ประทับใจแรกพบ

เรื่องราวของผมกับแฟนเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่คงย้อนไปไกลพอควร แต่อยากจะบอกเล่าเพื่อแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อน ๆ เป็นเรื่องราวแรกพบที่ทำให้ผมตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก โดยเหตุการณ์นี้เรามาพูดคุยกันทีหลัง หลังจากคบหากันได้สักปีสองปี 

ผมรู้จักกับ "นัท" ด้วยความบังเอิญจากการแนะนำของเพื่อนที่โรงแรมดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากเพื่อนผมคนนี้รูู้จักกับนัท ซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่า ทั้งสองคนไปรู้จักกันตอนไหน ความบังเอิญก็คือ ทั้งเพื่อนผมและนัทมารับประทานอาหารที่โรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมเดียวกันกับที่ผมกำลังนั่งประชุมอยู่ เมื่อเพื่อนผมรู้ว่าผมอยู่โรงแรมแห่งนี้ จึงโทรศัพท์ให้ลงมาทักทายกันสักหน่อย
ผมก็ยิ้มและรับไหว้ตามประสา แต่ไม่กล้ามองอะไรมาก 

เมื่อผมลงมาที่ร้านอาหารด้้้้้านล่าง จึงตรงไปทักทายเพื่อนตามประสาคนสนิท เพื่อนผมจึงแนะนำให้ผมรู้จักกับนัท เขายกมือสวัสดีผม ผมก็ยิ้มและรับไหว้ตามประสา แต่ไม่กล้ามองอะไรมากเพราะไม่แน่ใจว่า ทั้งสองคนเป็นคนรู้จักกันทั่วไปหรือเป็นแฟนกัน เพราะเพื่อนผมคนนี้มักจะแนะนำผู้ชายในสังกัดให้ผมรู้จักเสมอ ๆ

ผมทักทายกับเพื่อนไม่กี่นาทีก็ต้องขอตัวขึ้นไปประชุมต่อ แต่ระหว่างที่คุยกับเพื่อนอยู่นั้น สายตาผมก็แอบไปมองนัทเป็นครั้งคราว ในใจเราก็คิดอินฉาเพื่อนอยู่ไม่น้อยว่าไปหาผู้ชายมาดแมนแบบนี้มาจากไหน ท่าทางนัทดูเงียบ ๆ ไม่คุย ไม่ยิ้ม ขรึม และวางท่า ที่สำคัญเหมือนแอบมองผมด้วยหางตานิด ๆ บอกไม่ได้ว่าป็นบวกหรือลบกันแน่ แต่เอาเถอะ เขาคงไม่ใช่ของเรา 555
นัทมองผมด้วยหางตาจริง ๆ แต่เป็นการมองด้วยความสนใจ

ในมุมของนัทที่ผมได้พูดคุยกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ (หลังจากตัดสินใจคบหากัน) นัทเล่าให้ฟังว่า ครั้งแรกที่เห็นผมเดินมา เขารู้สึกว่า "ผู้ชายคนนี้แต่งตัวดี ดูสะอาดสะอ้าน และพูดจาดี" ที่ผมรู้สึกว่านัทมองผมด้วยหางตานั้น เป็นเรื่องจริงครับ นัทมองผมด้วยหางตาจริง ๆ แต่เป็นการมองด้วยความสนใจ แต่ไม่อยากแสดงออกมากเพราะกลัวเสียอาการ จึงแค่แอบมองและกอดอก ทำให้ดูหยิ่ง ๆ เพื่อกลบเกลื่อน 

นัทเล่าให้ผมฟังว่า หลังจากที่ผมเดินจากไป นัทพยายามถามข้อมูลผมจากเพื่อนผมคนนั้น จึงรู้ว่า หลานของนัทนั้นรู้จักกับผมด้วย ซึ่งโลกมันก็กลมเสียเหลือเกิน นัทก็เลยตีเนียนมาถามเรื่องของผมจากหลานตัวเองอีกรอบโดยอ้างเรื่องงานบังหน้า แต่นัทก็คิดว่า มันคงเป็นไปได้ยากที่จะพบกันอีก จึงได้หยุดความพยายามแค่นั้น
แล้วมันก็เกิดเรื่องบังเอิญขึ้นมาจนได้ 

