สวัสดีผมชื่อ "น้ำอ้อย"

บ่ายแก่ ๆ แสงแดดจ้าจนรู้สึกแสบตากับอากาศร้อน ๆ จนอยากเอาตัวเองลงไปแช่ในอ่างน้ำเย็น ๆ ที่ไหนสักแห่ง

แต่เธอทำได้ที่ไหนกัน วันนี้เธอรับงานเป็นแม่ค้าจำเป็นอยู่นะ
“น้ำอ้อยแก้วนึงครับ”

เสียงนุ่ม ทุ้มที่คุ้นหูลอยมาตามสายลมก่อนที่เจ้าของน้ำเสียงจะมาปรากฏตรงหน้าซะอีก
“ได้แล้วค่ะ” แม่ค้าเอ่ยน้ำเสียงเริงร่าสดใสพร้อมส่งออเดอร์ให้กับเขา
“ดีล” เขาและเธอเอ่ยสั้น ๆ ขึ้นพร้อมกันพลางแสยะยิ้มให้กัน

ตกเย็น เธอเก็บของ กลับบ้าน สลัดคราบแม่ค้าเปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายสุดทะมัดทะแมน และบึ่งรถออกไป ณ ริมชาดหายแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงคู่หูพาร์ทเนอร์ของเธอรออยู่ก่อนแล้ว
“นึกว่าจะมาไม่ได้ซะแล้ว”
“ได้ไงล่ะ ก็เราตกลงกันแล้วนี่”
“พร้อมไหม”
“รออะไร ก็ไปสิ” เธอออกตัววิ่งก่อนจะพูดจบประโยคซะอีก เขาที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยต้องรีบสตาร์ทเท้าตามมาด้วยความเร็ว

ทั้งเขาและเธอวิ่งจากชายหาดด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง รอบแล้วรอบเล่า จนอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า สายลมเอื่อย ๆ ปลิวผ่านเขาทั้งสองที่ทรุดเข่านั่งหอบหายใจอยู่ไม่ไกลกันนัก
“วันนี้นายแพ้นะ”
“เธอน่ะแหละ เพราะเธอโกงสตาร์ท”
“ออกตัวก่อนนิดเดียวเอง นายตัวตั้งใหญ่ ขาก็ยาวกว่าเรา แค่นั้นน่ะนายไล่เราทันเฮอะ”
“ก็ได้ วันนี้เธอชนะ อยากได้อะไรว่ามาเลย”

เธอพูดถูก ผมตัวใหญ่และขายาวกว่าเธอมาก ๆ การกรวดวิ่งให้ทันเธอไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับผมเลย แต่ผมเลือกที่จะให้เธอวิ่งนำและผมวิ่งตาม อาจจะมีบ้างที่ผมขึ้นนำแล้วผ่อนให้เธอมาวิ่งข้าง ๆ ก่อนจะขึ้นนำไปอีกครั้ง เธอน่ะขาสั้นแคระจะตายไป ถ้าจะมีใครวิ่งไล่เธอไม่ทันก็คงจะมีแค่เด็กประถมแหละมั้งนะผมว่า

วันก่อนที่เธอแพ้ผม หน้าเธอยับยู่ยี่แถมยังแดงและชุ่มไปด้วยเหงื่อที่พยายามวิ่งแซงผมให้ได้ ที่เห็นหน้าแดง ๆ นั้นผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเพราะร้อนหรือโมโหที่แพ้แล้วต้องเลี้ยงน้ำอ้อยผมกันแน่ ผมอยากแกล้งเธออีกนะ ผมชอบเวลาเธอทำหน้ายับ ๆ หงุดหงิดใส่ผม แต่วันนี้ผมอยากเห็นเธอเป็นควีนที่กำชัยชนะและอยากรู้ว่าเธอจะขออะไรกับผมมากกว่า

“อือ เราว่าเราอยากรู้จักนาย”
“อะไรนะ”
“อยากรู้จักนาย”
“อยากรู้จักเรา? แล้วนี่เรายังไม่รู้จักกันหรอ?”
“ยัง”
“อ่ะ อยากรู้อะไรว่ามา ถ้าตอบได้ก็จะตอบนะ”
“นายชื่ออะไร”
“เธอก็รู้อยู่แล้วนี่ ถามทำไม”
“เราถาม ก็ตอบสิ”
“น้ำอ้อย”
“ชื่อนายน้ำอ้อยงี้หรอ?”
“ไม่ใช่ อิทธิพัทธ์”
“ก็แค่นี้ แล้วน้อยมาจากไหน”
“มันคงเกิดจากการกร่อนคำมั้ง”
“น้ำอ้อย ๆๆๆ แล้วกลายเป็นน้อยอ่ะหรอ? จริงดิ!? ล้อเล่นป่ะ?”
“เราก็ไม่รู้ หรืออาจเป็นลูกคนเล็กมั้ง ตอนเด็ก ๆ พวกพี่ ๆ จะเรียกเราว่าน้องน้อย”
“แล้วชอบให้เรียกชื่อไหนมากกว่า”
“ชื่อไหนก็ได้แล้วแต่ถนัดเลย เพราะมันเป็นชื่อเราหมดแหละ”
“เอาจริงนะ ตอนแรกที่ได้ยินคนเรียกน้ำอ้อยน่ะ นึกว่าชื่อพี่ผู้หญิงอีกคนซะอีก”
“ใคร ๆ ก็คิดงั้นแหละ แต่ในความคิดเราคือมันก็เป็นแค่ชื่อเครื่องดื่มที่มาจากพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ได้แบ่งเพศออกมาซะหน่อยว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย มันจึงไม่จำเป็นว่าต้องมีเส้นแบ่งว่าต้องเป็นชื่อของผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ที่คนคิดอ่ะเพราะมันคือมายาคติมากกว่าที่สิ่งที่หวาน ๆ อ่อน ๆ สวย ๆ น่ารัก ๆ บอบบางน่ะ มันเหมาะสมและคู่ควรกับความเป็นผู้หญิงมากกว่า แค่นั้นเอง ขนาดเธอชื่อซันตอนแรกเรายังคิดว่าเด็กผู้ชายเลย”
“ผู้หญิงชื่อซันออกเยอะแยะไป ซันนี่ก็ได้”
“ผู้ชายที่ชื่อซันนี่ก็มีนี่ เธอไม่รู้จักเร๊อะ”
“เออ ลืมไป”
“เห็นไหม ชื่อมันเป็นเพียงสิ่งสมมติขึ้น ไม่มีเส้นแบ่งว่านี่ต้องเป็นเด็กผู้ชาย หรือเด็กผู้หญิง นอกจากพวกชื่อที่อาจมีความหมายจำเพาะเจาะจงอะไรทำนองนั้น สิ่งสมมตินี้เราต่างวัดกันที่ความเหมาะสมมากกว่าแหละ”

หรือบางที ผมกับเธออาจเกิดมาสลับกันก็ได้ ผมอาจชื่อซันแทนเธอ และเธอคงชื่อน้ำอ้อยแทนผม มันเข้ากันดีกับกิจการพ่อของเธอนะผมว่า

แต่คิดอีกที ผมว่าไม่สลับดีกว่า เพราะถ้าสลับกันผมอาจไม่ได้มารู้จักกับเธอก็เป็นได้ อีกอย่างคือผมอยากให้พ่อเธอมีลูกชายอีกสักคนที่ชื่อว่า “น้ำอ้อย” น่าจะเวิร์คกว่านะ คุณว่าไหม
SHARE
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments