ซูบินรู้ว่าเธอรักซูบินมาก และไม่อยากให้อีกคนคิดว่าเธอไม่รัก

แต่การกระทำของฮยอนจองทำให้ทุกอย่างแย่ไปหมด รู้อีกทีเราก็เลิกกันโดยสมบูรณ์แบบเสียแล้ว มีเพียงกำไลข้อเท้าเส้นนั้นที่ซูบินให้เขาไว้ในวันครบรอบหกเดือน

กว่าจะรู้อีกทีเวลาก็ล่วงเลยมากว่าสามปี เรามาพบกันอีกครั้งในวันนี้ วันที่เธอต้องรับรู้ว่าคนที่เธอรักและรอมาตลอดกำลังจะแต่งงานกับชายคนใหม่ที่รักซูบินมากกว่า ใจดีกับซูบินมากกว่า และไม่ยึดอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้งเช่นเธอ..

มันสายไปแล้วฮยอนจอง

เกมยกนี้เธอแพ้ราบคาบ แพ้ให้กับพัคซูบินอย่างสมบูรณ์

ไม่สิ เธอก็ยอมให้พัคซูบินมาตลอดนั่นแหละ

ยอมให้พัคซูบินจากเธอไปแต่โดยดี


TALK

แงง ฟิคอิหยังวะเศร้าจัง ชีวิตช่วงนี้มันเศร้ามากมั้ย ฟิคไม่ดีเท่าไหร่หรอกค่ะแต่อยากลงฮือๆๆๆ ฝากด้วยนะคะะ💖 #ฟิคคุณฟิ้ว 
SHARE
Written in this book
wjsn shortfiction
จักรวาลอูจูโซนยอมีดวงดาวอยู่ 78 ดวง ดวงที่ส่องสว่างที่สุดในใจของฉันคือดวงดาวที่ชื่อว่า 'ซอลบิน' 🚀🌙💘💙
Writer
typrnnn
writer and reader
no seolbin no life

Comments

LoveyouYuri
1 year ago
คุลคะะะะ ทำไมทำกับพี่แบบนี้ โอ๋เอ๋นะคะพี่ จริงๆพี่ก็ผิดนั่นแหละ อะไรที่สัญญาแล้วทำไม่ได้พี่ก็อย่าไปสัญญาแต่แรกเลยค่ะ แถมยังปากไวอีก ถึงจะอยากแสดงออกว่าจริงๆรักมากต่างหากล่ะะ แต่ ณ เวลานั้นทั้งคู่ใช้อารมณ์ในการตัดสินทั้งนั้น น้องคงคิดไม่ทันหรอกค่ะว่าพี่จะสื่ออะไร คิดได้แค่ว่าพี่ไล่ก็ไม่อยากอยู่อีกแล้ว ㅠㅠ
Reply
uoowanlq
1 year ago
เจอประโยคนั้นเข้าไปใครมันจะไปคิดว่าเขาไม่อยากให้ไปล่ะพี่ซอลลล ใครฟังเขาก็คิดว่าไล่กันทั้งนั้น เพราะอารมณ์กับการพูดไม่คิดล้วนๆ สุดท้ายตัวเองก็มานั่งเสียใจเอง นี่คิดต่อเลยว่าพี่จะกล้าไปงานแต่งซูบินไหม ถ้าไปคงจะกระอักกระอ่วนใจน่าดู....
Reply