ส่วนฟากของผมนั้น ก็ไม่ได้คิดจะติดต่ออะไรกับนัทเท่าไหร่ เพราะคิดว่าเขาก็คงเหมือนผู้ชายคนอื่น ๆ ที่เห็นอยู่ตามท้องถนนทั่วไป เลยลืมเรื่องนี้ไปหลายเดือน แถมตอนนั้น ผมเองก็เพิ่งปวดใจเพราะเลิกกับแฟนเก่ามา จึงไม่อยากจะหาเรื่องปวดหัวใส่ตัวอีก แต่แล้วมันก็เกิดเรื่องบังเอิญขึ้นมาจนได้ ที่ว่าบังเอิญเพราะผมกำลังจะหาข้อมูลมาใช้ทำงาน จึงต้องเข้าไปเปิดเว็บไซต์ของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง เปิดไปเปิดมา ก็เปิดเข้าไปส่วนที่เป็น "บุคลากร" 

ผมก็ไล่ดูรายชื่อว่าใครเป็นใครในองค์กรแห่งนี้บ้าง มันมาสะดุดกับภาพของคน ๆ หนึ่ง คนที่ว่านั่นคือ "นัท" แม้จะดูไม่เหมือนตัวจริงมากนัก แต่เราก็รู้ว่า คน ๆ นี้คือนัท ที่สำคัญคือ ในข้อมูลบุคลากรกลับมีหมายเลขโทรศัพท์มือถือส่วนตัวด้วย อะไรจะเอื้ออาทรกันขนาดนี้ ตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ save หมายเลขโทรศัพท์มือถือของนัทลงบนเครื่องของผม 
ตอนนั้นความคิดฝ่ายธรรมะและอธรรมต่อสู้กันหนักมาก 
ตกเย็นวันนั้น ผมตัดสินใจว่าอยากจะติดต่อนัทไป แต่ก็ไม่กล้า บอกตามตรงว่ากลัวความผิดหวัง กลัวการปฎิเสธ ที่สำคัญเราก็ไม่รู้ว่านัทเขาเป็นคนอย่างไร ตอนนั้นความคิดฝ่ายธรรมะและอธรรมต่อสู้กันหนักมาก สุดท้ายต้องให้นาทีเป็นผู้ตัดสินว่า ถ้าดูโทรศัพท์แล้วเป็นนาทีที่เป็นเลขคู่ให้ติดต่อไปได้เลย หากเป็นเลขคี่ กลับไปดื่มวีต้าแล้วไปนอนซะ ตื่นเช้ามาจะได้สดใส 555


แม่เจ้า นาฬิกาเป็นเลขคู่ เลยตัดสินใจติดต่อนัทไปผ่านทาง sms ว่า "สวัสดีครับ ทานข้้้าวหรือยังครับ อยากชวนทานข้าวด้วย" แต่ไม่ลงชื่อนะว่าเป็นใคร ส่งไปแล้วก็ลุ้นกันต่อว่านัทจะว่าอย่างไร ผ่านไปราว 2-3 นาที ข้อความตอบกลับจากนัทว่า "ใครครับนี่ ไม่รู้จัก กินข้าวแล้วครับ ไม่ต้องติดต่อมา" อ่านข้อความแล้วนัทตัดเยื่อขาดใยมาก เลยตัดสินใจอีกครั้งที่จะโทรศัพท์ไปพูดคุย ซึ่งนัทก็รับสายผมนะครับ แล้วผมก็แนะนำตัวเองว่าเป็นใคร ซึ่งนัทบอกว่า "จำได้" ผมเลยถือโอกาสนัดชวนทานเข้าด้วยกัน นัทก็รับนัดผมนะครับ...และเรื่องราวต่อจากนี้ คือ บทต่อไปของความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
นัทก็รับนัดผมนะ 

แล้วรักแรกพบของเพื่อน ๆ เป็นอย่างไรครับ "บังเอิญรัก" แบบผมไหม 
SHARE
Writer
Panchanat
blogger, writer
แบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตคู่เพศเดียวกัน

Comments

kodpeak
2 years ago
ยังไม่เคยมีความรัก T T
Reply